ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนดนตรีในประเทศไทยซึ่งเล่นดนตรีอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 30 ปีและยังคงมีผลงานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่สำหรับ “แก๊ป” เจษฎา ธีระภินันท์ นักร้องวง T-bone และสมาชิกแกนหลักของวงรุ่นบุกเบิก การเล่นดนตรีสดเป็นอาชีพหลักที่กลายเป็นเอกลักษณ์สำหรับทั้งตัวเขาเองและวงการดนตรีไทย
 
วงดนตรีเร็กเก้-สกาแถวหน้าของเมืองไทยยุคนี้ยังรักษาลมหายใจในวงการได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ยุคสมัยของอุตสาหกรรมดนตรีไทยเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อหลายครา แต่ดูเหมือนว่าสถานะแห่งหนของพวกเขามั่นคงพอและเคลื่อนไปดุจหินผาที่กลิ้งไปตามเส้นทางสายดนตรีซึ่งไม่มีใครรู้ว่าปลายทางของมันจะไปสุดที่ตรงไหน 
 
เป็นโอกาสดีที่ทีมงานมีโอกาสพูดคุยกับ แก๊ป T-bone หลังจากผลงานอัลบั้มครั้งหลังสุดซึ่งต้องย้อนเวลากลับไปเกือบ 6 ปี ช่วงเวลาเหล่านี้วง T-bone มีเส้นทางชีวิตโลดแล่นอย่างไรบ้างในสังคมไทยและแวดวงดนตรีที่ผ่านปรากฏการณ์หนักหนามามากมาย และจนถึงวันนี้ พวกเขายังคงยืนหยัด แถมมาพร้อมโปรเจกต์ที่สดใหม่เช่นเคย
 
ติดตามเรื่องราวระหว่างทางจนถึงปัจจุบันจากบทสัมภาษณ์นี้
 
GM Live :   หลังจากออกอัลบั้ม “Bone In Da House” เมื่อปี 2555 ตอนนั้นออกมาแล้วผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้นในเส้นทางดนตรีของพี่แก๊ป
 
คือก่อนหน้า “Bone In Da House” ดนตรีแบบที่ผมเล่นอยู่กระแสมันแรงมาก มี Festival ประเภทแบบ วงแบบเร็กเก้-สกาอย่างเดียวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศ ก่อนหน้านี้ 2 -3 ปี ก็ตัดสินใจทำ แต่ยังไม่ ทำอัลบั้มตอนนั้น ไม่อยากเกาะกระแส เพราะพวกเราถือว่าเราเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่มันยังไม่มีใครฟัง จนวันนี้คนฟังเยอะแยะ แล้วก็วงเยอะมากเลย ก็เลยผ่านจากตรงนั้นมาสัก 2 ปี เราถึง ผมถึงออก “Bone In Da House” ก็เงียบ เงียบมากเลยครับ เพราะว่าออกตอนน้ำท่วม (หัวเราะ) ออกตอนน้ำท่วมเลยครับ น้ำท่วมใหญ่
 
GM Live : แต่ว่าพวกงานดนตรี กระแส หรืออีเวนท์ก็ยังพอมีอยู่หรือเปล่า
 
เล่นตลอดเวลาเลย เล่นดนตรีอยู่ตลอดเวลา เล่นจนแบบว่า เวลาไปเจอแฟนรุ่นแรก ๆ จะแบบ…ทำอะไรอยู่ เดี๋ยวนี้ทำอะไร ไม่เห็นออกอัลบั้มบ้างเลย ไม่เห็นออกเพลงเลย แต่ว่าแฟนรุ่นนี้ไม่เคยดูผมเล่น ทุกวันนี้ผมเล่นกับคนอีกรุ่นนึง จากเล่นกับคนรุ่นน้องกลายเป็นรุ่นหลานไปแล้ว
 
GM Live :  ยังเล่นดนตรีเป็นเร็กเก้ อยู่รึเปล่า หรือว่าเป็นดนตรีแบบไหนครับ
 
ตอนนี้ถ้าเป็น T-bone ก็จะ…จะให้มันชัดขึ้นในรูปแบบสกามากขึ้นอะครับ และก็จะอะไรที่เป็น “Rude boy” ที่เป็นดนตรีแบบ “Rocksteady” อย่างนี้แหละครับ เพราะว่า T-bone เริ่มมาจากนักดนตรี ทุกคนเป็นนักดนตรีแจ๊ส  มีผมคนเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่ผมชอบที่ T-bone เป็นแบบนี้ เพราะว่ามันเป็น ซาวด์มันเป็นของตัวเองดี มันไม่ต้องเป็นแบบจาไมก้า หรือเป็นแบบอะไร มันเป็นอยู่ มันก็เลยมีคาแรคเตอร์ของมัน 
 
อีกด้านนึงผมก็ชอบเร็กเก้ที่มันเป็น Root จริง ๆ แล้วก็ชอบดนตรี “Dub” ผมก็ทำตรงนี้มา 10 กว่าปีแล้ว แล้วก็ทำงานเดี่ยว และก็ทำงานให้กับรุ่นน้องที่เป็นศิลปินวงนึง
 
GM Live : อย่างที่รู้กันดีก็คือ วงการดนตรีบ้านเราก็คือ หลายปีที่ผ่านมาก็มีเปลี่ยนผ่านพอสมควร ในแง่อุตสาหกรรม มีเทคโนโลยีเข้ามาใหม่ ๆ ตรงนี้พี่แก๊ปเจออะไรที่แบบเป็นอุปสรรค หรือเป็นอะไรที่ ต้องฝ่าฟันบางอย่างมั้ยครับ
 
