x

ในบรรดารายการบนหน้าจอโทรทัศน์ยุคนี้ “เดินหน้าประเทศไทย...วัยทีน” ตกเป็นเป้าจากผู้ชมรายการและถูกวิจารณ์แบบเผ็ดร้อนมากที่สุดรายการหนึ่ง โดยผู้ที่ต้องรับเสียงวิจารณ์กลับกลายเป็นพิธีกรหญิงสาวสวยสดใสอย่าง “หมิว ภวรัณชน์ บรรณารักษ์” 
 
รายการออกอากาศไม่กี่ตอนก็เจอเสียงวิจารณ์ถาโถมในสื่อสังคมออนไลน์ ขณะเดียวกัน เสียงวิจารณ์ยังทำให้ความสนใจรวมศูนย์อยู่กับพิธีกร(คู่)ที่ออกหน้านำเสนอเนื้อหา แน่นอนว่าความสนใจส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่พิธีกรหญิงซึ่งผู้ชมรายการแทบทุกรายน่าจะเล็งเห็นบางอย่างใต้องค์ประกอบหลักอย่างธีม ฉาก สคริปต์ และเครื่องแต่งกายที่ถูกนำเสนอผ่านหน้าจอ ซึ่งดูเหมือนว่าองค์ประกอบเหล่านี้เป็นปัญหาหลักของรายการที่ทำให้โดนวิจารณ์อย่างหนักหน่วงไปด้วย
 
พิธีกรหญิงที่ทั้งถูกจับจ้อง และตกเป็นเป้าวิจารณ์ผ่านรายการของภาครัฐซึ่งรายล้อมไปด้วยแรงกดดัน(ทางการเมือง)และอาจนำมาสู่สภาวะที่ถูกจำกัดด้วยกรอบบางอย่าง เธอมีความเป็นมาอย่างไร แนวคิดการใช้ชีวิตเป็นอย่างไร รู้จักเธอให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์นี้ 
 
GM Live: สำหรับบางคนที่อาจยังไม่รู้ประวัติว่าเป็นใครมาจากไหน ช่วยเล่าว่ามาทำพิธีกรได้อย่างไร
 
สำหรับหมิว ตอนนี้อายุ 28 ปกติหมิวจะทำพิธีกรแล้วก็รับงานพวกพิธีกรบ้างอยู่แล้ว ทีนี้มีพี่ที่เคยถ่ายรายการให้เราติดต่อมาว่า น้องหมิวสนใจแคสมั้ย เดี๋ยวส่งโปรไฟล์ไปให้หน่อย เราก็ส่งไป ทีนี้เขาก็บอกกลับมาว่าผู้ใหญ่เค้าเลือกเรานะ ก็เลยได้มาทำ
 
GM Live: ลองย้อนกลับไปอีกนิดนึงนะครับ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร ทำไมถึงสนใจงานพิธีกร
 
หมิวมองว่างานพิธีกรเป็นงานที่หมิวรัก เหมือนหมิวชอบพูดตั้งแต่เด็ก คือสมมติว่าถ้าเราอยู่ในกลุ่มเพื่อนอย่างเงี้ย ก็จะเป็นคนที่พูด (ย้ำ) เพื่อนไม่ฟังไม่เป็นไรแต่ขอพูดอย่างนี้ ชอบพูด
 
GM Live: จากความชอบเรื่อง “การพูด” พัฒนามาสู่อาชีพได้อย่างไร 
 
เล่าย้อนกลับไปว่าหมิวเริ่มจากงานแรกเลยก็คือ งานพิธีกรของรายการลูกทุ่งมัธยม ลูกทุ่งมัธยมซีซั่น 2 ช่องไทยไชโย อันนั้นก็เป็นเหมือนกับผู้ใหญ่เค้าน่าจะเห็นอะไรในตัวเรา เขาก็ลองให้มาทำ พอมาลองทำ เราก็ได้รู้ว่า งานที่เราเห็นว่าเหมือนกับมาพูด  มันไม่ได้ง่ายนะเอาจริง ๆ แล้ว
 
