เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่กัปตันวิลเลียม ฮาเวิร์ด ฮิวจ์ (William Howard Hughes) หายตัวไป ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในยุคสงครามเย็นจนทำให้มีการสันนิษฐานว่าเขาอาจหนีทัพแปรพักตร์ไปอยู่กับโซเวียต แต่ล่าสุดกัปตันฮิวจ์ได้ถูกพบตัวในแคลิฟอร์เนียหลังถูกต้องสงสัยว่าใช้หนังสือเดินทางปลอม
 
รายงานของ NPR กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ฮิวจ์ประจำการในกองทัพอากาศเขาได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลลับระดับสูงเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของ NATO ก่อนที่เขาจะหนีทัพไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 1983 เมื่อเขาอายุได้ 31 ปี หลังเสร็จการปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในเนเธอร์แลนด์ มีผู้พบเห็นเขาเป็นครั้งสุดท้ายที่อัลบูเกอกี นิวเม็กซิโก ซึ่งช่วงดังกล่าวเขาได้ถอนเงินเป็นจำนวน 28,500 ดอลลาร์จากธนาคาร 19 สาขา
 
หน่วยงานสอบสวนของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (AFOSI) กล่าวว่า พวกเขาได้ทำการสอบถามคนใกล้ชิดของฮิวจ์ รวมถึงให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศช่วยติดตาม แต่ก็ไม่สามารถหาตัวฮิวจ์ได้สำเร็จ จนผ่านไปกว่า 3 ทศวรรษ ฮิวจ์ถูกกระทรวงการต่างประเทศสอบสวนกรณีที่เขาต้องสงสัยว่าจะใช้หนังสือเดินทางปลอมในชื่อ “แบร์รี โอเบิร์น” (Barry O’Beirne) ทำให้เขาต้องยอมเผยตัวตนที่แท้จริง
 
น.อ.ฮิวจ์อ้างว่าในปี 1983 เขารู้สึกเครียดกับชีวิตในกองทัพอากาศเขาเลยหนีไป แล้วสร้างอัตลักษณ์ปลอมในชื่อโอเบิร์นขึ้นมาและใช้ชีวิตอยู่ในแคลิฟอร์เนียมานับแต่นั้น” กองทัพอากาศสหรัฐฯ ชี้แจง
 
ด้าน Albuquerque Journal สื่อท้องถิ่นในนิวเม็กซิโกกล่าวว่าหลังจากฮิวจ์หายตัวไปจนกระทั่งกองทัพอากาศประกาศว่าเขาหนีทัพ ทางครอบครัวได้ออกมากล่าวว่า ฮิวจ์อาจจะถูกลักพาตัวมากกว่าจะหนีทัพไปโดยสมัครใจ ขณะที่ Los Angeles Times ลงรายงานเมื่อปี 1986 โดยให้ความเห็นว่าฮิวจ์น่าจะแปรพักตรไปอยู่กับโซเวียตแล้ว
 
แต่ทางกองทัพอากาศกล่าวว่า ถึงขณะนี้ไม่พบว่าฮิวจ์นำข้อมูลลับไปมอบให้ใครหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางโซเวียตหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องมีการสอบสวนกันต่อไป ส่วนตัวฮิวจ์ตอนนี้ถูกตั้งข้อหาหนีทัพซึ่งมีโทษสูงสุดให้ปลดประจำการจากความประพฤติเสื่อมเสีย, ริบเงินรายได้ทุกชนิด และกักขังเป็นเวลา 5 ปี