เทคโนโลยีมันทำให้ศิลปะหายไปทีละอย่าง คือตอนนี้ ถ้าเรานึงภาพดี ๆ ลิเกหาย เพราะว่ามีโรงภาพยนตร์ ลิเกหาย พอมี CD ออกมาโรงภาพยนตร์ตาย มี VDO ก่อน ศิลปะมันทุกแขนงเริ่มตาย หมอลำ รำตัด ตลกคาเฟ่ต้องมาออกแผ่น มันหายไปทีละอย่าง สุดท้ายการหายอย่างนี้ วงการเพลงมันก็หายตั้งแต่ ปก แผ่นเสียง ย่อลงเหลือแต่ CD 
 
สุดท้ายมันไม่เหลือแม้แต่ปก คือมันไม่ใช่แค่นักดนตรี มันคือศิลปะ คนทำงานศิลปะด้วย มันหายทุกแขนง ดังนั้น มันเป็นอะไรที่มันง่าย ผมก็เลยไม่รู้ว่าคุณค่าของสิ่งที่เราทำมันอยู่ตรงไหน บางทีก็งง เหมือนเราจะออกอัลบั้ม เอ๋ เมื่อไหร่พี่จะออกอัลบั้ม ออกมาเป็น CD บางทีตอนนั้น 100 แผ่นสำหรับคนเก็บสะสม ถูกมั้ยครับ
 
ขึ้นรถคุณก็ไม่มีที่เสียบ (หัวเราะ) เครื่องเล่นซื้อมาก็ไม่มีที่ใส่ มันต้องเป็นอะไรที่ มันล่องลอยอยู่ในอากาศ คนก็สามารถฟังได้ แต่ผมไม่รู้ว่าผมได้รับอะไรจากตรงนั้น มีแต่เป็นผู้ให้อย่างเดียว ซึ่งผมยินดี…ไม่รู้ ไม่อย่างงั้นผมจะแสดงงานได้ไง
 
GM Live : หมายถึงถ้ามีคนเอาเพลงเก่า ๆ ของ T-bone หรือเพลงอะไรก็ตามใส่ลงออนไลน์...
 
ไม่สามารถ (ตอบทันที) คุณทำไม่ได้  มันเป็นของผม ถ้าคุณทำอย่างนั้นผมก็…เจอหาเรื่องคุณแน่ แต่ถ้าคุณเอาเพลงผมไปเล่นตามผับตามบาร์หากินใช้ชีวิต ผมก็ห้ามคุณไม่ได้ ผมก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น ผมก็ยังแฟร์กับคุณเพราะว่าผมถือว่าผมก็ยังเล่นเพลงของคนอื่นตอนเด็ก ๆ  มันก็เป็นการพัฒนาของคน
 
GM Live : วงการดนตรีเร็กเก้ที่ช่วงนี้มีวงหลายวงก็อาจจะหายหน้าไปรึเปล่า อันนี้มองอย่างไรบ้าง
 
มันก็เหลือน้อยลงไงครับ ทุกวงการ (หัวเราะ)  มันก็เป็นปีของใครปีของมันใช่ไหม ผมว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเราเริ่มมีแขนงต่าง ๆ ได้ละ ในอนาคตเราอาจจะแจกรางวัลในสาขาดนตรีแต่ละประเภทได้ คันทรี, ร็อก, เพื่อชีวิต, เร็กเก้ อย่างนี้ มันหลากหลาย และมันก็ให้โปรดิวเซอร์หนึ่งคนทำ ไม่ใช่แม่งเก่งทุกอย่าง เก่งทุกแนว ไม่มีในโลก ถ้าคุณจะทำเร็กเก้คุณมาหาผมสิ ผมทำให้ ไม่มีใครทำเก่งกว่าผมแล้วในประเทศนี้ คุณจะทำร็อกคุณไปหาพี่โอม ไปหาพี่อัสนี หรือใครต่อใครที่เขาอยากได้ซาวด์อย่างนั้น มันจะสร้างบุคลากรที่ดีขึ้น
 
GM Live : มันเฉพาะทางมากขึ้น
 
อันนี้มันคือการสร้างคนแบบ 4.0 (หัวเราะ) 
 
GM Live :  นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เห็นอะไรบ้างในวงการดนตรีอื่นๆ ในแต่ละสไตล์ 
 
นักดนตรีที่เล่นได้เก่งก็จะมีเสน่ห์อยู่ดี มีเสน่ห์ดี มีเสน่ห์มากกว่าวงอื่น ๆ อยู่ดีครับผม แต่ว่าการที่จะหาคนมานั่งฝึกกีตาร์ตั้งแต่นิ้วอ่อนๆ จนมันด้านจนเจ็บ มันเริ่มหาน้อยลง เพราะว่าเทคโนโลยีมันทำให้มันน่าสนใจกว่าการอะไรที่เราต้องนั่งฝึกแบบนี้ 
 
ในอนาคตอันใกล้คนที่เล่นดนตรีด้วยมืออาจจะเป็นของมีค่า แต่ในขณะเดียวกันความนิยมอาจจะเป็นคนที่ใช้ AI อยู่ในสมองแล้วสร้างเพลงขึ้นก็ได้ เพราะว่าตอนนี้แม้แต่กราฟฟิกขึ้นมาเต้น คุณยังมีแฟนเป็นพันเป็นหมื่นคนที่ญี่ปุ่นอะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ 
 
คือคุณทำอะไรก็ได้ ผมเลยคิดว่าศิลปะมันอาจจะกลายเป็นแค่ส่วนประกอบอย่างหนึ่งในเทคโนโลยี ทำให้ของสิ่งหนึ่งน่าสนใจขึ้น เพราะฉะนั้น ศิลปะก็จะทิ้งมันไม่ได้อยู่ดี เพราะตราบใดที่เราจะขายของ คุณก็ต้องให้คนที่มีศิลปะเค้าดีไซน์ให้อยู่ดี คุณก็ทิ้งคนทำงานศิลปะไม่ได้ แต่ถ้าคุณให้โอกาศเค้ามากขึ้น มันจะทำให้ศิลปะของเรามันสู้คนอื่นเค้าได้ อันนี้ผมว่าต้องคิดใหม่ 
 