มันค่อนข้างจะมีอะไรเยอะมากกว่านั้น หลังจากนั้นพอเราเริ่มทำแล้ว เราก็เริ่มรู้แล้วแหละว่า จริง ๆ มันคือสิ่งที่เราชอบนะเรารักในการที่เวลาออกกล้องแล้วมาเห็นผลงานของตัวเอง แล้วก็กับการที่เป็นเหมือนตัวกลางสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ
 
GM Live: เจาะลึกลงไปอีกนิดว่าตอนนี้มีงานพิธีกรอะไรอยู่บ้าง ทำอะไรเป็นงานหลัก 
 
ตอนนี้หมิวเป็นโปรเจกต์เมเนเจอร์อยู่ที่ “บริษัทพร็อพทูมอร์โรว์” เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และสำหรับ “แฟนเพจพร็อพทูมอร์โรว์” ซึ่งจะเป็นคนติดตามในด้านของสื่ออสังหาริมทรัพย์ และก็ในเรื่องของการทำอีเวนท์ก็ช่วยดูด้วย สำหรับพิธีกร ตอนนี้จะมีรายการ “หนีบอสมาคอสเพลย์” จะเป็นของเว็บไซต์ของ GU Awesome เป็นรายการเมาท์มอยกับรุ่นน้องผู้หญิง ไปติดตามดูกันได้ค่ะ เป็นเมาท์มอยทั่วไป ยังมีรีวิวคอนโดในรายการ Prop Party ค่ะ
 
GM Live: การทำงานเกี่ยวกับเนื้อหาที่สบายๆ แต่พอต้องทำงานเป็นรายการที่เป็นมีสไตล์วัยรุ่น แต่โทนการสื่อสารจะจริงจังมากกว่า ต้องปรับสไตล์การทำงานอย่างไรบ้าง
 
จริงๆ หมิวเข้าใจว่าในการทำงานทุกงาน มันจะต้องมีคำวิจารณ์หรืออะไรกลับมาอยู่บ้าง ซึ่งหมิวเองก็ทำใจไว้ตรงนี้ส่วนหนึ่งบ้าง แต่ว่าไอที่เป็นฟีดแบ็กไปเนี้ย ทางทีมงานก็เห็นนะคะแล้วเค้าก็เอากลับไปปรับปรุง ส่วนเรื่องที่ว่าการปรับตัวหนูไม่ได้มองว่ามันเป็นการปรับตัวอะไรมาก เพราะว่าจากคอนเซ็ปที่ฟังมาตอนแรก หมิวก็ถามไปบ้างว่า คำว่า “วัยทีน”  คือของหมิวด้วยความที่อายุ 28 มันยังวัยทีนอยู่ไหม 
 
อันนี้ก็เป็นอีกหลายข้อที่หลายๆ คนถามมา ซึ่งทางโปรดิวเซอร์เองก็บอกว่าผู้ใหญ่อยากได้คนที่สื่อสารช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวันทำงาน เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้กังวลว่าจะต้องเป็นเด็กมากๆ  มันเลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก
 
 
GM Live:  พอทำไปสักพัก มันมาถึงจุดที่มีเทปที่ดราม่าเป็นเทปที่ 3 สำหรับมุมมองของหมิว เกิดอะไรขึ้นในเทปนั้น
 
สำหรับวันนั้นหมิว ถ่ายในสตูดิโอเป็นเทปแรก ถ้าหากดูก่อนหน้านี้จะเห็นว่าเราถ่ายนอกสถานที่มาตลอด ส่วนครั้งนี้ก็จะเป็นเทปแรกที่ถ่ายในสตู แล้วหมิวก็มองว่า อาจจะด้วยชุดหรืออะไรหลายๆ อย่าง มันก็อาจจะไม่ค่อยจะถูกใจหลาย ๆ คน ทำให้หมิวได้บทเรียนกลับมาว่า  มันไม่ใช่แค่งานที่มีคนดูน้อยๆ นะแต่ว่ามันเป็นงานที่เราต้องคิดลึกลงไปมากกว่านั้น
 
