เรื่อง : ณัฐพล ศรีเมือง
ภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม
เรียบเรียงจากนิตยสาร GM#431 2014


โป๊ป (ในปี 2014) กำลังเป็นพระเอกอันดับต้นๆ ที่มาพีคสุดๆ กับละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ สาวๆ ทุกคนหลงรักคุณชายปวรรุจ และนี่ก็เป็นบทที่ส่งให้เขาได้รับรางวัลดารานำชายดีเด่น จากเวทีโทรทัศน์ทองคำไป ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น โป๊ปก็พุ่งขึ้นสู่อีกยอด กับบทบาทในละคร สามีตีตรา
 

ดูเอาได้ง่ายๆ จากข้อความในโลกโซเชียลฯ ที่มีสาวๆ โพสต์พร่ำเพ้อถึง ‘คุณพิศุทธิ์’ และในวันที่เขามาเยือนพวกเราถึงสตูดิโอ GM ละครเรื่องใหม่ของเขา "รักออกฤทธิ์" ซึ่งเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์อย่างสิ้นเชิงของโป๊ป ก็เพิ่งออกอากาศมาแหมบๆ
 

นั่นเป็นเรื่องราวของโป๊ปในสายตาของเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ แต่สำหรับหนุ่มๆ อย่างเรา น่าจะอินกับโป๊ปในแง่ของฟุตบอลมากกว่า
 

โป๊ปเป็นดาราหนุ่มที่มีฝีเท้าจัดเจนมากที่สุดคนหนึ่ง ในบรรดาทีมดาราช่อง 3 ถ้าคุณเปิดดูการถ่ายทอดบ่อยครั้ง เขาเป็นคนที่วาดลวดลายในสนามได้โดดเด่นกว่าใคร และนี่ก็คือเหตุผลหลักๆ ที่เราชวนเขามาเป็น Cover Man… แน่นอน! ว่าเราจะคุยเรื่องฟุตบอล
 

“คราวนี้ผมเชียร์อาร์เจนตินาครับ” โป๊ปพูดถึงฟุตบอลโลก 2014 พร้อมกับเริ่มร่ายถึงบทวิเคราะห์ราวกับเป็นเกจิ
 “ผมตามอาร์เจนตินามาตั้งแต่ยุคของ กาเบรียล บาติสตูตา ยุคของฮวน เซบาสเตียน เวรอน จนกระทั่งพอมายุคนี้ ก็เป็น เลียวเนล เมสซี ซึ่งผมก็ยังชอบอีก ก็เลยรู้สึกชอบอาร์เจนตินาที่สุด แต่ถ้าอาร์เจนตินาตกรอบไป ที่เหลือก็คงจะเชียร์สเปนครับ
 
ถ้าจะให้ทำนายบอลโลกคราวนี้ (2014) ผมคิดว่าน่าจะเป็นเยอรมัน ไม่ก็สเปน เพราะโดยสภาพรวมๆ ของทีมเยอรมันกับสเปน ค่อนข้างจะแข็งสุดแล้ว ส่วนบราซิลคราวนี้ดูเงียบๆ แต่ในฐานะเจ้าภาพ ผมว่าเขาก็มีโอกาสมากพอสมควร” 
 

วันนี้โป๊ปมาในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ รวมกับการเป็นนักกีฬาฟุตบอล ทำให้เขาดูทะมัดทะแมง แคชวลและสปอร์ตตี้มากๆ ก่อนที่เราจะจัดแจงเปลี่ยนลุคให้ไปใส่ชุดสูทสำหรับถ่ายเซตปกตามสไตล์ของ GM
 

“พักหลังๆ นี้งานเยอะมากครับ เลยดูฟุตบอลน้อยลงกว่าเมื่อก่อน แต่ผมยังไปเตะบอลอยู่ประจำ เรื่องฟุตบอลนี่ทิ้งไม่ได้ เลิกเล่นไม่ได้ มันเป็นการออกกำลังกายได้ดีที่สุดสำหรับผมแล้ว เพราะมันเป็นกีฬาที่สนุกด้วย ไม่งั้นคงอ้วนไปแล้วป่านนี้ แล้วสุขภาพก็คงไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ บอกได้เลยว่าผมสุขภาพดีเพราะเล่นบอลนี่แหละ” โป๊ปยิ้ม
 