GM Live : มองว่าในฐานะคนที่ทำงานเป็นคนที่เล่นสดได้เก่ง หรือมีสไตล์การทำศิลปะการแสดงที่โดดเด่นจะอยู่ได้ อย่างนั้นหรือเปล่า
 
มันก็แล้วแต่คน แล้วแต่ตัวงานด้วยว่ามันลงตัวด้วยหรือเปล่าด้วย แต่ผมคิดว่าจริงๆ เอาพูดกันในของตัวเองก่อน ในประเทศเราก่อน เพราะอาชีพอย่างเราไม่เคยได้รับการสนับสนุนมาก่อนเลย เพราะว่า ผมไม่เห็นผู้ใหญ่คนไหนแม่งรักศิลปะซักคน ไม่มี ไม่มีพูดตรง ๆ
 
GM Live : เฉพาะดนตรีหรือเปล่า หรือว่าศิลปะทุกแขนง
 
ทุกแขนง ทุกแขนง ศิลปินที่มีชื่อของไทย กว่าจะมีชื่อในวันนี้ ต่างประเทศเขายกย่องมาก่อน 
 
อาจารย์ทุกคน อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ชัดมาก มาเห็นคุณค่าเขาาเมื่อต่างชาติเข้ามา แล้วคุณก็ “โอ้ เก่งจังเลย” จริง ๆ เราสร้างคนได้
 
 
GM Live : อัพเดตในมุมมองของคนทำงานดนตรีที่เล่นสดเป็นหลัก แต่ละคนในวง T-bone พี่ก็อป พี่หนุ่ม ตอนนี้ยังทำงานดนตรีเป็นอาชีพหลักหรือเปล่า 
 
ใช่ครับ วง T-bone 5 คนก็เป็นอาจารย์สอน สอนดนตรีแจ๊ส มีผมคนเดียวที่ทำงานอิสระ
 
GM Live : เรียกว่าดนตรีนี่เป็นงานอดิเรกหรือว่าเป็นอาชีพหลักสำหรับพี่แก๊ป
 
น่าจะเป็นอาชีพแล้ว แต่ว่าไม่ได้เป็นอาชีพที่เลี้ยงชีพได้ พออยู่พอกินครับ
 
GM Live : ต้องใช้อะไรเลี้ยงชีพสำหรับนักดนตรี
 
อย่าใช้ตัวตนสู้ (หัวเราะ) ต้องรู้จักปรับตัว รู้จักว่าเราจะยืนในฐานะอะไร ในฐานะศิลปิน หรือฐานะซูเปอร์สตาร์ หรือฐานะอะไร ในเส้นทางที่มันมีทางเลือก ถ้าเผื่อเราจะกอบโกย เราก็จะทำตัวแบบเข้ามาแล้วก็หาเงินให้ได้เยอะที่สุดโดยที่ไม่ได้ทำให้กับสังคมแบบนี้มันเสีย ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนของประเทศ ไม่ใช่คนของทุกคน
 
เว้นแต่จะเป็นตัวของตัวเอง ผมรู้ว่าผมทำอะไรบ้างและเลี้ยงชีพได้อย่างไร และก็ต้องไม่เป็นหนี้เยอะ (หัวเราะ)  ถ้าเราจะทำตรงนี้ได้ต้องไม่เป็นหนี้เยอะ
 
GM Live : ย้อนกลับไปพูดถึงงานที่พี่แก๊ปบอกว่าทำบ่อยในช่วงหลังที่เป็นงาน Dub อันนี้ทำกับมันยังไงบ้าง มีผลงาน มีอาชีพ มีรายได้กับมันอย่างไรบ้าง
 
มีรายได้จากการเล่น ออกไปเล่นดนตรี แต่ที่เป็นโปรดิวเซอร์มาทั้งหมดไม่เคยได้เงินเลย ทำให้ด้วยใจหมดเลย เมื่อก่อนนี้ก็ได้อยู่ ผมเริ่มจากการเป็นโปรดิวเซอร์ให้แนวอื่นด้วยนะ วงแรกๆ ก็ “Paradox” ชุดแรกนี่ผมก็ทำ และก็วงของ ป็อก Stylish Nonsense วงแรก ทุกคนใส่ชุดนักเรียนมาเจอผมหมดเลย Paradox นี่ก็นักเรียน จนมาถึง วิน ศรีราชาร็อกเกอร์ ก็ใส่ชุดนักเรียนมาหาผมที่หน้าบ้านศรีราชา 
 
ผมจะดูคนออก ถ้าผมจะช่วยคน ผมต้องรักงานเค้าก่อน เพราะว่าผมต้องฟังเพลงของเค้าเป็นร้อยรอบเลย ผมทนไม่ได้ที่จะต้องฟังเพลงแย่ ๆ เพื่อทำให้คุณแล้วรับเงินของคุณ ผมเคยทำมาแล้วไง มันไร้ค่า ผมก็เลือกที่ว่า “คุณมาจ้างผม ผมไม่ทำหรอก” แต่ผมชอบงานคุณ ผมทำให้ฟรี เพราะอย่างนั้น ตรงนี้ก็แล้วแต่เค้า ที่เหลือเขาก็เติบโตเอง เราก็ช่วยเท่าที่จะทำได้มาตั้งแต่แรกเหมือนกัน 
 