GM Live: หลังมีเสียงวิจารณ์ เคยอ่านคอมเมนต์ในสื่อสังคมออนไลน์ไหม มองเสียงวิจารณ์เหล่านี้อย่างไรบ้าง
 
มีบ้างค่ะ ตอนแรกหมิวไม่ได้เสพสื่อนะ แต่เพื่อนหวังดีไง ส่งมาในไลน์กรุ๊ป เฮ้ย ใช่หมิวหรือเปล่า หน้าเราเต็มหลาเลย ก็มีอ่านบ้าง ถามความรู้สึกตรงๆ แบบว่าหมิวค่อนข้างเสียใจกับฟีดแบ็กบางอย่างที่กลับมา 
 
ในที่นี้หมิวกำลังบอกว่า สำหรับบางอย่างที่คนวิจารณ์ที่มันไม่ได้เป็นตัวเราจริง ๆ  อาจจะโยงไปเรื่องอื่น หมิวก็เสียใจแต่พอกลับมาคิดดูก็ไม่เห็นจะต้องไปเดือดร้อนอะไรเลย ถ้าคนที่พูดเค้าไม่ได้รักเรา 
 
GM Live: รับมือกับเสียงวิจารณ์ที่เกินเลย หรือวิจารณ์แบบที่ไม่ได้เป็นเราจริงๆ รับมือกับความกดดันตรงนั้นอย่างไร
 
ตอนแรกที่เจอ หมิวทำตัวไม่ถูก แต่หมิวว่า ค่อนข้างโชคดีที่เหมือนรอบตัวหมิวมีกัลยาณมิตรที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย อาจารย์ หรือว่าเพื่อนพี่น้องที่รู้จัก เขาให้กำลังใจแล้วก็ให้คำปรึกษาที่ดีมากๆ หมิวคิดว่ามันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หมิวผ่านตรงนั้นมาได้
 
GM Live: ได้ยินว่าเก็บไปร้องไห้ จริงๆ แล้วมีขนาดนั้นไหม
 
ใต้เลข 5 มีน้ำตาตั้งเท่าไหร่ใช่มั้ย (หัวเราะ) มี มี  เอาตรงๆ นะเราก็ด้วยความรับมือไม่ถูก เพราะก็ไม่เคยเจอกระแสอะไรขนาดนี้ บางอย่างมันวิจารณ์เลยไปจนถึงแม้กระทั่งเรื่องหน้าตา นู่นนี่นั่น บางอย่างมันเป็นการ bluff และก็ดูถูกกันเกินไป หมิวมองว่าคนที่เป็นมนุษย์สักคน ไม่ว่าใครก็ตามไม่ควรที่จะโดนวิจารณ์หรือว่าเหยียดสีผิว แม้กระทั่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพิธีกรคู่เอง
 
ร้องไห้ แต่ว่าพอปรึกษาผู้ใหญ่ เราสบายใจขึ้น หมิวว่าคนเรา พอเราเสียใจสักระยะ มันก็จะเหมือนมีแรงฮึดให้สู้ต่อไป คือจริงๆ ค่อนข้างจะมีคนถามมาว่า “ถ้าหมิวไม่สบายใจ หมิวเลิกทำเลยมั้ย” มันเป็นเหมือนอีกจุดหนึ่งที่ทำให้หมิวกลับมาคิดว่า ที่ผ่านมา ที่หมิวสู้มาตลอดหมายความว่า หมิวก็ส่งตัวเองเรียนตั้งแต่ปี 2 ตั้งแต่คุณย่าเสีย คือจะมายอมแพ้กับแค่นี้เหรอ 
 
GM Live: มันมีแรงที่ทำให้เราฮึดสู้อย่างนั้นมาดันใช่มั้ยครับ
 
ใช่ค่ะ หมิวก็ฮึดสู้ หมิวมองว่าคุณย่ามองอยู่แล้วแกต้องเข้าใจในสิ่งที่หมิวเป็น แกต้องรู้ว่าจริงๆ แล้ว หมิวเป็นคนยังไง แล้วหมิวก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใคร เพราะฉะนั้น มันไม่มีความจำเป็นอะไรที่หมิวจะต้องเลิกทำในสิ่งที่หมิวรัก
 
