“ธนาธร Effect” ครบรอบ 1 เดือน เปิดตัว-แนะนำตัว “ธนาธร” ต่อคนไทย 
 
เป็นเวลา หนึ่งเดือนแล้ว ที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” แนะนำตัวต่อคนไทย ไม่ใช่ในฐานะ “ไพร่หมื่นล้าน”  “นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ” หรือ “นักวิ่ง นักผจญภัยที่รักการทำลายสถิติยากยาก” แต่ในฐานะ “นักการเมือง” ... อาชีพที่ธนาธรให้สัมภาษณ์สื่อว่า “ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ผมต้องมีอำนาจ” และนี่คือหนทางสู่การแสวงหาอำนาจ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ เขาบอกชัด “ภารกิจสำคัญในชีวิตของผม คือการทำให้รัฐประหารครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” ธนาธร อยากเห็น “ประชาธิปไตยตั้งมั่น” ในประเทศ เห็นคนแก้ปัญหากันในระบบ “การเมืองแบบรัฐสภา” ไม่ดึง “ทหาร-อำนาจนอกระบบ” เข้ามาแก้ปัญหาประเทศ 
 
“อนาคตใหม่” คือ ชื่อพรรคที่ “ธนาธร ปิยบุตร และทีม” เคาะเป็นชื่อสุดท้าย ท่ามกลางปรากฎการณ์ #ช่วยธนาธรตั้งชื่อพรรค “อนาคตใหม่” สะพานสู่ “ทศวรรษใหม่” หลังอยู่ใน “ทศวรรษที่สูญหาย” มามากพอแล้ว 
 
“ธนาธร Effect” นำไปสู่ ความน่าตื่นตาตื่นในทางการเมืองมากมาย หลายฉาก นัยยะที่สำคัญที่สุดคือมัน “บีบ” ให้นักการเมืองโอลด์บลัด ต้องปรับตัว อยู่นิ่งไม่ได้ บทสนทนาในทางการเมือง มุ่งหน้าสู่การขายคำว่า “คนรุ่นใหม่ “นิวบลัด” พรรคใหญ่ๆ ต่างลดอายุกันลงไปมาก ผ่านการขาย “สาร” ใหม่ๆ ในทางการเมือง  เหมือนที่ “หัวหน้ามาร์ค” ส่งหลานชายมาร่วมแย่งชิงนิยาม “คนรุ่นใหม่” กับ ธนาธร 
 
ชื่อของ ธนาธร ติดอันดับ 1 ในการเสิร์ช Google ในไทยหลังประกาศลงเลือกตั้ง
 
เมื่อ ธนาธร เล่นเกมส์ ROV กับ “บ.ก.ลายจุด” ถ่ายทอดสดทางเพจ Echo มีผู้ติตดามการเล่นเกมส์นี้มากถึง 96,000 คน ไม่ใช่แค่ชมการเล่นเกมส์ แต่ได้ฟัง ธนาธร ขายวิสัยทัศน์ กับ ผู้เลือกตั้งกลุ่มใหม่ๆ ที่พรรคการเมืองไทย อาจไม่เคยเข้าถึงมาก่อน
 
เมื่อ ธนาธร ให้สัมภาษณ์ The 101 world การไลฟ์ของเพจนี้ซึ่งอยู่ในระดับหลักพันหลักหมื่น ทวีสูงขึ้นเป็นหลักแสน มียอดคนดูสูงกว่า 193,000 คน 
 
เมื่อ ธนาธร ให้สัมภาษณ์ The Standard มียอดคนดูสูงถึง 160,000 คน สูงกว่า เมื่อ “ไอติม หลานชายมาร์ค” ให้สัมภาษณ์ในเพจเดียวกันถึง 7 เท่าตัว ไอติมไลฟ์สด มีผู้ชมราว 22,000 คน
 
ในเชิงคณิตศาสตร์การเมือง  “โพล” ช่วยตอกย้ำถึงปรากฎการณ์  “ธนาธร Effect” ได้ดี
 
ผลสำรวจ “นิด้าโพล” หัวข้อ “อยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป” พบว่า ธนาธร ซึ่งเปิดตัวสู่สนามการเลือกตั้งได้ไม่นานนัก ติดอยู่ในดับ 4 ด้วยคะแนนนิยมร้อยละ 6.8 เป็นรอง พลเอกประยุทธ์ คุณหญิงสุดารัตน์ และหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ ขณะที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ยังมีรายชื่อติดในโพลนี้ โดยอยู่ในลำดับที่ 9 หรืออยู่ในลำดับที่ดีกว่า “ลุงกำนัน” ของมวลมหาประชาชนด้วย 
 