GM Live : อันนี้เรียกได้ว่าเป็นความชอบ ความรักส่วนตัว
 
ส่วนตัวเลย แล้วก็ทำห้องอัดที่บ้านก็เป็นโฮมสตูดิโอ ผมก็จะมีเพื่อนต่างชาติ ผมก็จะทำงานกับเพื่อนต่างชาติ หรือออกที่เมืองนอก
 
GM Live : ช่วงหลายปีหลังมีเหตุการณ์บ้านเมือง มันกระทบต่อการเล่นสด กระทบต่ออาชีพที่เป็นแวดวงบันเทิงอะไรที่ต้องออกไปเล่นสดข้างนอกไหม
 
ก็เรื่องเคอร์ฟิวไง เรื่องความไม่ชัดเจนของการเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วก็มาปราบปราม ถ้าคุณให้คนมาเที่ยวในที่บางที่ คือ T-bone โตมากับการเป็นวงของนักท่องเที่ยวจริงๆ  ดนตรีอย่างที่ผมทำ พวกเกาะ บาร์-เร็กเก้ เกิดเพราะวงผมนะ จริง ๆ ผมกล้าพูดได้เลย ผมเล่นมาตั้งแต่ผมอยู่ตามหาดนะ เป็นบาร์เล็ก ๆ จนใหญ่โตกันหมดแล้ว แต่ว่ามัน...มันไม่ได้...ก็คือเล่นตามนักท่องเที่ยว มีแต่นักท่องเที่ยวมาดู และทุกปี ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนี้
 
จนวันนึงก็ไปเล่นที่ปลาย ที่นั่นก็จะมีแต่นักท่องเที่ยว คุณก็จะเห็นมีเดินเข้ามาตรวจเค้า แล้วก็มายกบาร์ที่เหล้าลง บอกว่าห้ามให้เห็นพวกนี้ เมนูก็ไม่ให้โชว์รูป คุณจะบ้าเหรอ ถ้าเค้าจะสั่ง จะรู้ได้ไงว่าคุณผสมอะไรให้เค้ากิน คุณ shake ให้เค้า คุณก็ต้องใช้  ตัวคุณตัดสินใจด้วยว่ามันเหมาะสมไหม เขาทำเหมาะสมไหม เรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อน มันอยู่ที่หัวหน้าด้วยครับ อยู่ที่ผู้นำของแต่ละที่ เหมือนบริษัทถ้าหัวหน้าเน่า ๆ มันก็แย่ เพราะงั้นหัวหน้าพวกนี้ก็คือหัวหน้าอบต. หัวหน้ากำนัน  หัวหน้าตำรวจ หัวหน้าทหาร คนที่เป็นหัวหน้าทั้งหมด แม้แต่เจ้าอาวาส มันคือตรงนั้น
 
GM Live : มีเหตุการณ์ที่เคยเจอส่วนตัว เป็นประสบการณ์ที่เล่น ๆ อยู่แล้วได้รับผลกระทบหรือว่ามาปิดไหมครับ
 
ก็มีครับ ส่วนใหญ่จะมาให้เลิก บางที แต่ผมก็ไม่ได้ขัดขืน เพราะว่า ผมไม่ได้เดือดร้อน (หัวเราะ) ส่วนใหญ่จะเป็นคนดูที่จะมีปฏิกิริยามากกว่าว่าเสียความรู้สึก แนว T-bone อาจจะเหมือนบางงานมันเหมือนกับรุนแรงนะ แต่ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
 
สมัยตอนที่ผมเล่นดนตรีไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย เคยมีอยู่ครั้งนึงไปเล่นงานประจำจังหวัด  รู้สึกหน้าวัด นานมากแล้ว คือตอนนั้นวัยรุ่นจะอยู่เป็นบางกันที่พิษณุโลก ก็จะมีรั้วเหล็กกั้น  มันเต้นกันมา มันรำขวานกันมาเลยสองข้าง สองข้างเลยนะ ทุกคนแตกฮือ จะถึงตรงกลางแล้ว พอผมขึ้นร้องว่า “มากอดกันหน่อยได้มั้ย”  (เพลง “กอด”) มันรำตามเลย ไม่มีใครตีกันเลย คือเนื้อเพลงเรามันทำให้ได้อะ มันสนุก มันมันส์มากเลย แต่มันตีกันไม่ลงไง 
 
หลังจากนั้นเค้าก็ออกไปตีกันข้างนอก อันนั้นผมไม่รู้เรื่อง แต่ตอนที่ผมเล่นมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
 
GM Live : มันพิสูจน์ว่าดนนตรีนี่มันเป็นสิ่งสร้างบรรยากาศ มีผลกระทบต่อความคิดอาราณ์ความรู้สึก
 
ใช่ สร้างตรงนั้นได้ มันสนุกสุดเหวี่ยงก็จริง แต่มันไม่เคยมีปัญหา เราก็พิสูจน์ให้เห็นตรงนี้มาแล้วอะครับ
 
GM Live : เล่นดนตรีมาน่าจะเกือบ ๆ 30 ปี อันนี้เคยเล่นแบบซ้ำ ๆ กันแล้วมันรู้สึกท้อ รู้สึกเบื่อไหม
 
ถ้าคุณเล่นเหมือนกันทุกครั้งอ่ะเบื่อ ถ้าคุณเป็นวงประเภทอิมโพรไวส์เนี้ย คุณไม่มีทางเบื่อ   ผมก็แปลกใจนะ คือบางทีคุณเพิ่งมาฟังเพลงผมก็มี แต่ผมทำมาตั้งนานแล้ว บางทีผมก็ไม่ได้ชอบตอนที่ผมทำตอนนั้นสักเท่าไหร่ ผมชอบตอนนี้มากกว่าที่ผมเอาเพลงนั้นมาเล่นแบบนี้ แต่ว่าคุณไม่เคยได้ยินหรอกเพราะว่าคุณไม่เคยมาดูผมเล่น  อะไรอย่างนี้
 
