พฤติกรรม “การล่า” เป็นกิจกรรมพื้นฐานที่ติดตัวเผ่าพันธุ์มนุษย์มายาวนาน จากเดิมเป็นไปแบบยังชีพเพื่ออยู่รอด แต่เมื่อเทคโนโลยีการดำรงชีพพัฒนาขึ้น จุดประสงค์ “การล่า” ไม่ใช่เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสิ่งของยังชีพอีกต่อไป แต่เริ่มแปรไปสู่ “เกม” กลายเป็นการล่าเพื่อสะสมซากชิ้นส่วนของสัตว์ อวดอ้างความสำเร็จและความเก่งกาจ หรือแม้แต่ล่าเพื่อความสนุกสนาน เส้นกั้นบางๆระหว่างสิทธิ์ “การล่า” กับการ “อนุรักษ์” จึงเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงในทั่วโลก
 
ชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลจากเขตการปกครองที่อำนาจรัฐสอดส่องถึง ชุมชนของชาติพันธุ์หลายแห่งในโลกมีวัฒนธรรมการล่าสัตว์ซึ่งสืบทอดต่อกันมา แต่เมื่อรัฐบาลแต่ละประเทศประกาศกฎหมายตามสถานการณ์บริบทสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น การล่าของชนเผ่ากลายเป็นสิ่งผิดตามกรอบการบังคับใช้ทางกฎหมายได้ทันที 
 
แน่นอนว่าประชากรส่วนใหญ่ในโลกไม่ได้เป็นกลุ่มชนเผ่าดั้งเดิมที่ยังชีพด้วยการล่าสัตว์อีกต่อไป แต่รสนิยมการล่าที่อยู่นอกเหนือจากล่าเพื่อยังชีพยังส่งต่อมาสู่คนรุ่นหลังจนถึงปัจจุบัน จึงมักเห็นนักล่าสัตว์ในหลายทวีปตั้งแต่ยุโรป, อเมริกา และที่คุ้นเคยมากที่สุดคือในแอฟริกา 
 
หลายประเทศอนุญาตให้ล่าสัตว์ได้ แต่กำหนดพื้นที่เฉพาะ กำหนดชนิดสัตว์ที่ล่าได้ และอาวุธที่ใช้ในการล่า เมื่อกรอบที่วางไว้ครอบวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มคนที่นิยมการล่าในโลกสมัยใหม่ สิ่งที่เกิดคือการลักลอบล่าสัตว์ที่ห้ามล่าด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป ไล่มาตั้งแต่เพื่อการค้าหรือบริโภคตามความเชื่อ 
 
แต่ประเด็นที่เป็นหัวข้อถกเถียงที่คนทั่วโลกสนใจมากที่สุดอีกหัวข้อหนึ่งคือเรื่องการล่าเพื่อเก็บซากไว้เป็น “รางวัล” หรือ Trophy Hunting 
 
การต่อสู้ระหว่างนักล่า และนักอนุรักษ์ในแถบอเมริกาเป็นไปอย่างดุเดือด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยชูเรื่องยกเลิกกฎแบนสินค้าที่เป็นซากช้างที่ได้จากการล่าสัตว์จากแอฟริกา แต่ดูเหมือนว่า จะต้านทานกระแสอนุรักษ์ไม่ไหวจนล่าสุด ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในรายการดังในสหราชอาณาจักรช่วงต้นปี ระบุว่า เขาเปลี่ยนใจแล้ว และให้กฎหมายแบนซากช้างจากแอฟริกาจะยังคงอยู่เหมือนเดิม 
 
ช่วงที่ทรัมป์ พูดถึงแนวคิดนี้ กลุ่มผู้นิยมการล่าสัตว์ต่างออกมาเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวาง อย่างกลุ่มซาฟารีคลับนานาชาติ ซึ่งมีริชาร์ด พาร์สัน เป็นผู้บริหารของกลุ่มแสดงความคิดเห็นว่า การล่าเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นวิถีทางที่จะให้สัมผัสธรรมชาติ โดยที่วิธีอื่นไม่สามารถทำได้
 
“รางวัลที่ได้จากการล่าเป็นเหมือนเนื้อที่เป็นอาหารซึ่งทุกคนกินสัตว์ที่ล่าได้นั่นแหละ” พาร์สัน กล่าวกับเว็บไซต์ KVOA 
 
กลุ่มซาฟารีคลับนานาชาติเป็นองค์กรที่เคลื่อนไหวเรื่องการล่าสัตว์โดยมองว่าการล่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เทียบเท่ากับการควบคุมจำนวนสัตว์ในระบบนิเวศ องค์กรนี้พยายามปกป้องสิทธิในการล่าสัตว์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า 17 ปีที่ผ่านมา องค์กรใช้เงินทุนกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรณรงค์และเผยแพร่แนวคิดของกลุ่ม
 
