x

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหากเปิดใช้เวลาในการอัพเดตเรื่องราวที่กำลังเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งทวิตเตอร์ นอกจากความพ่ายแพ้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แล้ว อีกหนึ่งแฮชแท็กที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ #GamConcertMyFirstTime 
 
เพราะคอนเสิร์ตเดี่ยวของศิลปินหญิงอันดับต้นๆ ของเมืองไทยคนนี้มีดีทั้งความสามารถที่เธอนำโชว์ ครบด้วยแขกรับเชิญหลากหลายแนว และภาพรวมที่สะท้อนตัวตนของเธอได้เป็นอย่างดี
 
เมื่อ 10 ปีก่อนคนไทยรู้จักผู้เข้าแข่งขันหญิงที่มีชื่อ แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น จากรายการเดอะ สตาร์ ซึ่งในการประกวดนั้นมีรอบหนึ่งที่เธอต้องออกแบบและแสดงมินิคอนเสิร์ตความยาว 25 นาทีเป็นของตัวเอง  
 
ในครั้งนั้นแก้มได้ตั้งชื่อมินิคอนเสิร์ตของตัวเองว่า Dream Girl อันเป็นภาพสะท้อนถึงความใฝ่ฝันของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกทำให้เป็นจริง ในครั้งนั้นแก้มเลือกเลือกเพลง Listen เวอร์ชั่น Beyoncé มาร้องปิดท้ายในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจของเธอ จนผ่านมา 10 ปีแก้มมีคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบเป็นของตัวเอง เธอจึงหยิบเอาเพลง Who Run The World ของศิลปินต้นแบบท่านนี้มาร้องอีกครั้งและใช้เป็นฉากเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่จากแสตนสูงบนเวที 
 
 
แม้ว่าเพลงนี้จะให้ภาพเปิดตัวคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ด้วยพลังเสียงของแก้ม และตอกย้ำพลังของผู้หญิงที่สามารถขับเคลื่อนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดีก็ตาม แต่สิ่งที่ยังทำให้ผู้ชมไม่ตื่นตาอย่างถึงที่สุดคือลักษณะของเวทีและองค์ประกอบของโชว์ที่คล้ายกับโชว์ล่าสุดของควีนบีในเทศกาลดนตรี Coachella ไปนิดนึงเท่านั้นเอง
 
ยังไม่ทันได้หายเหนื่อยจากโชว์เปิดที่อลังการและสมความเป็นนักร้องทรงพลัง  แก้มก็งัดเอาเพลงสากลจังหวะสนุกๆ อย่าง Starship มาอุ่นเครื่องผู้ชมก่อนจะเข้าสู่คอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ  
 
เมื่อเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองแล้ว แก้มไม่ลืมที่จะเอาเพลงดังตัวเองนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าวงการอย่าง ความผูกพันซื้อความรักไม่ได้ และอีกหลายเพลงบาดใจมาร้องให้ฟัง  ซึ่งนี่ถือเป็นเมดเล่ย์ชุดแรกของคอนเสิร์ตนี้โดยมีการปรับดนตรีให้เชื่อมต่อระหว่างเพลงได้อย่างลงตัว จึงทำให้พาร์ทนี้ที่มีแต่เพลงเศร้าไม่ดึงอารมณ์ผู้ชมมากเกินไปและไม่ทำให้น่าเบื่ออีกด้วย
 
 
เมื่อได้ฟังเพลงแรกในวงการเพลงของแก้มรวมทั้งเพลงอื่นๆของเธอแล้ว ภาพรวมของคอนเสิร์ตตอนนี้จึงเหมือนพาผู้ชมย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของเธอ  ที่นับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แก้มมีวันนี้ที่ครบ 10 ปีในวงการเพลงได้นั่นคือครอบครัว 
 
ดังนั้น แขกรับเชิญชุดแรกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างแม่และเกต น้องสาวของเธอ ด้วยพรสวรรค์ด้านการร้องที่ไม่แพ้พี่สาว เกตจึงมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกๆ อย่างสะโพกสลาตัน ออกมาสนุกสนานและดูเป็นมืออาชีพอย่างมาก 
 
ก่อนที่ทั้งสามแม่ลูกจะร้องเพลง ยังยิ้มได้ ที่ทำผู้ชมหลายคนในฮอลล์น้ำตาซึมไปกับภาพความประทับใจที่ปรากฏบนเวที และยังเป็นบทเพลงที่สะท้อนให้เห็นว่า แก้มเป็นนักร้องมีต้นแบบการปฏิบัติตัวที่น่ารักจนสามารถครองใจแฟนคลับนี้มาจากใคร อีกทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนที่ดีจนทำให้แก้มพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย
 