GM Live : เมื่อเล่นไม่เหมือนกันทุกครั้ง ก็คือมีอิสระ เลยทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ
 
ผมบังคับใครไม่ได้ครับวงนี้ มันบังคับยาก มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่ม (หัวเราะ)
 
 
GM Live : อยากให้พูดถึงแนวคิด Rastafari ในเมืองไทยยังมีคนที่เชื่ออย่างงั้นอยู่ไหม
 
มีครับ...ตัวจริงก็มี แต่ส่วนตัวแล้วเคยเชื่อเรื่องพวกนี้มาก่อน แต่พิสูจน์ได้ว่า เราไม่ใช่ ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจไม่ร้องเพลงของ “บ็อบ มาร์เลย์” เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา มึงจะร้องทำไม เวลาคุณไปเล่นกับคนต่างชาติ เค้าถึงงงเลย มึงร้อง “บ็อบ มาร์เลย์” ทำไมวะ คนไทยแท้ ๆ  มันไม่ใช่เรื่องของเราเลย มันไม่ใช่บ็อบอย่างเดียว เพลงของ “ปีเตอร์ ทอช” ของใครต่อใคร มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนเค้าเลย 
 
มันมีแค่บางเพลง เราต้องเข้าใจความหมายของเพลงที่เราจะเอามา cover เล่นด้วย ผมก็เลยรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นที่เราจะต้องเล่นเพลง เพลงพวกนั้นอะครับ เราก็ต้องสร้างงานเอง เล่นเสียงของเราเองอย่างเนี้ยอะครับ
 
GM Live : สมมติว่านักท่องเที่ยวอยากมาฟังเร็กเก้ ก็อาจอยากได้ฟังกันสักเพลงอะ เป็นความรู้สึกว่าบ็อบ มาร์เลย์ เป็นคนที่ทำให้เร็กเก้เป็นที่รู้จัก แต่เมื่อวงไม่เล่น เขาจะรู้สึกแปลกๆ หรือเปล่า หรือว่าพี่แก๊ปมองในแง่มุมของตัวเองว่า เราอยากนำเสนอผลงานตัวเองมากกว่า แบบนั้นหรือเปล่า
 
ไม่ครับ ก็ไปฟังที่อื่น (หัวเราะ) หรือไม่ก็...แซ็กโซโฟน ร้านที่ผมเล่น ทุกที่เลยตั้งแต่สมัยก่อน แถวหลังสวนหรืออะไรก็แล้วแต่ บราวน์ชูการ์หรือว่าร้านดี ๆ ร้านดนตรีดี ๆ ไม่ให้วงไทยเล่นดนตรีไทยนะ  เซ็กโซโฟนนี่ T-bone ไม่เคยเล่นเพลงไทยเลย แม้แต่ออกอัลบัมแล้ว กลับไปเล่นยังไม่ได้เล่นเลย จนผมบอกว่าไม่ได้แล้วละ มึงจะทำทำไมอะ สุดท้ายแฟน T-bone ที่อยากฟังเพลงไทย ร้านบังคับไม่ได้ละ 
 
คือที่เมืองนอกเค้าร้องเพลงฝรั่ง แต่มันร้องเพลงเค้าเอง เค้าบังคับด้วยกฎหมายว่า ร้านนี้ ร้านประเภทแซ็กโซโฟนต้องส่งว่าคืนนี้จะเล่นเพลงอะไรบ้าง ของศิลปินอะไรบ้าง เพลงของ “อีริค แคลปตัน” หรือ “บ็อบ มาร์เลย์” คุณต้องจ่ายเงินก่อนที่ร้านจะเปิดเพลง เป็นค่าลิขสิทธิ์ เพราะงั้นเขาเลยต้องการวงที่เป็นเจ้าของเพลงเอง ถ้าเป็นไลฟ์แบนด์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนั้น
 
GM Live : ถ้าพูดถึงเร็กเก้ก็ต้องมีพูดถึงกัญชา ที่ผ่านมาในไทยเริ่มพูดเรื่องกัญชามากพอสมควร ต่างประเทศก็มี มองการเคลื่อนไหวเรื่องกัญชาหลายปีที่ผ่านมานี้ อย่างไรบ้าง 
 
มันมองได้ 2 อย่าง เพราะว่ามันอยู่กับหลักศีลธรรมและหลักความจริง ถ้ามองในแบบหลักวิทยาศาสตร์นะ เราถูกหลอกด้วยเรื่องหลายเรื่องมานานละ อย่างเช่นแต่ก่อนก็บอกว่า กินไข่มาก ๆ ไม่ดี กินไข่แดงเยอะไม่ดี เมื่อวานซืนบอกกินไข่แดงมีประโยชน์สุดแล้ว กินได้เลยไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปนี้  สอง เรื่องน้ำตาลเรื่องนม หลอกให้คนซื้อนม รุ่นผมกินนมผงมาตั้งแต่เด็ก อยู่ดี ๆ คนกลุ่มใหม่กินนมวัว มันเป็นธุรกิจหมดเลย เหมือนกัน ผมตอนเด็กผมเป็นคนต่างจังหวัด ผมอยู่ทางใต้ ผมเกิดที่เบตง แต่ผมอยู่เป็นคนภาคกลางนะ ผมเกิดที่เบตง คุณเชื่อไหม ข้างบ้านมีต้นกัญชาข้างซ้าย ข้างขวาต้นกระท่อมครับ เค้าเคี้ยวใบกระท่อมออกไปทำงาน
 
