x

FIFA 18 & CS 18 มาจับจอยและสอยแชมป์เจลีกกัน
 
ความรู้สึกในการรอฟุตบอลโลก แข่งขันนัดแรก 
ความรู้สึกในการรอพรีเมียร์ลีก เปิดฤดูกาล
ความรู้สึกในการรอซีดีของศิลปินที่รัก วางแผง
ความรู้สึกของการรอคนที่เราบอกรัก ตอบรับ
 
ทั้งหมดคงไม่ต่างไปจากการรอคอยของคอเกม และคอบอลที่เฝ้ารอให้นาฬิกาหมดช่วงทดเวลาเจ็บ ให้วันที่ 29 กันยายนมาถึงโดยไว เพราะเป็นวันแรกในการลงสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกของ “ฟีฟ่า 18” เกมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก
 
ซึ่งหลัง "ฟีฟ่า 18" เปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ในตู้โชว์ไม่กี่ชั่วโมง ตลาดนักเตะก็ฝุ่นตลบวุ่นวาย บางคนไม่ต้องรอเดดไลน์ แต่เลือกเสริมทัพก่อนใครตั้งแต่ห้างร้านเปิด เมื่อรูด ๆ ดูหน้าฟีดเฟสบุ๊ก เพื่อน ๆ หลายคนโพสต์ภาพ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในชุดเรอัล มาดริด” เป็นอันว่า ปิดดีล ฟีฟ่า 18 ได้ย้ายเข้าสู่เครื่อง PlayStation 4 ของหลายครัวเรือนเป็นที่เรียบร้อย ด้วยราคาค่าตัว 1,890 บาท 
 
เมื่อใส่แผ่น เปิดเครื่อง พอรู้สึกตัวอีกที ก็รุ่งสางของวันใหม่
 
เกมฟุตบอลเป็นเกมอายุสั้น มักจะมีอายุเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น หลัก ๆ คนที่ซื้อเกมใหม่จึงไม่หวังอะไรมากไปกว่าการที่นักเตะในเกมจะย้ายทีมตามเรื่องจริง และการจัดระบบรวมถึง 11 คนแรกตามที่กุนซือแต่ละสโมสรจริง ๆ ใช้ในฤดูกาลใหม่ เนื่องจากภาคเก่าไม่อัพเดทแล้ว ซึ่งใครที่เล่นทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คงอยากจะวาง โรเมลู ลูกากู ยืนเป็นหัวหอก แฟนลิเวอร์พูลก็อยากกด R1 ตอน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ได้บอลทางปีกขวา หรือ หลายคนอาจจะอยากเล่นทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในเวอร์ชั่นที่มี เนย์มาร์, คีเลียน เอ็มบัปเป้ และเอดิสัน คาวานี่ เป็น 3 ประสานในเกมรุก ส่วนเรื่องภาพสวย ฟีเจอร์สการเล่น ความสมูท เป็นเรื่องรอง
 
โดยสิ่งที่ฟีฟ่าเกมเดิม แต่เพิ่มเติมลงไปในเวอร์ชั่น 18 เว็บอย่างเป็นทางการของ EAsports ผู้ผลิตเกมระบุไว้ว่าในโหมดหลักเกี่ยวกับการเล่นมี 
 
1. DRAMATIC MOMENTS (ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นเร้าใจ)
การเคลื่อนไหวในท่าทางใหม่ ๆ รวมถึงการยิงประตูรูปแบบใหม่ ๆ สวย ๆ แบบคาดไม่ถึง ทั้งการซัลโวด้วยเท้า และการโหม่ง นอกจากนั้น ยังเพิ่มรูปแบบการเปิดบอลจากปีกด้วย

2. REAL PLAYER MOTION TECHNOLOGY (ใช้เทคโนโลยีเคลื่อนไหวจากผู้เล่นจริง)
นำเอาเทคโนโลยีที่เรียกกว่า “เรียล เพลเยอร์ โมชั่น เทคโนโลยี” มาใช้ คือการนำชุดเซ็นเซอร์ไปติดไว้ที่ตัวนักเตะจริง เพื่อจดจำรูปแบบการเคลื่อนไหว ทั้งการยิงประตู การสับเท้า 
 