อีกหนึ่งโพล คือ โพลจากทีมคมชัดลึก จากการทำโพลผ่าน “ทวิตเตอร์” ด้วยคำถาม “ถ้าเลือกตั้งวันนี้จะเลือกพรรคการเมืองไหน” มีผู้สนใจร่วมโหวตจำนวน 4,078 คน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56 เลือก “พรรคอนาคตใหม่” กลุ่มผู้โหวตคือผู้ใช้ทวิต กลุ่มนี้เป็น First Voter ตัวธนาธรเองก็หวังกับ กลุ่มผู้เลือกตั้งกลุ่มนี้ไว้มาก 
 
ทั้งหมดนี้คือ คณิตศาสตร์การเมือง ที่พิสูจน์ว่า “ความนิยมของ ธนาธร-ปิยบุตร-อนาคตใหม่” มีอยู่จริง 
 
 
นักการเมืองรุ่นเก่า และรุ่นเก๋าหลายราย รวมถึง สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง กังขา กับความสามารถในการ “สร้างฐานเสียง” หรือ “การเมืองของกราวด์เกมส์” ของ ธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ ?? 
 
***#ธนาธรออนทัวร์ เปลี่ยนภาพลักษณ์เป็น “นักการเมือง” เต็มตัว ***ปักหมุดกราวด์เกมส์-สร้าง Network-เก็บข้อมูล ทำนโยบาย หนุน “กระจายอำนาจท้องถิ่น” 
 
ธนาธร ปักหมุด กราวด์เกมส์ที่ จังหวัดตรัง บ้านเกิด และฐานที่มั่นของ นายหัวชวน หัวหน้าพรรคตลอดกาลของพรรคประชาธิปัตย์ ทริปนั้น คนไทยได้เห็นภาพที่เปลี่ยนไปของธนาธร เขาดู “อ่อนน้อมถ่อมตน ยิ้มเป็น ไหว้ได้ เข้าถึงง่าย” มากขึ้น หลังจากดู “ขึงขัง จริงจัง บอสซี่ เข้าถึงยาก” ซึ่งท่วงท่าแบบหลังนี้เอง จะทำให้เขาแสวงหาความนิยมได้ยาก  
 
ท่าทีของ ธนาธร ก่อนปรากฎกายที่ตรัง คือท่าทีของ ผู้บริหารธุรกิจหมื่นล้าน ที่ถนัด “สั่ง” “พูด” มากกว่าถนัด “ฟัง” เป็น “ซีเรียสแมน” มากกว่า “จะมีเวลาให้แจ่มใสเริงร่ากับผู้คน” มีภาพลักษณ์ที่ดู “เข้าถึงยาก” มากกว่า “เป็นมิตรกับผู้คน” 
 
ธนาธร ไม่ได้เกิดมาเป็น “นักการเมือง” ในแบบฉบับที่คนไทยคุ้นเคย ที่ตรังนั่นเองที่บอกกับเราว่า “ธนาธร เริ่มเป็น นักการเมืองแล้ว”
 
และก้าวต่อมาที่ “อีสาน” คือบทพิสูจน์ว่า  “ธนาธรเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว” 
 
***ปักหมุดในกราวเกมส์ - เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนหยุดกันกลับท้องถิ่น นักการเมืองหน้าใหม่อย่างธนาธร หลีกเร้นกายจาก กรุงเทพ ปักหมุดหาความนิยม สร้างเครือข่ายใน “ท้องถิ่น” 
 
ทีมกุนซืออนาคตใหม่ วางแผนให้ธนาธรได้ออนทัวร์อีสาน ใช้เวลาทั้งหมดรวม 7-8 วัน เริ่มที่หนองบัวลำภู ต่อด้วยอุดรธานี เล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น และเดินทางไปต่อที่มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และบุรีรัมย์ 
 
ในทริปนี้ ไม่เพียงมีทีมงานด้านประชาสัมพันธ์เกือบสิบชีวิตที่ติดตามธนาธรลงพื้นที่ แต่เขายังพาครอบครัว ทั้งภรรยาและลูก ลงพื้นที่ไปด้วยกัน ธนาธรโอบอุ้ม-แบก-เล่น ทำกิจกรรมกับลูกเล็กในทุกที่ที่เวลาอำนวย 
 