เขากลับมาก็เคี้ยวใบกระท่อม สูบกัญชาเค้าก็สูบของเขา กัญชาของเขาก็คือสมุนไพรสำหรับทำอาหารปรุงอาหาร ถึงวันนี้คุณมาบอกว่า บุหรี่แม่งแย่ ซื้อบุหรี่มีรูปน่าเกลียด ซื้อกัญชาไม่มีรูปอย่างนั้นหรือ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่เราคิดและก็ออกกฎหมายแล้วบังคับ 
 
ในวันที่โลกมันเปลี่ยนไป อันนี้คุณตัดสินใจกันเองว่าคุณจะเปิดใจกันแค่ไหน ไม่ใช่ผมไม่อยากออกตัวทุกคนก็รู้ แต่ว่าผมคิดว่าในฐานะที่จะเป็นตัวอย่างหรือแนะนำอะไรนี้ผมไม่แนะนำ ผมสูบบุหรี่ผมทำอะไรผมไม่เคยไปพ้นใส่หน้าคุณ ผมใช้ในที่ ๆ เค้าให้ใช้ เพราะว่าถ้าคุณไปบอกว่า กัญชาฟรีแล้วคุณเดินไปสูบ สูบ สูบทั่วไป มันทุเรศ
 
มันอยู่ที่การกระทำความประพฤติด้วย อะไรต่างๆที่จะทำให้ของแบบนี้ ของที่พิสูจน์ทางหลักวิทยาศาสตร์แล้วมันผิดศีลธรรมนี้  มันถูกต้องได้เมื่อคนปฏิบัติไม่ทำผิดศีลธรรมด้วย อันนี้มันต้องบาลานซ์ 
 
GM Live : ช่วยเล่าถึงผลงาน มีอะไรที่กำลังทำอยู่บ้างครับ
 
ตอนนี้เหรอครับ ถ้าโปรเจกต์ก็มีเพลง “พัก” ที่เล่นเพลงของ Desktop Error เพื่อจะมีคอนเสิร์ตวันที่ 10 มีนาคมนี้ โดยโปรเจกต์นี้เป็นของ “ฟังใจ” เป็นสถานีสตรีมมิงเพลง “ฟังใจ” ก็จะมีกลุ่มเพลงที่สร้างมาตั้งแต่แรก งานชุดที่แล้วก็เป็นชุด Crossplay 1 นะครับ คือเอาศิลปิน 2 คนมาแลกเพลงกันทำ ชุดสองนี่ก็จะมี T-bone กับ Desktop Error ร่วมแลกเพลงกันเล่น โดย Desktop เอาเพลง T-bone ไป และก็ T-bone ก็เลือกเพลงของวงเขามาทำ
 
GM Live : เลือกเองหรือว่าเป็นทีม T-bone ช่วยเลือกด้วย
 
เค้าให้ผมเลือกครับ อันที่หนึ่งเลยนะ ผมบอกว่า Desktop ผมชอบนะ ชอบมากเลย ก็ให้ตัวเลือกมา 3 เพลง ผมลองฟังดูผมก็ยังไม่เลือก ผมก็ลองหาเอง อันที่หนึ่งเลยคือ เพลงเค้าร้องยากมากครับ (หัวเราะ) 
 
เมโลดีเค้าแปลกมาเลย มันเหมาะที่จะเป็นคอร์ดแบบเค้าด้วย มันยากที่จะมาตัดให้เหลือเป็นคอร์ดแบบเร็กเก้ เป็นอะไรที่ผมอยากทำ จนผมมาเจอเพลง “พัก”  ข้อหนึ่งเลยมันร้องง่ายที่สุดสำหรับผม  
 
ข้อที่สองเพลงผมดูทางของคอร์ดที่เค้าไล่ลงแล้ว ผมตัดให้เหลือ 3 คอร์ด ในแบบเร็กเก้ที่ผมเป็น ผมก็เลยเลือกเพลงนี้ ผมก็เลยใช้วิธีเดินคอร์ดเดิม แต่ผมเปลี่ยนคอร์ดด้วยการเปลี่ยนเมโลดีร้องบนคอร์ดเดิม ในท่อนแยก แต่จริง ๆ คือคอร์ดเดิมเลยตั้งแต่เริ่มจนจบ
 
มันก็เลยกลายเป็น “พัก” แบบ T-bone ส่วน Desktop Error ผมฟังดูก็ผมชอบมากนะครับ มันดูน่าตกใจ และเขาเข้าใจว่าเราจะพูดอะไร สุดท้ายมาดูเนื้อเพลงทั้ง 2 เพลงมันคล้าย ๆ กันนะ พูดอะไรที่มันลอยๆ ไป เหมือนกับพูดให้คิดไว้กันเอง
 

 
GM Live : พี่แก็ปทำอัดเพลงหรือว่าเป็น ลีดเดอร์ในการอัดเพลงที่โปรเจกต์นี้ใช่ไหม
 
สำหรับของ T-bone ใช่ครับ ทำที่ศรีราชานี่แหละ เช่าเครื่องไปหนึ่งชุด วางใต้ถุนบ้าน ทุกคนก็เล่นกันใต้ถุนบ้านและผมก็มิกซ์อะไรที่บ้านที่ศรีราชาด้วย
 
GM Live : โปรเจกต์นี้มันเริ่มต้นอย่างไร มีคนไปชวนหรือยังไงบ้างครับ
 
ใช่ครับ ก็คือฟังใจเค้าก็มองไว้ ผมไม่รู้ว่าเค้าคุยกับ Desktop Error ก่อนหรืออย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าตอนมาถึงตัวผมก็คือว่า อยากให้ผมทำเพลงของ Desktop Error ในโปรเจกต์นี้ด้วยกัน ซึ่งยินดีอยู่แล้วครับ สบาย สบายมาก
 
