เริ่มมีคนกล่าวถึงการที่จะเปิดตัว BNK48 รุ่นที่ 2 หลังจากผ่านกระบวนการคัดเลือกจากเข้มข้นจากจำนวนผู้สมัครเกิน 10,000 คน ให้เหลือเพียงไม่กี่ 10 คน หลายคนได้มีโอกาสมาจัดดิจิทัลไลฟ์สตูดิโอ หรือตู้ปลาเพื่อได้ทำความรู้จักกับแฟนๆไปบ้างแล้ว และก็มีบางคนถอนตัวไปด้วยเหตุผลที่หลากหลาย
 
เมื่อมีโอกาสไปดูคอนเสิร์ต Tao Kae Noi Presents BNK48 1st Concert “STARTO” ก็พบว่ามีคนทำโปรเจกต์ชูป้ายกระดาษข้อความหากแปลก็ประมาณว่า “BNK รุ่นที่ 1 คือที่สุด” อีกทั้งได้ลองเช็กปฏิกิริยาจากกรุปสนทนาเกี่ยวกับ BNK48 พบว่ามีกระแสที่ยังไม่เปิดใจรอรับรุ่นที่ 2 พอสมควร
 
ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบรุ่นนั้นถูกจำลองมาจากสังคมการทำงานของญี่ปุ่นที่หากเราเข้างานวันเดียวกันกับใคร ให้ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันตลอดไปแม้จะมีอายุที่แตกต่างกัน และถ้าหากมีคนเข้ามาทีหลังก็ตามถึงแม้จะมีอายุมากกว่าก็จะต้องเชื่อฟังเคารพ “รุ่นพี่” ที่มาก่อน ฟังแล้วเผินๆ ก็เหมือนระบบ SOTUS ในสังคมไทยเช่นกัน
 
ภาพจาก PEE Photography
 
ส่วนโลกของไอดอลวงที่ดนตรีที่นำระบบรุ่นมาใช้เป็นกลุ่มแรกๆได้แก่ Onyanko Club ไอดอลกรุปชื่อดังในยุค 1980 จากการปลุกปั้นของโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง “อากิพี” อากิโมโตะ ยาสุชิ ก่อนที่จะมาเป็นผู้ก่อตั้ง 48Group และซากะมิจิ(หรือกลุ่ม 46)ในเวลาต่อมา ซึ่งถ้าหากเรามองรุ่นของไอดอลเป็นดั่งห้องเรียน ก็จะมีเหล่าเด็กเรียนเก่ง สาวสวย ตัวแสบ และพวกหลังห้อง
 
ด้วยความที่พื้นที่ของเมมเบอร์ที่ถูกเลือกหรือเซมบัตสึนั้นมีจำนวนจำกัด ดังนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนในรุ่นจะไปสู่จุดสูงสุดได้เป็นเซนเตอร์ของเพลงหรือเอชของรุ่นได้ และยิ่งมีคู่แข่งมากขึ้นในรุ่นต่อมาย่อมทำให้พื้นที่เซมบัตสึที่มีอยู่จำกัดก็จะถูกจัดสรรใหม่อีกด้วย ย่อมสร้างความกดดันให้กลุ่มผู้มาก่อน และสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้มาทีหลัง เพื่อแย่งชิงพื้นที่ดังกล่าว และถ้ามองย่อยไปอีกในรุ่นเองถึงแม้จะเริ่มต้นออกตัวมาพร้อมกัน แต่พอผ่านไปสักระยะลำดับของแต่ละคนยังมีการสลับสับเปลี่ยนกัน อยากจะยกตัวอย่างเพลงหนึ่งของ Team 8 AKB48 ที่พูดถึงเรื่องนี้ได้ดี อย่าง Yume he no Route หรือเส้นทางสู่ความฝันที่ว่า
 

 
suta-to no jiten wa yoko ni narande ita
onaji sedai no onaji yume motsu nakama datt
aozora ni pisutoru natta shunkan kara
retsu wa midarete
dare mo ga kyousou shihajimeta
 
ที่เล่าว่า “ตรงจุดเริ่มต้นนั้นเรายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เป็นคนที่มีความฝันร่วมกัน แต่ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น แถวต่างๆนั้นเริ่มสลายตัว และทุกคนก็เริ่มวิ่งแข่งกัน” การเข้ามาอยู่ในระบบนี้ต้องมีการแข่งขันเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ว่าแข่งแบบไหนที่จะผลักดันตัวเอง วง และรุ่นไปข้างหน้า
 