องค์กรนี้เป็นภาพสะท้อนจากฟากของนักล่าซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนที่มีรสนิยมล่าสัตว์(แบบถูกกฎหมาย)พยายามโน้มน้าวให้รัฐบาลถ่างกรอบกฎหมายออกหรือเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อการล่าสัตว์ที่แม้จะเป็นการล่าแบบถูกกฎหมาย แต่มักถูกองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคนทั่วไปมองในเชิงลบ
 
หลายรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถล่าสัตว์ได้ภายใต้เงื่อนไขขอใบอนุญาตและต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งถูกมองในแง่ลบจากกลุ่มนักอนุรักษ์ และองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า 
 
เดือนมกราคมที่ผ่านมา กลุ่ม SPEAK Tucson พยายามรวบรวมรายชื่อ 150,000 รายเพื่อสนับสนุนให้แบนการล่าสัตว์ในอริโซน่า 5 ชนิด อาทิ เสือภูเขา, แมวป่า และเสือจากัวร์ เพื่อสะสมซากเป็นรางวัล ซึ่งพวกเขามีมุมมองต่อการล่าสัตว์แตกต่างจากกลุ่มนักล่าอย่างสิ้นเชิง โดยนักอนุรักษ์มองว่าการล่าไม่ได้มีผลต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยรวม แต่เป็นไปเพื่อการเก็บซากไว้โอ้อวด
 
การล่าเพื่อซากหรือเพื่อเก็บประสบการณ์ล่าสัตว์ภายใต้ระเบียบของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายจากที่รัฐบาลหรือคนในท้องถิ่นก็ได้รับผลประโยชน์บางส่วน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชมในมุมมองของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 
 
แต่บางครั้ง ปัญหางอกเงยออกไปนอกกรอบที่ควบคุมได้จนเลยไปสู่การลักลอบล่าสัตว์อย่างการล่าเสือในจีน อินเดีย หรือแม้แต่ในไทยก็ตาม 
 
การล่าสัตว์ที่อยู่นอกเหนือจากการล่าเพื่อใช้ประโยชน์ต่อการยังชีพเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ในท้องถิ่นเสมอ การตายของเซซิล สิงโตหนุ่มวัย 13 ปีจากซิมบับเวด้วยฝีมือนักล่าต่างถิ่นชาวอเมริกัน เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ปลุกให้หน่วยงานรัฐในสหรัฐใส่ชื่อสิงโตหลายสายพันธุ์ในลิสต์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ซึ่งจะมีผลทำให้พลเรือนล่าสัตว์เหล่านี้ได้ยากกว่าเดิม 
 
แต่สำหรับซิมบับเว และอีกหลายประเทศในแอฟริกา พวกเขาทำเงินมหาศาลจากกิจกรรมล่าสัตว์ใหญ่ รายได้จากกลุ่มนักล่าสัตว์ที่เดินทางไปในบางประเทศของทวีปแอฟริกาสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แม้จะเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย แต่ยังมีผู้คนหลายร้อยรายต่อปีเดินทางไปซิมบับเวพร้อมปืนล่าสัตว์
 
การครอบครองซากสัตว์ใหญ่ สัตว์ดุร้าย หรือสัตว์หายาก คือการบ่งบอกสถานะ ความสามารถ ในทางจิตวิทยาแล้วเป็นการแสดงออกถึงความเหนือกว่า โดยเฉพาะสถานะทางการเงิน 
 
ทัศนคติแบบนี้และการให้ผลตอบแทนมหาศาลต่อรัฐบาลหรือเจ้าของพื้นที่ซึ่งมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหลือไม่มาก แต่ด้วยเม็ดเงินที่มหาศาล รัฐบาลนามีเบีย ยังเปิดโควตาให้ล่าแรด ที่มีไม่เกิน 5,000 ตัวในประเทศอยู่ (ด้วยเหตุผลทั้งทางการเงินและว่าด้วยข้ออ้างด้านการกระตุ้นให้ขยายพันธุ์)
 
บริบทเหล่านี้คือองค์ประกอบที่ทำให้การล่าสัตว์ที่แม้แต่เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ยังดำเนินต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหาเหตุผลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และที่สำคัญคือผลประโยชน์ที่หนักหน่วงกว่าเหตุผลและผลประโยชน์ของอีกฝ่ายมาทัดทาน มาแก้ทัศนคติ และรสนิยมการล่าเพื่อแสดงออกถึงสถานะทางสังคม
 
...น่าเสียดายที่ทัศนคติเรื่องอวดอ้างสถานะทางสังคมและทางการเงินเป็นค่านิยมที่ฝังลึกไม่แพ้ชาติอื่นด้วย