GM Live : มองศิลปินรุ่นน้อง งานของศิลปินรุ่นน้องที่ผ่านมา แวดวงเดียวกัน ดนตรีอิสระก็ค้อนข้างจะเบ่งบานมากพอสมควร หลังจากที่ค่ายเพลงใหญ่ๆ ไม่ค่อยทำเพลงแล้ว มองศิลปินรุ่นหลัง ๆ อย่างไรบ้าง
 
สบายครับ เอาตัวรอดได้สบายเลย เป็นคนฉลาด เทคโนโลยีสูงและใช้โซเชียลเป็นแค่นี้ก็สบายแล้ว เป็นตัวของตัวเองด้วย แค่สร้างงานให้ดีเท่านั้นเอง มันแล้วแต่วง แล้วแต่วง ก็ต้องเลือกหน่อยว่าวงไหนดี บางวงฟังอย่างเดียวเพราะ แต่มาดูเล่นสดแล้ว...อันนี้มันต้องพิสูจน์ ต้องให้เวลาวงด้วย บางทีการนั่งทำที่บ้านมันง่ายขึ้นเพราะเทคโนโลยีมันสูง...ถ้าคุณเรียนมา คุณมิกซ์ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเล่นดนตรี แล้วพอมาเล่นสดมันเห็นเลยว่า เออมันยังอ่อน ตรงนี้เราในฐานะคนดูถ้าสนับสนุนเค้า ก็ให้โอกาศวง เวลาเค้าเล่นต้องไปดูเค้า ถ้าเผื่อให้เวลาเขาแล้วสัก 6 เดือน ดูไปไม่รอดก็ให้ไปเชียร์วงอื่น (หัวเราะ) 
 
GM Live : มีวงดนตรีอะไรที่พี่แก๊ปสนใจบ้างครับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
 
ชอบหลายคนเลย วันนี้ผมยังฟังเพลงเก่าๆ ไม่หมดเลย เพราะผมเล่นแผ่นเสียง เพลงศิลปินแจ๊สต่าง ๆ ที่ผมชอบ บางชุดเพิ่งได้มาวันนี้อะไรอย่างนี้ ยังฟังเพลงปี 1969 ยังฟังไมลส์ เดวิส ชุดนั้นชุดนี้ที่ไม่เคยฟังอยังค้นหาอยู่เลย ส่วนศิลปินใหม่ ๆ ก็จะฟังทุกแนว ไม่ค่อย...ไม่ค่อยเลือกมาก แต่ว่าอาจจะเลือกว่า...จะดูที่คาแรคเตอร์ของวงมากกว่า บางวงมันเหมาะที่จะดูมากกว่าที่จะฟังทั้งอัลบั้ม
 
GM Live : มีคนบอก T-bone ยุคนี้ก็ยังเป็นวงที่เล่นสดได้ดีที่สุดอีกวงของเมืองไทย ตรงนี้เคล็ดลับของมันคืออะไรพี่
 
คือเล่นเป็นธรรมชาติ คือจริง ๆ T-bone เป็นพื้นฐานเป็นนักดนตรีแจ๊ส เป็นนักดนตรีบลูส์ คือมัน improvise บางทีเหลือคอร์ดอย่างเดียว  มันคือการนั่งคุยกันอะ เหมือนคุณพูด ผมหยุดผมฟัง ก็คือผมหยุดแล้วคุณก็ “ตือ ดื้อ ดื่อ ดื้อ ดือ” ผมฟังเสร็จแล้วผมถึงพูด มันคือคุยกัน อรรถรสตรงนี้ถ้าคนดูดนตรีและพอดีสถานที่ที่เราเล่นมันเป็นแบบนั้น มันคือการ improvise  มันสดเพราะอย่างนั้น การสื่อสารอย่างนี้ คนดูเมื่อมันเข้าไปอยู่ตรงนั้นเค้ารับได้ เราสามารถสร้างตรงนึ้ได้ด้วย หรือเราจะเต้นก็ได้ ถ้าเราเป็นวงที่เต้นเก่งยังไงก็เจ๋ง 
 
คือบางอย่างมันต้องรวมหลาย ๆ อย่าง ผมจะด้อยเรื่องการพูดต่อหน้าคน ไม่ค่อยพูด เล่นอย่างเดียว แต่ถ้าผมพูดเก่งด้วยเนี้ย โอโห ตายห่าเลย (หัวเราะ)
 
GM Live : ยุคนี้วงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ BNK48  มีติดตามวงนี้ไหม
 
ติดตามครับ...ไม่กล้าพูด เพราะเป็นวงของประชาชน (หัวเราะ) กลัวครับกลัว ผมมีประสบการณ์ครั้งแรกตอนนั้นวง K-POP บูม ผมต้องไปเล่นงานเทศกาลที่ Incheon  ที่เกาหลี เทศกาลมันใหญ่มาก ก็มีนักข่าวสัมภาษณ์นี่แหละครับ แล้วมันมีเวทีนึงที่เป็น K-POP อย่างเดียว บูมมากแล้วก็นักข่าวผู้หญิงนี้แหละถามผมเรื่องนี้แหละ สิ่งแรกที่ผมตอบก็คือ เป็นวงประเภทที่ผมเอาไว้ดูอย่างเดียว (หัวเราะ) 
 
เค้าถามว่าคุณชอบมั้ย คุณติดตามพวกมั้ย ผมบอกว่าผมตาม แต่ไม่ค่อยได้ฟัง ผมดูอย่างเดียว (หัวเราะ) 
 
GM Live : อยู่ในวงการนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้ว ได้อะไรจากการเล่นดนตรี  มีอะไรให้เป็นบทเรียนสำหรับการใช้ชีวิต
 