 
GM Live: เสียงวิจารณ์มีตั้งแต่เรื่องแต่งหน้า เรื่องแต่งตัว…
 
ใช่ค่ะ เรื่องสไตล์การแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม หมิวไม่ได้โกรธคนที่วิจารณ์เพราะว่าอย่างที่บอกว่าทำงานตรงกลางที่แจ้ง มันจะต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับบางคนที่อาจจะเกินเลยเกินไปหรือแม้กระทั่งแบบ…จริง ๆ หมิวเจอโรคจิตแอดไลน์มาด้วยนะ
 
GM Live: เกิดอะไรขึ้น และเป็นอย่างไรบ้างครับ
 
คือเรามั่นใจว่าเราแต่งตัวพยายามเซฟที่สุดแล้วนะ  หนึ่งคือ หน้าที่ในการที่ประชาสัมพันธ์นโยบายนี้ออกไปมันก็จะต้องมีเด็กและเยาวชนดูอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น พยายามจะแต่งตัวไม่ให้วาบหวิว และหมิวก็มองว่าคนเราสวยได้โดยไม่จำเป็นต้องโป้เนอะ ก็ยังมีพิมพ์มาว่า “วันนั้นเห็นใส่กระโปรงสั้นมากเลยได้ใส่กางเกงซ้อนมั้ย” คือถามมาว่า ถามมารัวๆ 
 
GM Live: เหมือนเกินขอบเขต
 
ใช่ ใช่ เหมือนโรคจิต หมิวก็เลยบล็อกเลย (หัวเราะ)
 
GM Live: เข้าใจว่าดาราหลายคนก็เจอประสบการณ์แบบนี้บ่อยๆ พอหมิวมาเจอเอง เรารู้สึกว่าเกิดกับตัวเองแล้วมันแปลกๆ ไหม
 
มันค่อนข้างน่ากลัว เพราะว่าหมิวมองว่า ในโลกสมัยนี้ การที่คนเราจะคุกคามกันด้วยข้อความมันค่อนข้างง่าย คุณแค่อยู่หลังจอ แล้วก็นึกจะทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะสอนน้องๆ เราเอง หมิวว่าก็คงต้องเป็นการระมัดระวังตัว ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าง่าย ๆ 
 
GM Live: มาพูดถึงเรื่องไลฟ์สไตล์กันบ้าง ถ้าจะให้นิยามลักษณะนิสัยของตัวเอง เป็นคนตลกๆ ไหม อย่างที่รายการก็มีเล่นมุกบ้าง
 
บางคนอาจจะบอกว่าไม่ขำบ้าง อะไรอย่างนี้ใช่ไหม หมิวว่า ตัวเองเป็นคนมุกห้าบาทสิบบาทก็เก็บหมด (หัวเราะ) เป็นคนอย่างนั้น ค่อนข้างจะสบายๆ มากกว่า ตลกไหม ไม่รู้ ต้องลองถามเพื่อนร่วมงาน บางคนเค้าก็ไม่ตลกด้วยแต่หมิวตลกก็พอ (หัวเราะ)
 
 
GM Live: เรื่องการใช้ชีวิต มีความฝันหรือว่าวางอนาคตตัวเองอย่างไร ในแง่การทำงานทั้งเส้นทางพิธีกรหรือเราอยากทำอะไรในอนาคต
 
ความฝันสูงสุดของหมิวคือการเป็นพิธีกรระดับแถวหน้าของไทย เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวพูดให้เข้าใจง่ายๆ  คำว่าพิธีกรสำหรับหมิวกำลังบอกว่าเป็นคนรับสื่ออีกที่นึงแล้วก็ส่งออกไป เพราะฉะนั้นหมิวก็เลยมีความตั้งใจที่อยากจะเป็นเหมือนพิธีกรระดับแถวหน้านะคะ แล้วก็อยากจะเป็น Blogger รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวคอนโด ก็อยากจะเป็นคนที่อยู่แนวหน้าของประเทศไทยเหมือนกัน
 