โดยตัวอย่างคือ นำชุดไปติดไว้ที่ตัวของคริสเตียโน โรนัลโด เพื่อลอกเลียนท่าทางทั้งหมด ดังนั้น ในฟีฟ่า 18 ผู้เล่นระดับท็อป อาทิ โรนัลโด้ หรือ อองตวน กรีซมันน์ จะมีท่าวิ่ง เทคนิค ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือน AI ตัวอื่น ๆ 
 
3.TEAM STYLES (สไตล์การเล่นของแต่ละทีม)
ทั้งตีกี้ ตาก้า, การบีบพื้นที่สูงแบบที่เราเห็นกันในการถ่ายทอดสดที่นักเตะมายืนจ่อถึงหน้าประตูอีกฝั่งตอนโกล์เล่นลูกตั้งเตะบนกรอบ 6 หลา รวมถึงรูปแบบการบุกของทีมดัง ๆ จะถูกนำมาใช้ในฟีฟ่า 18 เป็นแผนการเล่นแบบเดียวกับสโมสรจริง ๆ 
 
4.IMMERSIVE ATMOSPHERES (การจำลองบรรยากาศในสนาม)
ในสนามจะละเอียดทั้งเงา แสงแดด การร้องตะโกน เสียงปลุกเร้าตอนทีมบุก โซนที่นั่งกองเชียร์ ทีมเยือน ทีมเหย้า มุมเดียวกับความเป็นจริง การเปิดตัวตอนเปิดเกมก็พัฒนาขึ้นให้เหมือนกับการถ่ายทอดสดจริง ๆ ด้วย 
 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้  ฟีฟ่า18 ใช้คำว่า "blurs the line between the virtual and real worlds" หรือ แปลได้ว่า "เอาให้คุณแยกไม่ออกระหว่างเกมและของจริง" เลยทีเดียว
 
ส่วนในหมวด เดอะ เจอร์นี่ ยังคงอยู่กับ อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ที่ปรากฎตัวในภาคที่แล้ว แต่จะเป็นการผจญภัยในโลกลูกหนังที่ไปไกลกว่าเดิม ขณะที่ Fifa Ultimate Team อาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างมีนัยยะสำคัญ
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ความตื่นเต้นที่จะได้บังคับ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทยที่เวลานี้ค้าแข้งแบบยืมตัวอยู่ในเจลีก ญี่ปุ่นกับทีมคอนซาโดเล่ ซับโปโร เพราะนานมาแล้วที่ไม่มีนักเตะไทยแท้ ๆ ในเกมฟีฟ่า ถ้าไม่นับ  “ฟีฟ่า ออนไลน์”
 
 
เปิดมาในเซฟแรกของแผ่นออริจินอลในระบบ 3-4-1-2 ของคอนซาโดเล่ ไม่มี CS18 เป็นตัวจริง ดังนั้น เราคงไม่ต้องรอช้าที่จะเปลี่ยนตัวกองกลางวัย 23 ปีจากม้านั่งสำรองลงเป็น 11 คนแรก
 
ค่าพลังของ ชนาธิป โดยรวม คือ 65 
ที่โดดเด่นคือ การกระชากบอล  (acceleration) อยู่ที่ 88
อีกส่วนที่เยอะก็คือ ความคล่องตัว (agility) ที่ 81
การทรงตัว (balance) ที่ 77
การเร่งฝีเท้าวิ่ง (sprint speed) 73 ซึ่งเป็นไปตามจุดเด่นแบบเดียวกับตัวจริง ซึ่งค่าพลังการกระชากบอล และความคล่องตัวถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นระดับท็อป
 