เมื่อได้นั่งลงคุยกันยาวๆ รำลึกอดีตและความคิดในชีวิตของเขา ทำให้เราพบว่าเขาไม่ใช่แค่เป็นนักแสดงที่ชอบเล่นฟุตบอลเท่านั้น แต่ฟุตบอลมีบทบาทสำคัญกับชีวิตของโป๊ปมาก ตั้งแต่ยังเด็กๆ ทั้งในแง่ที่เป็นตัวขับเคลื่อนในชีวิต และเป็นจุดหักเหของชีวิตเลยก็ว่าได้
 

ถึงขนาดที่ว่า ถ้าตอนเด็กๆ เขามุ่งไปเอาดีด้านฟุตบอลมากกว่านี้ ทุกวันนี้เราอาจจะไม่ได้มีพระเอกละครสุดฮอต แต่เราจะมีนักบอลสุดหล่อเพิ่มขึ้นมาในทีมชาติเลยทีเดียว
 

“เมื่อก่อนตอนเด็กๆ พวกญาติๆ เขาชอบนั่งดูรายการเจาะสนาม ผมตามประสาเด็กก็นั่งดูกับเขาไป มีญาติคนหนึ่งเป็นนักฟุตบอล ส่วนพวกน้าๆ อาๆ ก็ชอบเตะฟุตบอลเหมือนกัน แล้วเขาจะมาเตะฟุตบอลกันที่บ้าน เมื่อก่อนบ้านผมอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ พอเห็นผู้ใหญ่คนอื่นเตะบอลกันเก่งหมด ส่วนผมก็ได้เป็นแค่โกล์ให้เขา บวกกับว่าเราดูเจาะสนาม ดูรายการฟุตบอลมากมายในทีวีด้วย ก็เลยรู้สึกว่าสนใจอยากลองเล่น แล้วก็ชอบฟุตบอลมาตั้งแต่ตอนนั้น”
 
 

ตามประสาผู้ชายเตะบอล ส่วนใหญ่แล้วโลกของฟุตบอลของพวกเรา มักจะเริ่มต้นที่รายการทีวีในตำนาน อย่าง ‘เจาะสนาม’ นี่แหละครับ มันคือรายการไฮไลท์ฟุตบอลอังกฤษ จัดโดยนักพากย์ผู้ล่วงลับอย่าง ย.โย่ง
 

โป๊ปเริ่มพัฒนาฝีเท้าจากแมตช์ภายในบ้าน ก่อนจะค่อยๆ ขยายออกไปสู่แมตช์ระดับละแวกบ้าน เขาลงดวลแข้งกับเด็กคนอื่นๆ ในซอยบ้าน และพบว่าตัวเองมีฝีเท้าเหนือกว่าเพื่อนๆ ชนิดที่ว่าอยู่ในระดับท็อปทรีของเด็กละแวกบ้านเลยทีเดียว
 

จากนั้นจึงได้เข้าสู่ยุคของการตั้งทีมฟุตบอลของชุมชน และเขาก็ตระเวนแข่งเรื่อยมา
 

“ตอนเด็กๆ ผมเล่นกองหน้าเลยนะ” โป๊ปพูดถึงตำแหน่งการเล่นของเขา
 
“ทุกวันนี้ฟุตบอล คือการออกกำลังกาย แต่ว่าเป้าหมายของผมตอนนี้ คือการเป็นนักแสดงที่ดี”
 
“ผมจะเป็นประเภทมีแทคติกเยอะ ชอบเล่นแนวสมองมากกว่า ไม่ค่อยปะทะเท่าไร แต่พอโตขึ้นมา ร่างกายเริ่มแข็งแรงแข็งแกร่งขึ้น ก็หันมาเล่นกองกลาง ทุกวันนี้ก็เล่นแต่กองกลางอย่างเดียว กองกลางตัวรุก เน้นการจ่ายบอล ผมถึงได้ชอบเมสซีไง ผมก็เล่นสไตล์เมสซีอยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่ว่าไม่ได้เป็นพวกจี๊ดจ๊าดนะ แค่ประมาณคล่องๆ หน่อย แล้วก็จะจ่ายบอลแบบฟาเบรกัส หมายถึงฟีลประมาณนั้นนะครับ แต่ว่าไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก” โป๊ปหัวเราะแบบเขินๆ และถ่อมตัว
 