GM Live: ถ้าเราวางเป้าหมายเป็นคำว่า “แนวหน้า” ถ้าให้ลองมองตัวเองตอนนี้ คิดว่าถึงจุดไหนแล้วครับ หมิวก็มาทำเป็นรายการระดับแถวหน้าที่ออกทุกช่องแล้วด้วยเหมือนกัน มองว่าเราถึงจุดไหนของเป้าหมายแล้ว
 
(หัวเราะ) พี่ไม่ได้ด่าหนูเนอะ เป้าหมายของหมิว ถ้าให้เทียบใช่มั้ยคะ หมิวกำลังมองว่าหมิวเพิ่งเริ่มต้นอีกระดับ ซึ่งไม่ได้มองว่า ณ ที่ยืนมันไม่ได้เป็นจุดที่หมิวเก่งที่สุดแล้วนะ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่หมิวมองว่า หมิวเก่ง นั่นอันตราย เพราะคนเราถ้าเกิดว่าเรามองว่าเราเก่งแล้วอะเราจะไม่อยากรับอะไรเข้ามาอีก หมิวก็เลยคิดว่าหมิวก็อย่างเนี้ย เรียนรู้ไปและก็พัฒนาไปจะดีกว่า
 
GM Live: มองนิยามคำว่า “สวย”ของคนไทยอย่างไรบ้าง มองว่าคนที่วิจารณ์เราเรื่องหน้าตารูปร่างว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เรามองรสนิยมหรือว่าแนวคิดของคนไทยที่มองความสวยตรงนี้อย่างไร
 
สำหรับหมิวถ้ามองออกไป หมิวก็มองมันเป็นธรรมดา เอาจริง ๆ นะ ไม่ได้โลกสวยหรืออะไรทั้งนั้น แต่ว่าหมิวกำลังมองว่า อย่างเช่นว่าคุณ…อย่างนี้ดีกว่า พี่ชอบสีอะไรคะ
 
GM Live: สีฟ้าก็ได้ครับ (หัวเราะ)
 
(หัวเราะ) พี่ชอบสีฟ้า หมิวชอบสีชมพูอย่างนี้ ความชอบของคนเรามันไม่เหมือนกัน ฉะนั้น ความสวยของคนเรามันก็ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกัน บางคนอาจจะชอบผู้หญิงผิวสีแทน บางคนอาจะชอบแบบแบ้ว ๆ อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) มันก็นิยามความสวยของคนมันก็เลยแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นหมิวก็ไม่ได้ไปจำกัดความอย่างนั้น แต่ว่าอย่างนึงเลยหมิวมองว่าผู้หญิงจะสวยออกมาได้ มันจะต้องมีความคิดก่อน
 
GM Live: นอกจากทำงานเป็นพิธีกร เรามีงานอดิเรกอะไร ทำกิจกรรมอะไร ไลฟ์สไตล์เราเป็นอย่างไรบ้าง
 
หมิวชอบถ่ายรูป…ชอบเป็นนางแบบ (หัวเราะ) ชอบเป็นนางแบบไม่ใช่หมายความว่าไปถ่ายรูปเองนะ ชอบเป็นนางแบบ ชอบเล่นกีตาร์ ชอบร้องเพลง เล่นเปียโน แล้วก็อ่านหนังสือ
 
GM Live: ชอบอ่านหนังสือแนวไหน มีหนังสือที่ชื่นชอบในดวงใจไหม
 
จะชอบแนวความคิดของคนที่สำเร็จแล้ว เค้าเคยล้มเหลวมาก่อนหรืออะไรแบบนี้ อันนี้ชอบอ่าน
 
GM Live: พอยกตัวอย่างไอดอลในดวงใจได้ไหม นักเขียนหรือว่าเป็นฮีโร่ในดวงใจ เป็นพิธีกรก็ได้
 