 
ในทุกทีที่ไป แคมเปญของ ธนาธรได้รับการตีฆ้องร้องป่าวผ่านสื่อต่างชาติ สื่อระดับชาติ และสื่อท้องถิ่น ที่ส่งสติงเกอร์(นักข่าวต่างจังหวัด)ในพื้นที่ร่วมทำข่าว ขณะที่ทีมงานของเขายังทำ พีอาร์และไอโอ ผ่านเพจของตัวเองอย่างน้อยสองแฟนเพจคือ เพจ ธนาธร ที่มีผู้ติดตามแล้วเกือบสามหมื่นคน และเพจ The Future We Want ที่มีผู้ติดตามเกือบหนึ่งหมื่นคน ในทุกกิจกรรมที่ทำ จะมีทั้งไลฟ์ ทั้งภาพนิ่ง ทั้งคลิปให้ชมย้อนหลัง 
 
แม้จะมีคำวิจารณ์ ว่า การทำประชาสัมพันธ์ของ ธนาธร ขาด “เส้นเรื่อง” ที่ชัดเจน “เหมือนมาเที่ยวแล้วมีกล้องจับเฉยๆ พูดและฟังน้อยมาก มีแต่คนมาถ่ายรูปประปราย”  “ยังเข้าไม่ถึงชีวิตชาวบ้าน” “ยังแสดงวิสัยทัศน์ได้น้อย เหมือนไม่มีข้อมูลอยู่ในมือ” “สร้างการมีส่วนร่วมกับคนที่พบปะได้ยังไม่ดี” แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการปักหมุดในกราวเกมส์ที่ ธนาธรและทีมยังมีเวลาปรับปรุงตัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่การเลือกตั้งถูกขยับออกไปเรื่อยๆ 
 
แต่นัยยะสำคัญที่ แคมเปญของธนาธรต้องการสื่อสารก็คือ “ธนาธร ไม่ด้อยในกราวเกมส์” พร้อม “ปักหมุด” “โน้มตัวอย่างอ่อนน้อม” เพื่อเก็บ “ทุกคะแนนเสียง” ในทุก “สมรภูมิรบ” ของการเลือกตั้ง ไม่ใช่มุ่งแสวงหาคะแนนเสียงจาก “ปราสาททรายโลกออนไลน์ ที่ก่อโดยคนรุ่นใหม่” แต่อย่างเดียว
 
***สร้างเครือข่าย-อีกหนึ่งเป้าหมายของการออนทัวร์ อยู่ที่ความพยายามในการสร้าง “เครือข่าย” ให้แข็งแรง ในการออนทัวร์อีสาน ธนาธร มีนัดพบปะกับ “กลุ่ม” “บุคคล” “นักการเมืองท้องถิ่น” “ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ” “พระ/วัด” “ผู้นำชุมชน” หรือนัยยะหนึ่ง เขากำลังมองหา “หัวคะแนน” ในแต่ละจังหวัดที่เขาเดินทางไป 
 
 
ธนาธร มีนัดพบปะ ทั้งในทางลับและทางแจ้ง เขาให้สัมภาษณ์มติชนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "เราจะมีการพูดคุยกันอย่างเปิดใจ เพราะขณะนี้มีความชัดเจนที่มีกลุ่มในจังหวัดต่างๆ ที่อยากจะสนับสนุนพรรคของเรา อยากที่จะช่วยงาน ช่วยเหลืองานของพรรค ซึ่งขณะนี้ยังคงไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆ เพราะจะมีแรงกดดันกับผู้สนับสนุนได้” นี่เป็นที่มาที่ทำให้การพบปะดำเนินไปในทางลับ เพื่อให้ ความสัมพันธ์ระหว่าง เครือข่ายในพื้นที่ กับ ธนาธร ดำเนินไปได้ยาวนาน 
 
แต่ที่เผยได้ คือ ธนาธรมีนัดหมายให้ไปไหว้พระ และเข้ากราบเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคามทั้งสองนิกาย ธนาธรได้รับพรจาก เจ้าคณะว่า “ทำใจให้กว้าง แต่ทำตัวให้ลีบ” “ให้เดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไปให้ถึงที่สุดตามกำลังและความสามารถที่มี” และนี่ไม่ใช่วัดเดียวที่ ธนาธรมีนัดพบปะในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เขายังมีนัดไหว้พระในอีกหลายวัด หลายองค์ เพราะ “พระ” “วัด” ยังคงเป็นศูนย์กลางที่แข็งแรง ที่จะช่วยแนะนำตัว ธนาธรต่อ ชาวอีสาน ต่อชุมชน และเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่แข็งแรงของธนาธรในระยะยาว 
 