ส่วนค่าที่ไม่สูงก็ยังเสมือนจริง นั่นคือความแข็งแกร่ง เพราะอย่างที่ทราบกันว่า ดาวเตะไทยในเจลีกตัวเล็ก จึงโดนเบียดแย่งบอลได้ง่าย เช่นเดียวกับการยิงประตู ที่ไม่ใช่จุดเด่นของมิดฟิลด์ทีมช้างศึก ที่แม้แต่คุณพ่อ ก้องภพ สรงกระสินธ์ ยังออกปากว่า “ความผิดพลาดของผมก็คือ สมัยซ้อมกับเจ ผมไม่ได้ซ้อมยิงเยอะ”
 
ตำแหน่ง LM ที่เกมตั้งมาคือ มิดฟิลด์ริมเส้นซ้าย เป็นตำแหน่งที่ชูเฮ โยโมดะ กุนซือคนปัจจุบันของทีม 1 ดาวครึ่ง วางให้ชนาธิปเล่นในทีมคอนซาโดเล่ พื้นที่ทางซ้าย หน้าซ้าย, ปีกซ้าย หรือ วิงแบ็คซ้าย เจต้องเล่นตามแผน และปัจจุบันในโลกจริงได้กลายเป็นตัวหลักของทีม จนโค้ชต้องใช้เป็นตัวจริงต่อเนื่องมา 10 นัดแล้ว 
 
แม้ว่าตำแหน่งจริงๆ ที่ถนัด และสามารถเรียกศักยภาพของ "มัลโค คุโอเร่ไทย" ออกมา ได้มากกว่าก็คือ CAM หรือ มิดฟิลด์ตัวรุกตัวกลางสนาม หรือ ตำแหน่งหมายเลข 10 หรือ ตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ที่เขาโชว์ลวดลายยามฟาดแข้งให้ทีมช้างศึก และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้นสังกัดที่แท้จริง
 
จากสคิล และตำแหน่งการเล่น มาถึงรูปร่าง ต้องบอกว่า ชนาคุงที่ถูก "ฟีฟ่า 18" ปั้นออกมาค่อนข้างจะตัน หนา และขาวกว่าตัวจริง ส่วนหน้าตา ต้องถามว่า นี่นักเตะไทยหรือ นักเตะเกาหลีกันแน่ ไม่มีความเหมือนเลย ซึ่งถือว่าน่าผิดหวังมากกับการใส่ใจในรายละเอียดต่อผู้เล่นไทยคนหนึ่ง เหล่าคอเกม คอบอลคงต้องส่งรีพอร์ตไปยังฟีฟ่า 18 ต่อไป  
 
 
จริง ๆ แล้ว ในฟีฟ่า 18 ยังมีแข้งไทยอีกคนคือ "เจ้าไอซ์" จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ที่ถูกใส่ชื่อหลังจากเล่นไปแล้ว 1 วัน ปัจจุบัน ไอซ์ถูกยืมตัวจากแบงค็อก ยูไนเต็ดเล่นอยู่กับเอฟซี โตเกียว ในเจลีก 1 เช่นกัน
 
แม้เวลานี้ ในโลกจริง ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะยังยิงประตูไม่ได้ แต่ในเกม เราสามารถทำได้เท่าที่ต้องการ ซึ่งหากใครลองได้จับเมสซี่เจเลี้ยงบอล กระชากดูแล้ว จะรับรู้ได้ว่า ลื่นไหล และคล่องมากแบบเดียวกับที่แข้งยอดเยี่ยมอาเซียนทำเป็นปกติ และบังคับควบคุมไม่ยากอย่างที่ใครบางคนบอก
 
อีกทั้งในฟีฟ่า18 ยังไม่จำเป็นต้องส่งบอลให้ โจนาธาน เฮส และเคน โทคุระ สองคู่หูในแนวรุก ไม่จำเป็นต้องรอให้เพื่อนส่งบอลมาให้ ทั้ง ๆ ที่ยืนว่าง ไม่จำเป็นต้องลงมาช่วยเกมรับมาก และไม่จำเป็นต้องห่วงความรู้สึกใครทั้งนั้น 
 
เวลานี้ ไม่มีอะไรสนุกไปกว่าการจับจอย และพา CS18 ยิงสอยแชมป์เจลีกอีกแล้วล่ะ