อันที่จริง GM ก็เคยได้ยินคนที่เคยเล่นฟุตบอลกับโป๊ป พูดถึงโป๊ปกันมาหนาหูเหมือนกัน
 

“มันเล่นหยั่งกะฟาเบรกัส!!” มีหลายคนกระซิบเรามาแบบนี้…เซสก์ ฟาเบรกัส คือ นักเตะทีมชาติสเปนจากสโมสรบาร์เซโลนา
 

“ฟาเบรกัสจะส่งบอลโดยไม่ต้องมอง คือผมสังเกตคนเล่นบอลทั่วไป เวลาเล่นจะไม่ค่อยคิดก่อน พอจับบอลได้แล้วเดี๋ยวค่อยว่าเอาข้างหน้า กับเพื่อนๆ ในทีม ผมจะคอยบ่นเรื่องนี้ประจำ แต่การเล่นที่ดี คือเราจะต้องดูก่อนเลย ว่าตำแหน่งเพื่อนๆ เราอยู่ไหนกันบ้าง แล้วเราจะเล่นยังไงต่อ นั่นคือสิ่งที่ต้องคิดไว้ก่อนที่เราจะได้บอล มันต้องพร้อมอย่างนั้น ซึ่งพวกนักบอลอาชีพจริงๆ ก็จะเล่นอย่างนี้ คือเล่นอย่างเป็นระบบ แทบไม่ต้องมองเลย พอจับบอลแล้วก็รู้เลยว่าต้องทำยังไงต่อไป อันนี้คือสิ่งที่ผมว่านักกีฬาทุกคนน่าจะรู้ นี่คือเมื่อก่อนผมซ้อมบอล มีโค้ชมีอะไรก็เลยได้เบสิกตรงนี้มาเยอะเหมือนกัน”
 

พอคุยลงลึกไปในเรื่องระบบการเล่น GM ก็เลยสงสัย ว่าตำแหน่งกองหน้า และกองกลาง จะสะท้อนบุคลิกและความคิดอ่านของผู้เล่นตำแหน่งนั้นๆ อย่างไร
 

“ตำแหน่งต่างๆ ในระบบการเล่น มันจะสอนเรานะ คือไม่ใช่ว่าเราต้องเป็นผู้ยิงประตู ถึงจะมีความสุขเสมอไป บางทีการเป็นคนจ่ายบอลให้เพื่อน ก็ทำให้เรามีความสุขและมีคนรักเรามากกว่า ผมเองเล่นมาทั้งตำแหน่งกองหน้าแล้วก็มากองกลาง ตอนเด็กๆ ผมจะเป็นคนที่เลี้ยงลูกไปแล้วจบสกอร์เองอย่างเดียว พอเพื่อนจ่ายมาให้ ก็เลี้ยงลูกไป แล้วก็จบสกอร์ แต่พอโต
ขึ้นมา จะเริ่มรู้สึกตัวเลยว่าทำไมยิงไม่ค่อยได้แบบเมื่อก่อนแล้ววะ คือช่วงวัยเราเปลี่ยนไปแล้ว
 
 
เมื่อก่อนเราจะแข่งแบบจำกัดอายุอยู่ในรุ่นเดียวกัน ถ้าเอาเด็กรุ่นเดียวกันมาแข่ง รับรองว่าเสร็จผมหมดแหละ ผมเลื้อยเข้าไปยิงได้ แต่พอโตขึ้นมา เราต้องลงแข่งในรุ่นประชาชนทั่วไป สมมุติเราอายุ 17-18 พอไปเจอพวกผู้ใหญ่ 25-26 พวกนั้นมันเก๋าๆ ทั้งนั้น มันจะเตะเราร่วงหมด ตั้งแต่นั้นมา ความคิดผมก็เปลี่ยนเลย เพราะเคยเป็นกองหน้าแล้วเสียเซลฟ์มากๆ พอมาเริ่มเล่นกองกลางก็เลยได้เรียนรู้ เออว่ะ! บางทีเราเล่นง่ายๆ จ่ายบอล ไม่หวงบอล แบบนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า”
 

ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นคนไม่จับบอลนานๆ พอเห็นโอกาสเหมาะก็ส่งให้เพื่อนตลอด ดังนั้น โอกาสปะทะก็น้อย โป๊ปก็เลยไม่ค่อยบาดเจ็บ นอกจากอาการปวดหลังเป็นๆ หายๆ ที่โป๊ปคิดว่าน่าจะมาจากการเล่นเวทมากกว่า
ชีวิตในช่วงวัยรุ่น โป๊ปผ่านสังเวียนแข้งมาอย่างโชกโชน เขาเคยมีเป้าหมายในชีวิตว่าอยากติดทีมชาติ แต่เส้นทางฟุตบอลของเขาก็ต้องมาพบกับจุดหักเหเสียก่อน
 

“ตอนนั้นจบ ม.3 ตั้งใจไว้ว่าจะไปเรียนต่อที่โรงเรียนกีฬา จังหวัดสุพรรณบุรี แต่เพิ่งมารู้ว่าเขาไม่รับ เขารับตั้งแต่ ม.1 ไม่รับตอน ม.4 (หัวเราะ) สงสัยดวงเราจะได้เป็นนักแสดงมั้ง เพราะว่าถ้าได้เข้าโรงเรียนกีฬาสุพรรณฯ ตอนนั้น ป่านนี้ก็คงจะเป็นนักกีฬาจริงจังไปแล้ว หลังจากนั้น ผมก็เลยเปลี่ยนไปเรียนทางด้านศิลปะ เหมือนหักเหชีวิตไปคนละทาง แต่ว่าก็ไม่เคยทิ้งฟุตบอลเลยนะ ไปเรียนที่วิทยาลัยช่างศิลป์ กลับบ้านมาก็เตะบอลทุกวัน”
 

โป๊ปยังคงลงแข่งฟุตบอล จนถึงอายุยี่สิบกว่าๆ เรียนจบมหา’ลัย เขาลงเล่นในหลายระดับ บอลถ้วย ง. … บอลถ้วยชุมชน… บอลเขต…
 

“บอลอะไรก็ไปเตะกับเขาหมด แต่ก็อยู่ในระดับประมาณนี้ ไม่เคยได้ขึ้นไประดับสโมสรหรอกนะ เพราะว่าลู่ทางไม่มี ไม่รู้จักใคร เคยไปคัดตัวมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้เลย อาจจะเป็นเพราะว่าผมเบสิกไม่ได้แน่นขนาดนั้น มันอาจจะไม่ใช่ทางเดินของผมมั้ง เขาเลยไม่ให้เป็นนักบอล”

เมื่อศิลปะได้เข้ามาเป็นอีกพาร์ทหนึ่งของชีวิต ซึ่งโป๊ปยอมรับว่าไม่ได้ชอบมันมากเท่ากับฟุตบอลหรอก แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาทำได้พอประมาณ

แม่เป็นคนที่มองเห็นประกายด้านศิลปะในตัวโป๊ป แม่ไม่ได้สนับสนุนให้โป๊ปเล่นฟุตบอลจนถึงระดับอาชีพ จึงผลักดันให้เขาเรียนศิลปะแทน พอจบจากวิทยาลัยช่างศิลป์ โป๊ปสอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขานิเทศศิลป์ ที่ลาดกระบัง
 

ถึงตอนนั้นเขาก็รู้ตัวแล้ว ว่าเขากับฟุตบอล คงเป็นไปไม่ได้แล้วละ
 

“คงจะต้องเอาเรื่องงานเรื่องการให้ได้ก่อน ฟุตบอลก็ไม่ได้ทิ้ง ก็อยากไปแข่งบอลอะไรอยู่ แต่ก็แค่นั้น หันมาเอาดีด้านศิลปะแทน ถามว่าชอบไหมเหรอ? อืมม์… ก็พอได้ รู้สึกว่าเราไม่ได้รักศิลปะมากขนาดนั้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาให้มา เป็นพรสวรรค์ที่ผมได้มา แต่ในที่สุดแล้ว การเรียนศิลปะก็เป็นพื้นฐานให้ผมหันเหมาทางด้าน
 