ถ้าเป็นพิธีกรตอนนี้ต้องพี่สู่ขวัญ ของมันต้องมีอ่ะเนอะ (หัวเราะ) หมิวว่า พี่เค้าเป็นผู้หญิงที่ดูมีความคิด สวย และฉลาด ถ้าเรานิยามคนๆ นึงเป็นไอดอลเรา เราก็มองพี่เค้า
 
GM Live: มองสังคมทุกวันนี้อย่างไร โลกธุรกิจทุกวันนี้ อสังหาฯเป็นอย่างไรบ้าง สังคมทุกวันนี้ที่เราอยู่มันเป็นอย่างไรบ้าง 
 
สังคมทุกวันนี้เหรอ โห…มันดาร์ก (หัวเราะ) อย่างที่หมิวบอกไปว่าเดี๋ยวนี้คนเราทำร้ายกันด้วยคำพูดได้ง่าย เพราะว่าเราก็อยู่กันข้างหลังคีย์บอร์ด เพราะฉะนั้น ถ้าให้นิยามโลกของเรา หมิวว่าคนที่แกร่งคือคนที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้ 
 
GM Live: แกร่งนี่หมายถึงแกร่งทางจิตใจ ทางร่างกาย?
 
ทางด้านจิตใจความคิด …เรียกว่าอะไรดี หมิว จะบอกว่าเราไม่จำเป็นจะต้องไปรับว่าคนโน้นไม่ดี คนนี้ไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ จริงๆ เราทำตัวเองก่อน คิดก่อนว่าที่เราด่าเขา เราได้ลองทำหรือยัง อย่างตัวหมิวเอง หมิวทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ค่อนข้างเต็มที่กับหน้าที่ส่วนที่ได้รับ เพราะฉะนั้น หมิว ก็เลยไม่ได้มองว่ามันจะต้องเป็นเรื่องหนักใจ
 
 
GM Live: สังคมในอุดมคติของหมิว เป็นแบบไหน
 
ในอุดมคติเลยใช่ไหม ในความฝัน (หัวเราะ) อยากให้ทุกคนรักกัน อันนี้เป็นสังคมในอุดมคติ หมิวมองว่า ถ้าเกิดว่าคนเรามี ก็จะช่วยเหลือคนที่ไม่มี มันทำให้สังคมเหมือนพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ว่าหมิวยังไม่เคยเห็นคนที่ล้มแล้วจะ…อยากให้คนอื่นไปดีกว่า ก็อาจจะมีแต่มันก็น้อย เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดทุกคนดีมันก็จะช่วยกันดีไปเรื่อยๆ 
 
GM Live:  สิ่งที่เราฝัน อยากทำในแง่อสังหาฯหรือในแง่การทำงานในอาชีพพิธีกร มองเส้นทางในอนาคตอย่างไร
 
เส้นทางในอนาคตของหมิว หมิวก็มองว่าจะทำหน้าที่เวลาที่ผู้ใหญ่มอบหมายอะไรให้เรา เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วก็เรื่องของการถ่ายทอดความรู้อย่าง หมิวก็อยากจะเป็นคนนึงเหมือนกันที่มีโอกาสที่จะรู้ในเรื่องที่บางคนอาจจะไม่รู้ และก็สามารถถ่ายทอดออกไปให้ได้
 
GM Live: ถ้าเจองานยากๆ งานที่เป็นโจทย์ที่ต้องรับมือความกดดัน รับมือความเสี่ยง งานนี้มันจะเสี่ยงที่จะเจอเสียงวิจารณ์มากพอสมควร จะสกรีนไหม
 
จริงๆ ปกติหมิวก็สกรีนอยู่ คืออย่างที่บอก คนเรามันมีความชอบไม่เหมือนกัน อย่างตัวหมิว มองว่างานที่ต้องแต่งตัวแบบวับๆ แวมๆ นู่นนี่นั่น หมิวจะไม่เอา แต่ถ้ามองแล้วว่า มันไม่ได้ส่งผลกระทบเรื่องภาพลักษณ์หรืออะไรขนาดนั้น แล้วหมิวมองว่า สามารถทำตรงนั้นได้ หมิวก็ทำ
 
