“เพลงเพื่อชีวิต” เคยเป็นกำลังสำคัญในการปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คนในสังคมไทย แต่ในยุคที่ EDM และสารพัดป๊อปจากทุกแห่งหนครองเมือง ศิลปินที่พูดถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหมู่คนรุ่นใหม่เหลือน้อยเต็มที แต่ไม่นานมานี้ คอเพลงชาวไทยได้รู้จักกับงานของ “แม็กซ์ - ณัฐวุฒิ เจนมานะ” 
 
เพลง “วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า” ของอดีตนักร้องผู้เข้าประกวดเดอะวอยซ์ ถูกพูดถึงอย่างมาก องค์ประกอบด้านเนื้อหาและดนตรีที่ลงตัวทำให้งานชิ้นนี้มียอดวิวในยูทูบมากกว่า 100 ล้านวิวแล้ว 
 
นานมาแล้วที่งานเพลงป๊อป-โฟล์คซอง ซึ่งมีเนื้อหาชวนจินตนาการจะได้รับความนิยมมากขนาดนี้ ปรากฏการณ์เพลง “วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า” แทบสะท้อนความคิดของคนจำนวนมากที่ต้องการหนีคนในเมืองและพูดคุยกับธรรมชาติมากขึ้น 
 
แต่แล้วสังคมไทยเหมือนได้รับรู้ “ตลกร้าย” ที่คนในเมืองเข้าไปรุกรานธรรมชาติแบบน่าหดหู่ท่ามกลางบทเพลงของคนเมืองที่ขับกล่อมเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติที่ถูกยอมรับในหมู่คนรุ่นใหม่ 
 
“แม็กซ์ เจนมานะ” ศิลปินเจ้าของเพลงนี้มองปรากฏการณ์คู่ขนานในโลกความเป็นจริงที่ทาบไปกับเรื่องราวในงานเพลงของเขาอย่างไรบ้าง ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้
 

 
GM Live : ความผูกพันกับป่า กับ ความผูกพันกับเมือง ของแม็กซ์ แตกต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไร
 
ป่าเป็นธรรมชาติที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เราก็มาจากตรงนั้น มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ออกจากธรรมชาติ แปรมาสร้างเป็นที่อยู่ เป็นเมือง ทำถิ่นฐานซึ่งมันก็เป็นอีกระบบนิเวศหนึ่ง 
 
ผมคิดว่าป่าเป็นอะไรที่บริสุทธิ์ เป็นจุดเริ่มต้น เวลาที่เราไปท่องเที่ยว ไปหาความสงบ คิดว่ามันให้พลังงานที่ดีมากๆ และเป็นพลังงานที่สมจริงและบริสุทธิ์ 
 
GM Live : การอยู่ในเมือง แต่สร้างงานที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าหรือธรรมชาติ และสามารถถ่ายทอดให้คนฟังเพลงในเมืองชอบเพลงเกี่ยวกับธรรมชาติได้จนมียอดวิวหลักร้อยล้านวิว ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร
 
คิดว่าเป็นอินไซด์ของเด็กยุคใหม่ เพราะพวกเราเติบโตในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นคนกรุงเทพฯ การเติบโตของเมืองในต่างจังหวัดก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ ความเจริญก็ค่อยๆ เข้าไป อาจทำให้เรารู้สึกตระหนักถึงอะไรบางอย่างพร้อมๆ กันก็ได้ แม้แต่รุ่นเดียวกับผมก็เริ่มออกไปตั้งรกรากในเมือง 
 
คิดว่าเพลงผมอาจเป็นอินไซด์ของผม และไปโดนใครหลายคนด้วย เพราะทั้งสื่อสังคมออนไลน์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เราเป็นโรคคล้ายกันหมด ผมก็ประสาทแดกมาก เพราะมันไม่ได้ให้ความสงบอะไรกับเราเลย และมันไม่จริง 
 
เป้าหมายของคนเราคือการหาความจริง แต่ความจริงมันไม่ได้อยู่ในเมืองเลย ความจริงซ่อนอยู่ในสิ่งที่ง่ายที่สุด ซึ่งสิ่งที่ง่ายที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดคือธรรมชาติ 
 
พอเวลาเราไปหาธรรมชาติเรากลับไปสู่ความจริงดั้งเดิมของเราว่าเป็นใคร เราได้อ่านตัวเองใหม่ ได้หาความสงบของตัวเองเจอ ประมาณนี้ครับ 
 
GM Live : เมื่อคนรุ่นใหม่เชื่อมโยงกับธรรมชาติได้ แต่ปรากฏการณ์ที่คนใหญ่โตในอุตสาหกรรมใหญ่เกี่ยวข้องกับการรุกรานและทำร้ายสิ่งมีชีวิตในป่า มองอย่างไรกับคนเมืองที่เข้าไปทำอันตรายกับธรรมชาติ
 