“ตำแหน่งต่างๆ ในระบบการเล่น มันจะสอนเรานะ คือไม่ใช่ว่าเราต้องเป็นผู้ยิงประตู ถึงจะมีความสุขเสมอไป บางทีการเป็นคนจ่ายบอลให้เพื่อน ก็ทำให้เรามีความสุขและมีคนรักเรามากกว่า”
 
วงการแสดง มันเป็นการเรียนรู้ให้ใช้หัวใจ ใช้จิตวิญญาณ ในการทำงาน ก็เลยคิดว่าเขาอาจจะให้เรามาทางนี้มากกว่ามั้ง เพราะมันค่อนข้างจะคนละขั้ว”
 

ในชีวิตนี้ โป๊ปมีความฝันอยู่ 2 ขยัก ขยักแรกคือ ในวัยรุ่นที่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ จนเมื่อเติบโต เรียนจบ และเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ความฝันขยักต่อมาคือ การเป็นนักแสดงที่มีคนยอมรับ
 

“จริงๆ มันก็ฟีลเดียวกับฟุตบอลแหละ แต่ว่ามาเริ่มเอาทีหลัง ความคิดนี้มาเริ่มตอนเรียนมหา’ลัย มีโมเดลลิ่งมาติดต่อให้ไปแคสต์หนัง แล้วชีวิตก็ค่อยๆ หันเหมาทางนี้ ทุกวันนี้ฟุตบอลคือการออกกำลังกาย แต่ว่าเป้าหมายของผมตอนนี้ คือการเป็นนักแสดงที่ดี”
 

ถ้าอย่างนั้น ชีวิตในวงการของโป๊ปในตอนนี้ ถือว่ามาถึงจุดไหนแล้ว? GM ถาม
 

“ถ้าเต็มร้อย ก็น่าจะสัก 60-70 แล้วมั้งครับ ในแง่ของสิ่งที่มุ่งหวังหรือภาพที่คิดไว้ ก็รู้ตัวว่ายังไม่ดีพอ ยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป ในแง่ของฝีมือและผู้คนในวงการที่จะยอมรับเรา สำหรับแฟนละครส่วนใหญ่เขาก็โอเคกับเรา แต่ในฐานะของนักแสดงมืออาชีพ ผู้คนที่มาร่วมงานด้วย ก็ควรจะต้องยอมรับฝีมือของกันและกันด้วย ตอนนี้ผมยังไปไม่ถึงจุดนั้น ผมก็ยังต้องตั้งใจทำงานให้หนักขึ้นไปอีก”
 
 

ถึงแม้ว่าตลอดช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงล่าสุดตอนนี้ จะดูเหมือนเป็นช่วงเวลาทองในชีวิตของโป๊ป แต่เขามองว่านี่คือเรื่องของจังหวะ ยังไม่ใช่เรื่องของฝีมือล้วนๆ
 

“ผมย้อนกลับไปดูผลงานตัวเอง ก็ยังติตัวเองอยู่หลายจุด ยังไม่ใช่ ยังไม่ดี ยังต้องพัฒนาไปมากกว่านี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงช่วงจังหวะเวลาที่มาลงตัวพอดีที่ตัวผม ละครมันต่อเนื่องมาตั้งแต่สุภาพบุรุษจุฑาเทพ”
 

แล้วตรงไหนที่คิดว่ายังทำได้ไม่ดี ? GM ขอซักไซ้
 

“จุดการเชื่อมต่ออารมณ์ของตัวละคร ความหนักแน่นในสมาธิ เวลาดูละคร ผมจะดูอย่างละเอียด ตอนที่กำลังถ่ายทำ เราก็คิดว่าได้แสดงอย่างเต็มที่แล้ว แต่ความเต็มที่ของนักแสดงแต่ละคนมันไม่เท่ากันนะ เราคิดว่าเราเล่นเต็มที่แล้ว แต่ว่าคนอื่นเขาไปได้ไกลกว่าเราอีก คือถ้ามีคนมาประกบเรา แล้วช่วยแอ็คติ้ง-โค้ชเรา เราน่าจะดีกว่านี้ จะได้รู้ว่าความพยายามอย่างเต็มที่ของเรานั้น ยังไม่พอ ยังต้องทุ่มเทให้ถึงบทบาทมากกว่านั้นอีก”
 