GM Live: ในแง่ครอบครัว การใช้ชีวิต มีคุณสมบัติของคนที่จะมาอยู่เป็นคู่ชีวิตอย่างไรบ้าง
 
คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตใช่ไหม มองว่ามันต้องช่วยกัน คนนึงล้มอีกคนนึงก็ต้องอยู่ข้างๆ หมิวมองว่าอย่างนั้น แล้วก็ความรักที่ดี มันไม่ใช่ว่าให้ไปฝ่ายเดียว อาจจะต้องสลับกัน ให้-รับ และเป็นผู้รับฟังที่ดี ประมาณนี้ค่ะ
 
GM Live: เข้าใจว่าตอนนี้อาจมีแฟนคลับระดับนึงแล้ว ถ้าหลังจากนี้จะมีฐานแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น  บางคนอาจจะไม่ชอบถูกจับตาหรือการมาเป็นบุคคลสาธารณะ รับมือหรือมีความคิดเห็นต่อการอยู่ในสังคมที่ตัวเองต้องเป็นคนสาธารณะอย่างไรบ้าง
 
หมิวยินดีนะคะ หมิวยินดีให้เข้ามาดูหน้าสื่อส่วนตัวได้ ดูไลฟ์สไตล์ ถ้าสิ่งที่หมิวทำแล้วสามารถให้ความรู้กับคนอื่นได้ก็ยินดีให้เข้ามาอ่าน หรืออะไรที่มันจะส่งต่อความรู้ไปได้เรื่อย ๆ กับตัวหมิวเองพอมายืนตรงนี้ต้องปิดตัวนะ จะต้องไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โลกมันก็มี 2 ด้าน เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่ชอบหมิวอยู่แล้ว หมิวก็ขอขอบคุณมาก และคนที่อาจจะมองในอีกแง่มุมของเรา หมิวก็อยากให้ลองเปิดใจให้กว้างๆ และมองหมิวอีกมุมนึงดูบ้าง
 
GM Live: บทเรียนจากที่มาป็นบุคคลที่อยู่หน้าจอแล้วต้องถูกวิจารณ์ ได้บทเรียนครั้งสำคัญอะไรบ้าง
 
เป็นคำถามที่ดี (หัวเราะ) สำหรับบทเรียนครั้งสำคัญครั้งนี้ คือเหมือนทุกอย่างมันมาเร็วมาก บางทีเราก็คิดแต่ว่า เราทำแค่ตรงนี้ให้มันดีก่อน ณ ตอนนี้ แต่สำหรับบทเรียนครั้งนี้หมิวได้รับมาก็คือ ถ้าคุณได้ก้าวออกมาหน้าจอแล้ว คุณต้องเริ่มตั้งแต่ตรงนั้นแหละ ที่คิดว่าจะทำมันให้ดีที่สุด ไม่ใช่เดี๋ยวค่อยไปอันนี้ละกัน เดี๋ยวค่อยไปแก้ละกัน มันเป็นบทเรียนว่าเวลาจะทำอะไรก็ต้องเต็มที่สุดๆ 
 
GM Live: อยากฝากอะไรสำหรับคนที่ติดตามรายการเดินหน้าประเทศไทยวัยทีน หรือว่าแฟนคลับที่ติดตามผลงานในช่องทางต่างๆ 
 
ก็อยากจะฝาก (หัวเราะ) ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ฝากรายการให้เข้าไปดูรายการอื่นด้วย ถ้าเกิดบอกว่ารายการนี้ไม่ชอบชม ไม่ชอบเสพ ชอบแบบไลฟ์สไตล์  ก็ลองเข้าไปดูได้ มีรายการ “หนีบอสมาคอสเพลย์” , รายการ “Prop Party” ก็เป็นรายการรีวิวคอนโด หรือว่าอยากจะเข้ามาพูดคุยกับหมิวส่วนตัวก็ได้ แบบ Inbox Facebook มา ขอแค่คำพูดที่ใช้ไม่เกินเลยเนอะ