อย่างที่ผมบอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ creative (มีความคิดสร้างสรรค์) พอมีความคิดสร้างสรรค์ก็สร้างอะไรขึ้นมาด้วยตัวเอง ด้วยความรู้ใหม่ๆ ทีนี้คนยุคเก่าอาจมีความเชื่อแบบเดิมๆ แต่อันนี้หน้าที่ของคนยุคใหม่คือตามหาสิ่งที่ดีกว่า ล้างความเชื่อเดิมๆ คิดสิ่งใหม่ที่มันส่งผลกระทบ เอาความเชื่อและความรู้ใหม่ให้ส่งเกิดผลกระทบกับทุกอย่างให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
 
คนยุคใหม่ควรรู้ว่าอะไรที่มันถูกต้อง อะไรที่เป็นความเชื่อที่ดี และการที่คนเราหาประโยชน์จากธรรมชาติ ไปรุกราน หรือทำอะไรเพื่อเสริมสิ่งที่อาจไม่จำเป็น คิดว่าเราน่าจะมีความสร้างสรรค์ที่ฉลาดกว่านี้ ในเมื่อเราเป็นสัตว์สร้างสรรค์แล้วก็ไม่ควร destructive (ทำลาย) แต่ควร creative สิ่งที่ทำมันเป็นการทำลายเกินไปไหม 
 
การที่เราจะไปสู่มนุษย์ขั้นสุดท้าย ผมคิดว่าเราควรทำสิ่งที่สร้างสรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ กระทบกับระบบนิเวศให้น้อยที่สุด แค่นั้นเอง 
 
GM Live : ในเพลง “วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า” มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปรียบเปรยด้วยการพูดกับสัตว์ป่าหลายชนิด การที่สัตว์ป่าโดนทำร้าย รู้สึกเหมือนเพื่อนโดนทำร้ายไหม
 
ผมรู้สึกอย่างนั้น เชื่อว่าหลายคนก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน เพราะว่าแม้กระทั่งหมาแมวถูกตีก็ไม่โอเคนะ เขาก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนเรา ผมเชื่อว่าเราไม่ควรทำร้ายสิ่งใดก็ตาม แล้วเขาอยู่ของเขาอยู่ มีวงจรของเขา เราเข้าไปทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากวงจรของเขา ไปบุกรุกเขา ไปกระชากเขาออกมาจากครอบครัวของเขา มันไม่ถูกต้อง 
 
ถ้าเราทำร้ายเขาเท่ากับทำร้ายวิญญาณตัวเองด้วย เป็นการเสริมบางอย่างที่ผิดพลาด เป็นการทำลาย และทำร้ายตัวเอง คนอื่น และโลก
 
GM Live : มองอย่างไรเมื่อเพลงเริ่มกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง 
 
ผมเขียนเพลงนี้เพราะไม่โอเคกับคนอยู่แล้ว ผมเลยหนีเข้าป่าไป เป็นเบื้องหลังของเพลง เป็นเนื้อหาจริงๆของเพลง ผมไม่โอเคกับคน และผมเชื่อว่าหลายคนก็อาจไม่โอเคกับคนเหมือนกัน บางครั้งเราหลบไปอยู่ในป่า มันสอนเราว่าคนคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดแล้ว
 
ผมเชื่อว่ามันใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ถึงเพลงถูกปล่อยเมื่อสิบปีที่แล้วมันก็ยังใช้ได้ ปล่อยสมัยคุณสืบ นาคะเสถียร ก็ยังใช้ได้ มันยังใช้ได้จนกว่าคนเราจะยกระดับตัวเองได้ ไปสู่จุดที่สร้างสรรค์ได้มากที่สุด ต้องสร้างสรรค์ ต้องมีความรักให้กัน เลิกเป็นคนใจร้าย แค่นั้นแหละครับ เพลงนี้ถึงจะไม่ดัง เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เมื่อไม่มีคนใจร้ายอีกต่อไป ซึ่งมันใช้ได้เรื่อยๆ ฟังก์ชั่นของเพลงนี้คือเพื่อเตือนสติตลอดไป
 
GM Live : สไตล์เพลงป๊อป-โฟล์คซองแบบแม็กซ์ ได้รับความนิยม และถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่เทรนด์ในกระแสหลักเป็นแนวอื่น มองอย่างไรกับปรากฏการณ์นี้
 
ถามว่าดีใจไหม ผมว่าดีใจนะ มันปลดล็อกหลายอย่างในชีวิตผมเหมือนกัน ผมดีใจที่เขารักเพลง แต่เชื่อว่าทุกแนวเพลงไปได้หมดเลย ถ้าคุณเชื่อในแนวเพลงของตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเอง ตอนแรกที่ผมทำ ผมไม่ได้คาดหวังจะด่าคน คือผมก็ทำออกมา พอออกมาก็อาจมีคุณค่ากับบางคน เพราะมันมีคุณค่ากับผม ถ้าทำงานที่มีคุณค่ากับตัวเอง ผมว่าทุกแนวเพลงไปได้
 