GM ถามเขาว่าบุคลิกในสนามกับนอกสนาม โป๊ปเป็นคนอย่างไร
 

โป๊ปยอมรับว่าเวลาอยู่ในสนาม เขาจะเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเอาเรื่องเลยทีเดียว “ก็เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนชอบบ่น เวลาเห็นเพื่อนเล่นไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งเพื่อนก็จะรู้กันอย่างขำๆ ว่า ไอ้โป๊ป มึงบ่นอีกแล้ว” โป๊ปหัวเราะก๊าก
 

แต่เวลานอกสนาม เขาเป็นหนุ่มเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดกับใคร อยากทำอะไรก็ทำไปตามใจ
 

GM ขอให้โป๊ปช่วยเปรียบเทียบให้ฟังหน่อย ว่าเวลาอินในเกมฟุตบอล กับอินในการแสดง อันไหนมันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
 

“การอินในฉากละคร มันเหมือนเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ต่างกันเยอะนะ ฟุตบอลก็คือฟุตบอล สนุก เร้าใจ เวลายิงได้ เวลาจ่ายบอลสวยๆ หรือว่าเวลาหลอกฝ่ายคู่ต่อสู้ได้ มันเป็นความรู้สึกสะใจที่เราชนะเขา แต่การเป็นนักแสดงเราอินอีกแบบ อินด้วยความเข้าใจคนอื่น เข้าใจตัวละครตัวนั้น ไปอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา มันเป็นอีกศาสตร์หนึ่ง เพราะฉะนั้นก็เปรียบเทียบกันยาก” โป๊ปยิ้ม
 

ทุกวันนี้ โป๊ปก็ยังเล่นฟุตบอลเป็นประจำกับเพื่อนหลายกลุ่ม ทั้งเพื่อนแถวบ้าน เพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน และเพื่อนดารานักแสดง เขาบรรยายความรู้สึกเวลาที่อยู่ในสนามว่า
 

“เหมือนตัดโลกภายนอก สมาธิอยู่กับลูกฟุตบอลลูกหนึ่ง แล้วก็ความเป็นทีม มันสนุกตรงนั้น ได้หัวเราะ ได้บ่น (หัวเราะ) แต่จบเกมก็จบ เวลาเรามีเรื่องเครียด เรื่องการทำงาน เรื่องทุกอย่างในชีวิต เราจะลืมหมด เราจะอยู่ตรงนั้นแล้วก็มีความสุขกับมัน”
 

ถึงตรงนี้ GM หนุ่มๆ อย่างเราก็ได้แต่เสียดายหนุ่มน้อยฝีเท้าจัดคนนี้ ถ้าได้เข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพจริงๆ คงจะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดน่าดูชม

แต่เราก็เชื่อว่าสาวๆ ของโป๊ปคงจะรู้สึกดีใจมากกว่า ที่เขามาเป็นคุณชายในจอทีวี และเป็นผู้ชายในฝันของพวกเธอ
 
“เหมือนตัดโลกภายนอก สมาธิอยู่กับลูกฟุตบอลลูกหนึ่ง แล้วก็ความเป็นทีม มันสนุกตรงนั้น ได้หัวเราะ ได้บ่น แต่จบเกมก็จบ”
 
 
 

เสื้อผ้า • GQ มีจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
แต่งหน้า-ทำผม : ภูดล คงจันทร์

ช่างภาพ : ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม

ผู้ช่วยช่างภาพ : ธีระวัฒน์ พวงศรี, อรรถพล สุรัตนานุรักษ์

Fashion Editor : กันต์ระพี วิไลภรณ์

ผู้ช่วยสไตลิสต์ : 
เมธัส ยกตรี, ภูธเรศ บุสอน, ณัฐนินท์ รัชตนิธิศพงศ์,
 จิราพร เสียงเสนาะ

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์กีฬา : adidas