คือผมเป็นคนค้อนข้างแรง บางอย่างผม...ผมจะไม่ใช้โซเชียลเยอะ วันนี้ผมไม่มีไลก์ ไม่มีอะไร ผมจะใช้เฟซบุ๊กก็ต่อเมื่อผมเปิดแล็ปท็อปเครื่องเดียวที่ผมมีแล้วทำงาน ก็แปลว่า ผมมีเฟซบุ๊คแล้ว ผมปิดเครื่องผมก็ไม่มีแล้ว คุณติดต่อผมไม่ได้ ไม่ใช่แอนตี้ แต่ผมรู้ว่าถ้าผมคุยกับคุณ ผมก็จะคุยกับคุณสองคน
 
ผมไม่ต้องการไปคุยกับคนเป็นพัน เป็นร้อยคน มันเป็นชีวิตที่เราเลือก ที่ทุกคนเลือก ต่างมีปัจเจกของตัวเอง
 
สำหรับตัวเอง ถ้าผมไม่ดื้อตั้งแต่แรก ผมคิดว่าผมคงไม่มีสิทธิเลือกในวันนี้ ก็คือดื้อมาก เป็นเด็กโคตรดื้อ สุดท้ายเรียนทุกอย่าง เรียนศิลปะ เรียนอะไรกำลังจะจบ ผมเดินบอกอาจารย์เลยว่า ผมไม่เรียนแล้ว ขอทำงานเลย 
 
ผมไปทำงานที่เกรฮาวด์ ทำซิลค์สกรีน ทำออกแบบ ก็คือกลายเป็นสุดท้ายตอนนี้ผมมีวุฒิแค่ม.3  คือมันไม่ได้ช่วยเลย การศึกษาไม่ได้ให้อะไรผมเลย การดำเนินชีวิตมากกว่าที่ให้ การอบรมของคนในบ้านต่างหากทำให้เรารู้ว่าจะมีชีวิตอยู่รอดได้อย่างไรในสังคม หรืออะไรแบบนี้ที่มันประคับประคองขึ้นมา 
 
เรื่องพวกนี้มันสะสมทำให้ผมเป็นคนที่ดื้อ สุดท้ายผมพอดื้อ พอมาเข้าระบบไม่ได้ มันเริ่มอยู่ไม่ได้ ตอนแรก มันจะเหมือนกับ คนทำอะไรทุ่มเท ตอนแรกก็มีคนสนับสนุนไปเรื่อยๆ ผมเคยอยู่ในบริษัทใหญ่มีตำแหน่งเยอะมาก สูงมาก เข้างานสาย ออกจากที่ออฟฟิศเป็นคนสุดท้าย ไม่ต้องตอกบัตร ไม่มีเวลาใช้เงิน ทำงานให้อย่างกับเป็นบริษัทตัวเอง 
 
สุดท้ายก็คือวิธีอย่างนี้ก็มีคนอีกกลุ่มนึงหลอกใช้คุณ หลอกใช้ความคิดอ่านคุณ หลอกใช้อะไรในระบบธุรกิจ
 
ผมปรับตัวไม่ได้ขนาดนั้น ผมก็เลยไม่เอาละ ไม่ขึ้นกับใคร ผลตรงนี้มันทำให้เสียบางอย่าง เราไม่รู้จริง แต่ด้วยความแรงของเรา มันมากไป เรื่องบางเรื่องกว่าเราจะรู้ว่าเราไม่ควร มันก็ต้องผ่านเวลาตรงนั้นมา ต้องผ่านการเสียบางเรื่อง บางเรื่องยังจำอยู่ในหัวเลยว่า วันนั้นกูไม่น่าไปสอดเรื่องนั้นเลย เพราะกูไม่รู้จริงๆ  
 
แต่มันเป็นเพราะอะไร มันเป็นเพราะมึงต้องการ มึงรักงาน เป็นคนรักงาน แรงซะจนแบบ ถึงวันนี้ผมพยายาม ไฟต์ต่อ ไฟต์อีก ใครจะเป็นโปรดิวเซอร์ ใครจะเป็นคนมิกซ์ คุณมิกซ์เพลงอะไร ก็ที่ผมบอกไง ระดับโลกยังไม่มีเลย มิกซ์เพลงทุกประเภทอะ ไม่มี 
 
ประเทศนี้ต้องไม่มี คนนี้มิกซ์หมอลำเก่งไปให้เค้า คนนี้มิกซ์ร็อกเก่งไปให้เค้า ต้องอย่างนี้ นี่คือสร้างมืออาชีพในแต่ละประเภท ผมเห็นมาตลอด ผมจะหงุดหงิดมากเลยเวลาเราไปทำงานซาวด์เช็ก มันขาดการเป็นมืออาชีพ แต่ตอนนี้มันดีขึ้นมาก ตรงเวลาขึ้น มีคนรู้จริงๆ บนสเตจว่าเค้าต้องการอะไร คือทุกอย่างมันดีขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่ต้องแรงแบบสมัยก่อน 
 
GM Live : อยากบอกอะไรกับแฟนเพลง คนที่ติดตาม T-bone มาตลอดครับ
 
ก็ดูกันต่อไปครับ (หัวเราะ) ว่าไปถึงไหน
 
GM Live : ถ้าฝากโปรเจกต์ล่าสุด
 
Crossplay 2 วันที่ 10 มีนาคมนี้นะครับ ดาดฟ้า ฟอร์จูนทาวน์ พระราม 9 ไปเลย เจอกันแน่นอน มีวงเยอะมาก 12 วงนะครับ ธรรมดางานจะจัดสองวัน แต่คราวนี้จะรวบมา ก็คือตั้งแต่ 15.00  ยาวไปเลยครับ เจอกันแน่นอน ไปซื้อ CD ได้ที่นั่นด้วย หรือจะติดต่อผ่านฟังใจ ลองเข้าไปดูที่ fungjai.com /เฟซบุ๊กของฟังใจ หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มที่นี่