ภาพประกอบ: ป้ายหนังเรื่อง "The Meyerowitz Stories" ของ Netflix ในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2017 (Matthias Nareyek/Getty Images)
 
ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีก่อน มีหนังจาก Netflix ได้เข้าชิงรางวัลอยู่สองเรื่องคือ Okja และ The Meyerowitz Stories แต่ตอนนั้นก็มีกระแสต่อต้านหนังจากผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่อยู่ไม่น้อย เนื่องจากมองว่าการให้บริการลักษณะเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์
 
ทางผู้จัดจึงได้ประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ว่า หนังที่จะเข้าชิงรางวัลได้จะต้องเคยผ่านการเผยแพร่ในโรงหนังของฝรั่งเศสเสียก่อน และนั่นก็ทำให้ Netflix ออกตัวเลยว่า ปีนี้พวกเขาไม่ขอมีส่วนร่วม
 
"เราต้องการให้หนังของเราได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมเหมือนกับผู้ผลิตหนังเจ้าอื่นๆ" เท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ผู้บริหารสูงสุดด้านคอนเทนต์ของ Netflix กล่าวกับ Variety "ถ้าจะเดินไปตามเกมของเขามันก็เสี่ยงที่ผู้ผลิตหนังและหนังของเราจะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติในงานนี้ พวกเขาออกตัวก่อนแล้ว ผมไม่คิดว่าการที่เราไปที่นั่นจะเป็นความคิดที่ดี"
 
ทั้งนี้ หาก Netflix ต้องการจะให้หนังของตัวเองเข้าแข่งขันในเทศกาลนี้ได้ พวกเขาไม่เพียงจะต้องฉายในโรงหนังของฝรั่งเศสเท่านั้น หนังเรื่องดังกล่าวพวกเขาจะเอาไปเผยแพร่ทางออนไลน์ได้ก็ต้องรอหลังจากหนังเข้าโรงไปแล้ว 36 เดือน ซึ่งก็แทบจะเป็นการขวางไม่ให้หนังทั้งหมดของ Netflix เข้าแข่งขันในเทศกาลหนังเมืองคานส์ไปโดยปริยายเพราะพวกเขาปล่อยหนังแต่ละเรื่องพร้อมกันทุกแพลตฟอร์ม
 
"เราเลือกที่จะเป็นอนาคตของวงการ ถ้าหากคานส์อยากจมอยู่กับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ก็ตามใจ" ซารานดอสกล่าว
 
อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตหนังบางรายได้ออกมาแสดงความกังวลกับความขัดแย้งระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของวงการทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า เพราะกลัวว่าการเป็นปฏิปักษ์ของสองค่ายอาจทำให้หนังของพวกเขาได้รับผลกระทบไปด้วย
 
"แม้ว่าเราจะไม่ได้เข้าแข่งขัน เราก็อาจโดนลูกหลงไปด้วยถ้าพวกเขา [Netflix] ตัดสินใจจะไม่ไปร่วมงาน" แฟรงก์ มาร์แชล (Frank Marshall) โปรดิวเซอร์ผู้ดูแลการฟื้นฟูหนังเก่าที่เคยสูญหายไปนานเรื่อง The Other Side of the Wind ของออร์สัน เวลส์ (Orson Welles) ซึ่งเผยแพร่กับทาง Netflix กล่าวกับ Indie Wire