 
จุดเริ่มต้นความฝันการเป็นนักร้องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีศิลปินในฝันที่แก้มหลงใหลและอยากมีโอกาสได้พบซักครั้ง ซึ่งกลายมาเป็นแขกรับเชิญคนต่อมาที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมทั้งฮอลล์เมื่อแดน-วรเวช ขึ้นมาร้องเพลงคู่และมีฉากชวนฟินกับแก้มในเพลง สภาวะทิ้งตัว ก่อนจะโชว์เสียงเพราะๆของตัวเองในเพลง สิ่งของ อีกเพลงหนึ่ง 
 
แขกรับเชิญคนนี้นอกจากจะเป็นเหมือนภาพฝันที่เป็นจริงของแก้มแล้ว ยังเผยให้เห็นอีกมุมของแก้มในฐานะนักแสดงเพราะทั้งสองคนเคยร่วมงานกันในซีรีส์เรื่อง 30 กำลังแจ๋ว ซึ่งเป็นผลงานการแสดงชิ้นล่าสุดของแก้ม ที่แดนยังออกปากชมว่าเธอคนนี้มีความตั้งใจและพัฒนาฝีมือของตนเองอย่างต่อเนื่องจริงๆ 
 
ในโฆษณาประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ตครั้งนี้ที่บอกว่า "แก้มคือนักร้องเสียงทรงพลังของเมืองไทย" ซึ่งต้องยอมรับว่านอกจากแก้มแล้ว ยังมีนักร้องหญิงที่มีคุณภาพเสียงดีและทรงพลังเช่นกันอยู่หลายคน ดังนั้นการจะทำให้พาร์ทเสียงทรงพลังสมบูรณ์แบบจึงต้องมีพวกเธอเหล่านี้ทั้ง ปนัดดา เรืองวุฒิ, ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และมาเรียม เกรย์  3 สาวที่มีแนวการร้องไม่เหมือนกันแต่มีความเหมือนกันตรงที่การถูกยอมรับว่าพวกเธอคือดีว่าที่มีคุณภาพของประเทศ  
 
โชว์นี้แก้มจึงเลือกเพลงมาร้องคู่กับแต่ละคนในหลายอารมณ์ทั้งแนวเกาหลีอย่าง Into the new world และ Boom Ba Yah ร้องต่อเนื่องกับเพลงสากลอย่าง Havana และ Dhoom Dhoom จนทำให้เพลงต้องลุกเป็นไฟด้วยลีลาของพวกเธอทั้ง 4 คน 
 
ซึ่งโชว์พาร์ทนี้นอกจากจะเด็ดที่ตัวศิลปินและแขกรับเชิญแล้ว องค์ประกอบต่างๆ ของโชว์ยังทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งการออกแบบการเต้นที่ใช้พื้นที่คุ้มค่า และการออกแบบโทนสีของเวทีที่กล้าฉีกภาพเดิมๆ ของคอนเสิร์ตเอไทม์และผสมผสานสีโทนหลักออกมาได้อย่างลงตัว จนทำให้โชว์ของ Girl Power มีสีสันและทรงพลังในเวลาเดียวกัน
 
เมื่อแก้มถูกจัดให้เป็นตัวแม่คนหนึ่งของวงการแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่มาพร้อมกันคือเธอยังเป็นขวัญใจของเหล่าเพศทางเลือกอีกมากมาย ขณะเดียวกันหลายปีที่ผ่านมาแก้มยังมีชื่อเสียงมาจากเพลงดังระดับโลกอย่าง Let it go หรือเวอร์ชั่นไทยคือเพลงปล่อยมันไป ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อะนิเมชั่นเรื่อง Frozen ดังนั้นหากจะไม่มีเพลงนี้ในคอนเสิร์ตคงจะดูแปลกๆ แก้มจึงนำมาร้องพร้อมด้วยเพลงจากการ์ตูนดิสนีย์เรื่องดังอีก 3 เพลงมาโชว์ร่วมกับแขกรับเชิญชุดต่อมาคือปิงปอง-ธงชัย, เจนนี่ ปาหนัน และป๋อมแป๋ม-นิติ ที่มาร่วมเป็นตัวการ์ตูนต่างๆ กับแก้มอย่างสนุกสนาน 
 