***เก็บข้อมูล สร้างนโยบาย - ขาสองข้าง ที่จะเป็นนโยบายเด่นของ อนาคตใหม่ ข้างหนึ่งคือนโยบายด้านการศึกษา อีกด้านคือ นโยบายด้านการกระจายอำนาจ และท้องถิ่น ขาข้างที่สองนั่นเอง ที่การออนทัวร์อีสานจะเป็นตัวเติมเต็มและแสดงให้เห็นว่า ธนาธรและพรรคให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมาก 
 
ที่แรกที่เขาตั้งใจเดินทางไป จึงเป็น “ตลาดประชารัฐลานค้าชุมชนห้วยเดื่อ จ.หนองบัวลำภู” ตลาดขายสินค้าของท้องถิ่น ต่อมาคือหนองประจักษ์ อุดรธานี-เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ซึ่งธนาธร ยกย่องว่า เป็นหนึ่งใน “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย” และปิดท้ายครึ่งแรกที่ ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น 
 
“สาร” ที่สำคัญจาก “สามจังหวัด” ก็คือ “ท้องถิ่นสามารถทำเรื่องใหญ่ได้” โดยไม่ต้องรอ “รัฐส่วนกลาง” เป็นผู้นำในการลงมือทำ สำหรับธนาธร “ท้องถิ่นต้องเป็นผู้นำและมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเอง” สารข้อนี้คือ “นโยบายที่ธนาธร และอนาคตใหม่ให้การสนับสนุน” 
 
 
ถ้า “ท้องถิ่นทำเรื่องใหญ่ได้” เราจะมีตลาดขายของในชุมชนที่ช่วยสร้างรายได้ หลายแห่งมากขึ้น เราจะมีพิพิธภัณฑ์ที่เล่าอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ทันสมัยกระจายในทั่วประเทศ เราจะมีเทศกาลระดับโลก ซึ่งจะกลายเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวในระดับโลกอีกหลายแห่ง 
 
ที่ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น ธนาธร ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มีคนมารอพบเขา มากกว่าที่ตัวเขาเองประเมินไว้ มีทั้งวัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุที่มารอผูกผ้าขาวม้าให้ธนาธร และแน่นอนมีสาวๆ รุมล้อมปะแป้งนักการเมืองหน้าใหม่คนนี้ไม่ขาดสาย แต่สารหนึ่งที่ ธนาธรต้องการสื่อสารก็คือ “เพียงแต่กระจายอำนาจ ทำให้โอกาสให้เปิด กฎหมายไม่ปิดช่อง” เห็นหรือไม่ว่า งานเล่นน้ำเล็กๆ ในช่วงสงกรานต์ที่จัดโดยท้องถิ่นเมื่อสิบห้าปีก่อน ได้กลายเป็นงานใหญ่ระดับโลกแล้ว และนี่คือตัวอย่างหนึ่งที่บอกว่า “ท้องถิ่นทำเรื่องใหญ่ได้” 
 
มากกว่าการไปเช็คเรตติ้ง ตามแบบฉบับแคมเปญหาเสียงทั่วไป เขายังถือโอกาส “เก็บข้อมูล เพื่อทำเป็นนโยบาย” และสำคัญคือการย้ำ-ผลักดัน “หนุนกระจายอำนาจท้องถิ่น” มาเป็นเรื่องแรกแรกในนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ด้วยฐานความคิดว่า ถ้าปลดล็อก ท้องถิ่น จาก อ้อมกอดแน่นๆ ของรัฐส่วนกลางได้ จะมีความน่าตื่นตาตื่นใจอีกมาก เกิดขึ้นในประเทศนี้
 
ที่ปรามาสกันไว้ ธนาธรจะเร่งพิสูจน์ 
อนาคตใหม่ มี “ฐานความนิยม” อยู่จริง
แต่อ่อนด้อยเรื่อง “ฐานเสียง”
#ธนาธรออนทัวร์ พยายามลบคำปรามาสในข้อนี้ 
แต่คะแนนที่คูหา จะเป็นคำตอบว่า ธนาธรทำได้จริงหรือไม่ 
 
สงครามนี้ยาวไกล เมื่อนักข่าวท้องถิ่น ถามธนาธร ที่ขอนแก่นว่า “พลังงานยังเหลือไหม ในเมื่อ การเลือกตั้งดูเหมือนจะถูกขยับออกไปเรื่อยๆ นั่นหมายความถึง ธนาธรจะต้องเดินสายหาเสียงนานขึ้น” 
 
ธนาธร ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง หนักแน่นว่า “เหลือเฟือ”