x

กระแสข่าว “ปอบ” เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี กรณีที่ถูกจับตามองครั้งล่าสุดเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งมีชายฉกรรจ์เสียชีวิต 4 รายภายในสัปดาห์เดียวจนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฤทธิ์ของปอบ สำหรับการอธิบายทางวิชาการหรือวิทยาศาสตร์ยังพอมีอยู่ มุมมองของอดีตบุคลากรในแวดวงสาธารณสุขไทยเชื่อว่ากรณีนี้สามารถบรรเทาผลกระทบด้วยการร่วมมือของภาครัฐและให้ข้อมูลที่ “เหมาะสม” 
 
ข่าวเรื่องปอบในอำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ แพร่กระจายทั่วประเทศตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา การเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฤทธิ์ของ “ปอบ” จนเชิญเกจิซึ่งเป็นที่รู้จักในภารกิจด้านนี้มาทำพิธีกรรม 
 
มุมมองของคนเมืองต่อปรากฏการณ์ “ปอบ” ถูกจัดไปอยู่ในหมวดความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่สำหรับคนในชุมชนแล้ว มุมมองของพวกเขาอาจไม่ใช่ประเด็น “ไม่สามารถพิสูจน์ได้” แต่เป็น “ไม่รู้จะให้ใครมาพิสูจน์” มากกว่า 
 
เมื่อพวกเขาไม่ได้รับข้อมูลหรือการพิสูจน์ตามหลักการที่อ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ ทางออกของคนในชุมชนจึงเลือกเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเข้าถึงง่ายที่สุด ซึ่งคนภายนอกก็ต้องการเคารพสิทธิ์ในการตัดสินใจเลือกเคารพความเชื่อซึ่งเป็นวิถีชีวิตท้องถิ่นตามวิถีความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างพุทธ, พราหมณ์ และผี
 
หน่วยงานราชการที่ดูแลท้องถิ่นย่อมต้องทำความเข้าใจกับบริบทวัฒนธรรมในพื้นที่โดยไม่ตัดสินผิด-ถูก นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยืนยันว่า ตราบใดที่ความเชื่อไม่สร้างความเดือดร้อน การประกอบพิธีกรรมหรือกิจกรรมที่ทำให้ชาวบ้านสบายใจย่อมเป็นสิทธิ์ของคนในพื้นที่
 
 
สำหรับคนที่ทำงานในแวดวงสาธารณสุขมายาวนานอย่าง “จ่าพิชิต” แอดมินเพจ Drama-addict ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ GM Live ในฐานะบุคลากรในท้องถิ่นซึ่งอยู่ร่วมกับความเชื่อของชุมชน โดยเล่าว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ 
 
“ชาวบ้านมีปัญหาแล้วเขาไม่รู้ไปปรึกษาใคร เช่น มีคนในครอบครัวปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องนอนอยู่บนเตียง ชาวบ้านไม่รู้ก็คิดว่าผีเข้า ไปหาหมอผี หมอผีก็รดน้ำมนต์ทำพิธี กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็ไม่ทัน ร่างกายเสียหายแบบถาวรแล้ว” จ่าพิชิตเล่าเปรียบเทียบมุมมองจากการทำงาน
 
เมื่อพูดถึงบริบทในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  พื้นที่อีสานมีปรากฏการณ์ที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ “โรคไหลตาย” จ่าพิชิต อธิบายต่อว่า ทางการแพทย์มีข้อมูลว่าเป็นโรคหัวใจชนิดหนึ่งที่ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ เมื่อหัวใจทำงานผิดปกติตอนหลับทำให้เลือดหล่อเลี้ยงร่างกายและสมองไม่พอ แต่โรคลักษณะนี้สามารถรักษาหายได้ด้วยการช็อตไฟฟ้าให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ 
 
แม้ยังไม่พบหลักฐานที่สรุปได้แบบสมบูรณ์ แต่มีงานวิจัยที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เกี่ยวกับพันธุกรรม พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง พอเกิดเหตุผู้ชายเสียชีวิตมากกว่า ชาวบ้านก็ตีความกันไปตามวิถีความเชื่อว่าเป็นผีแม่หม้ายบ้าง
 
“สิ่งที่ทำได้คือต้องหาข้อมูลทางเลือกที่ตอบโจทย์ของชาวบ้าน เอามาให้เขาเข้าถึง ตอบโจทย์ไม่พอ ต้องย่อยง่าย เข้าใจง่าย อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย ไปอธิบายภาษายากๆ ชาวบ้านเขาก็ไม่เข้าใจ” 
 
ส่วนกรณี “ปอบ” ที่มักเป็นเรื่องของการมองคนที่หลุดจากกรอบมาตรฐานในสังคมนั้น คนที่อาจไม่ชอบคลุกคลีกับคนอื่นไม่ว่าจะด้วยเป็นเพราะลักษณะเฉพาะตัวหรือป่วยทางจิตอย่างเป็นโรคซึมเศร้า เมื่ออยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นก็อาจทำให้เกิดสภาพแบ่งแยก ซึ่งคนที่ตกเป็นเหยื่อ นอกเหนือจากเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ก็อาจเป็นโรคทางจิตเวช หรืออาการป่วยส่วนตัวแบบอื่นๆ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคงต้องถือว่าเสียดายที่เสียโอกาสรักษาอาการป่วยให้ทุเลา
 
“ชาวบ้านต่างจังหวัดเชื่อผู้นำจิตวิญญาณมากกว่าหมอ ถ้าจะปรับเรื่องนี้ หน่วยงานรัฐต้องประสานร่วมกัน ทั้งแพทย์ ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา แพทย์ก็ต้องอธิบายข้อมูลเรื่องอาการป่วย เรื่องโรคที่เป็นตามหลักวิทยาศาสตร์
 
ศาสนาก็อาจให้ข้อมูลเรื่องที่ตรงตามหลักคำสอนของตัวเอง ขณะที่ฝ่ายราชการก็ต้องอธิบายคนในชุมชนว่ามีกฎหมายเรื่องการทำร้ายร่างกายหรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย ได้รับความอับอายอย่างไรบ้าง”