 
แน่นอนว่าโชว์นี้ต้องเรียกเสียงฮาจากผู้ชมทั้งฮอลล์ได้ตลอดการแสดงอยู่แล้ว แต่ยังมี 2 สิ่งที่ทำให้ผู้ชมประทับใจคือหนึ่งโปรดักชันส์ในแต่ละโชว์ที่ทำออกมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ศักยภาพของคอนเสิร์ตจะสามารถทำได้ เช่น เนรมิตโลกใต้ท้องทะเลขึ้นมาและให้แก้มได้เป็นเสมือนเงือกสาวที่ว่ายน้ำไปมาได้อย่างสมจริง 
 
 
หรือแม้แต่พรมอาลาดินที่เหาะพาชมโลกใบใหม่ (A Whole New World) กลางเวทีเป็นต้น และโชว์นี้ยังถูกทำให้มีความหมายและคุณค่าเมื่อแขกรับเชิญทั้ง 3 คนยังเปล่งประกายความสามารถที่มากกว่าด้านความตลกที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี เพราะในแต่ละเพลงปิงปอง เจนนี่และป๋อมแป๋มได้โชว์ทักษะของการร้องของพวกเขาออกมา แม้จะไม่ดีเลิศแต่มีความตั้งใจอันล้นเหลือของทั้งสามคนอยู่ในโชว์นี้
 
 
เมื่อพูดถึงความตั้งใจ นี่เป็นอีกคีย์เวิร์ดสำคัญของคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะแต่พาร์ทในคอนเสิร์ตของแก้มจะย้ำให้ผู้ชมเห็นว่านักร้องสาวคนนี้มีความตั้งใจที่จะพัฒนามาอย่างยาวนาน ซึ่งแขกรับเชิญคนสุดท้ายของแก้มก็เป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่มาช่วยย้ำให้ประจักษ์ชัดขึ้นว่าแก้มคือนักร้องที่ไม่หยุดความตั้งใจและไม่หยุดพัฒนาจนกว่าจะมาถึงวันนี้นั่นคือบอย-ถกลเกียรติ  ที่มาร่วมร้องเพลงเพื่อดาวดวงนั้นและพูดถึงดาวดวงเด่นที่เป็นผลผลิตอันน่าภาคภูมิใจของรายการเดอะ สตาร์ว่า แก้มคือนักร้องที่ต่อสู้และพัฒนาจนสามารถลบคำครหาต่างๆ ที่เธอเผชิญมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในวงการได้สำเร็จ จนทำให้พาร์ทของแขกรับเชิญคนสุดท้ายนี้มีทั้งความเซอร์ไพร์สและความปิติใจไปพร้อมๆ กัน
 
 
เข้าสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตนอกจากจะมีชุดเพลงจังหวะสนุกๆ มาชวนทุกคนเต้นแล้ว แก้มปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงแทนคำขอบคุณและคำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่หยุดพัฒนาด้วยบทเพลง ขอเป็นคนของเธอ ที่นอกจากจะมีประทับใจผู้ชมแล้ว แฟนคลับในฮอลล์ทุกคนยังร่วมทำโปรเจ็กต์ด้วยแท่งไฟสีทั้งฮอลล์จนศิลปินเจ้าของคอนเสิร์ตกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ 
 
 
 
ภาพรวมของคอนเสิร์ตครั้งนี้ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทีมงานเอไทม์ โชว์บิส ออกแบบมาดีและมีการร้อยเรียงเรื่องราวที่ดีและโดดเด่นกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา  เมื่อรวมกับความเอาใจใส่ของศิลปินเจ้าของงานแล้วด้วยจึงไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้ผู้ชมทั้งหมื่นที่นั่ง สองรอบการแสดงเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม และอิ่มใจจากคอนเสิร์ตที่ครบทุกรสชาติ 
 
ช่วงหนึ่งบนเวทีบอย-ถกลเกียรติถามแก้มว่าคอนเสิร์ตนี้มีชื่อว่าอะไร แก้มจึงบอกว่า Gam Concert My First Time ก่อนที่บอยจะพูดกลับไปว่า But I told you this is not your last time ซึ่งน่าจะเป็นประโยคเดียวกับที่หลายคนคิดและอยากให้เป็น 
 
ดังนั้น หลังจากคอนเสิร์ตนี้คงต้องเปลี่ยนจากแฮชแท็ก #เมื่อไหร่แก้มจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยว ที่เป็นเทรนด์เมื่อช่วงต้นปีให้มาเป็น #เมื่อไหร่แก้มจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกครั้ง  เพราะเชื่อว่าหลายคนที่พลาดคงอยากดูและคนที่ได้ดูแล้วก็อยากดูอีกแน่นอน