กระแสในวงการก็มีของมัน มีเกาหลี มีญี่ปุ่น ผมว่าแล้วแต่ความเชื่อ แล้วคุณต้องมีความเชื่อ เชื่อว่าแนวเพลงหรือสิ่งที่คุณรักมันดี มันก็ออกมาดี อันนี้เป็นความเชื่อของผมเอง
 

 
GM Live : เพลงที่มีเนื้อหาด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนหันกลับมาสนใจสิ่งรอบข้างอย่างเพลงเพื่อชีวิต ในยุคหลังเริ่มจางหายไป ในขณะที่เพลงของแม็กซ์ แทบเป็นผลงานส่วนน้อยที่แทรกเรื่องธรรมชาติและได้เสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากคนส่วนมาก มองอย่างไรกับปรากฏการณ์นี้
 
คิดว่าอาจเป็นจังหวะของเพลงด้วย ส่วนตัวผมคิดว่าเพลงไทยรอบไม่กี่ปีก่อนค่อนข้างน่าเบื่อ ผมแค่รู้สึกอย่างทำ หรืออยากเล่าเรื่องใหม่ๆ พอเล่าแล้วคนโอเค มันก็เลยโอเค
 
ส่วนเนื้อเพลง ผมคิดว่าคนสมัยใหม่ใส่ใจเนื้อเพลงไม่มาก ก็เลยอยากลองพูดถึงเนื้อเพลงที่มีมิติมากกว่าเดิม คนก็อาจเห็นว่ามันแปลก แต่คนยุครุ่นพ่อของเรา เนื้อเพลงเขาดีกว่าผมเยอะมาก แต่ผมต้องตะล่อมด้วยเนื้อเพลงที่ป๊อปมากกว่าสมัยก่อน แต่มีมิติกว่าเพลงสมัยนี้ 
 
เล่าไม่ถูกเหมือนกัน เพราะเหมือนเป็นกระบวนการทำงานในสตูดิโอส่วนหนึ่ง อาจเป็นจังหวะด้วย และเป็นคลื่นที่อาจทำให้คนหันมาสนใจให้ความสำคัญกับเนื้อเพลงมากขึ้น 
 
GM Live : ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ อิทธิพลจากธรรมชาติสัมพันธ์กับการทำงานของแม็กซ์ อย่างไรบ้าง 
 
ผมโชคดีที่สันดานผมเป็นคนชอบธรรมชาติ ไม่ค่อยชอบเมือง มันก็เลยเป็นอินเนอร์ของผมด้วย แต่ผมอยากบอกคนรุ่นใหม่ว่า ถ้าอยากหาอะไรที่จริง เชื่อว่าชีวิตนึงคนเราต้องการหาความจริงให้กับตัวเอง ลองกลับไปหาธรรมชาติ คุณอาจเจอสิ่งเริ่มต้น ดั้งเดิม จุดที่สงบที่สุดในชีวิต ณ ที่นั้น ในที่ที่คุณไม่มีสื่อสังคมออนไลน์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีคนคุยด้วย ลองตั้งสติแล้วคุยกับตัวเอง มันอาจดีก็ได้ แล้วคุณอาจได้ปลดล็อกบางอย่างในชีวิตที่อาจโอเคสำหรับคุณ ถ้าหันกลับไปสู่ธรรมชาติ มันทำให้อ่านตัวเองขาดเหมือนกันนะ ผมคิดแบบนั้น
 
GM Live : ตอนนี้ทำงานใหม่หรือทำอะไรอยู่
 
ตอนนี้กำลังจะปล่อยซิงเกิลสุดท้ายประมาณต้นเดือนมีนาคม ชื่อเพลงปีศาจ เป็นเพลงปิดอัลบั้ม Let There Be Light ซึ่งมีอยู่ 6 เพลง ตอนนี้ก็มีปล่อยไวนิลด้วย และทัวร์หนักมาก ส่วนใหญ่เป็นประมาณนี้ 
 
GM Live : ปรากฏการณ์ล่าสัตว์จะเป็นวัตถุดิบใหม่ในการทำงานไหม
 
ผมยังไม่กล้าพูดเลย (หัวเราะ) เพราะผมก็ไม่อยากโหนกระแสด้วย สิ่งที่ผมพูดไปน่าจะชัดแล้ว มันเป็นจังหวะ ผมไม่ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ เพียงแค่มันเพิ่งผุดมาช่วงนี้ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเป็นช่วงนี้ เพราะเรื่องแบบนี้มีมานานมากแล้ว 
 
ผมเลยคิดว่าขอเป็นคลื่นเบาๆใต้น้ำ ให้มันพัดไป แต่ก็มีหลายเรื่องในสังคมที่ผมอยากพูด แต่ก็คงตะล่อมพูดแบบเดิม ไอดอลของผมหลายคนก็พูดกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคาราบาว หรือพี่เล็ก-ฮิวโก้ และหลายคนที่ผมนับถือ พวกเราก็ทำหน้าที่ของเราอยู่ 
 
คิดว่าเด็กรุ่นใหม่ก็น่าจะมีพลังเหมือนกัน ผมเชื่อแบบนั้น