สายสัมพันธ์ระหว่างรุ่นเป็นเรื่องสำคัญ เราจะเห็นได้ว่าเวลาเมมเบอร์ดังๆ คนสำคัญของรุ่นจบการศึกษาไป เพื่อนก็จะมาร่วมส่งด้วย เหมือนเป็นความภูมิใจของรุ่นว่าพวกเราได้อยู่ร่วมรุ่นกับเธอคนนี้ตั้งแต่ยังเริ่มฝึกหัดมาด้วยกัน อย่างนอกจากรุ่นที่ 1-3 ของ AKB48   ที่เป็นออริจินัลทีม A,K และ B แล้วอยากจะพูดถึงอีก 3 รุ่นที่ส่งผลถึงปัจจุบัน เริ่มจากรุ่นที่ 5 ของ AKB48 ที่ถือว่ารวมผู้สร้างวงน้องสาวทั้ง “ซัชชี” ซาชิฮาระ ริโนะ เจ้าของตำแหน่งผู้ชนะการเลือกตั้ง 4 สมัยผู้ปลุกปั้น HKT48  และคู่หูอย่าง “คิตะริเอะ”คิคาฮาระ ริเอะ ผู้ปลุกปั้น NGT48 และในรุ่นยังมีแชมป์จังเค้น(เป่ายิ้งฉุบเลือกเซนเตอร์) คนแรกอย่าง “อุจจี้” อุจิดะ มายูมิ อีกด้วยซึ่งทุกคนต่างกลับมารวมตัวในงานจบการศึกษาของริเอะที่อากิฮาบาระ
 
หรือรุ่นที่ 9 ที่เรียกว่าเป็น “Golden Age” ของ AKB48 เพราะมีทั้งโชคันโตคุคนปัจจุบันอย่าง “ยุยฮัง”โยโกยาม่า ยุย และ “พารูรุ” ชิมาซากิ ฮารุกะ อดีตเอชของ AKB48 และทุกคนกลับมารวมตัวอีกครั้งในเพลงจบการศึกษาของพารูรุอย่าง Better เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของรุ่น 9
 

 
ส่วนรุ่นที่ไม่น่าจดจำก็คือ รุ่น8 ที่เรียกว่า “ยุคมืดของ AKB48” เพราะไม่มีคนใดเลยที่สามารถขึ้นมาเป็นเมมเบอร์ ไม่ผ่านแม้กระทั่งขั้นตอนของการยกระดับจากเคงคิวเซย์  “TGSK” โทงาซากิ โทโมโนบุ อดีตผู้จัดการเธียเตอร์ของ AKB48 กล่าวยอมรับว่าส่วนหนึ่งรุ่นนี้เข้ามาเพราะชื่อเสียงที่เริ่มโด่งดังของ AKB48 และเมื่อเข้ามาก็รู้ทะนงว่า “ฉันนี่ล่ะเป็นเด็กฝึกหัดของ AKB48” และใช้เวลาซ้อมหนีไปเที่ยวเตร็ดเตร่  ทางออฟฟิศจึงจำเป็นที่จะต้องไม่ให้ผ่านมาตรฐานยกรุ่นเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อรุ่นต่อๆ ไป
 
 
ต้องติดตามดูว่ารุ่นที่2 ของ BNK48   ที่เข้ามาจะช่วยพัฒนาวงและชื่อเสียงของวงไปสู่อนาคต หรือจะติดกับดักความสำเร็จของรุ่นที่ 1 ที่ได้สร้างไว้จนไม่สามารถก้าวผ่านได้ แต่ก่อนอื่นอยากให้เปิดใจรับพวกเธอก่อนว่านี่คืออนาคตของ BNK48  และการเข้ามาสมัครเพื่อชื่อเสียงหรือต้องการโด่งดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่สิ่งสำคัญก็คือในระยะเวลาที่เป็นไอดอลได้สร้างอะไรไว้มากกว่า เพื่อที่วันหนึ่งรุ่นที่1 จบการศึกษาไป จะต้องมีคนรับช่วงต่อ เพื่อให้วงไม่เดินทางไปถึงจุดจบ
 
ให้กำลังใจทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ของ BNK48 ครับ