x

ฤดูกาลใหม่ของภาคการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกลับมาอีกครั้ง แต่ละมหาวิทยาลัยมีจัดปฐมนิเทศสำหรับนักศึกษาหน้าใหม่กันถ้วนหน้า ปีนี้ยังมีมหาวิทยาลัยที่มีไอเดียแปลกใหม่ซ้ำรอยเดิมอย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งนำอธิการบดีหนุ่มแปลงโฉมมาเป็นแร็ปเปอร์ นอกจากจะเรียกเสียงเฮจากนักศึกษาในงานแล้ว คลิปบันทึกเหตุการณ์ยังกลายเป็นไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ไปด้วย
 
งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของสจล. ยังคงมีศ.ดร.สุชัชวีร์​ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสจล.วัย 45 ปี และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยมาสร้างสีสันอีกครั้งเมื่อทีมงานเปิดตัวเข้ามาในงานปฐมนิเทศพร้อมเสียงเพลง ลีลา “แร็ป” และเครื่องแต่งกายสไตล์แร็ปเปอร์ที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลังกระแสรายการที่เปิดโลกแร็ปเปอร์ในไทยผ่านสื่อกระแสหลัก
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แวดวงการศึกษาไทยเห็นผู้บริหารสถาบันการศึกษาลงมาทำกิจกรรมแปลกใหม่นอกเหนือกรอบและภาพจำของบุคลากรสายวิชาการหรือสายบริหาร เมื่อปี 2558 ศ.ดร.สุชัชวีร์ เคยปลอมตัวเป็น “พี่เนียน” โดยเข้าไปปะปนกับนักศึกษาใหม่เมื่อเสียงเชิญผู้บริหารขึ้นเวที ดร.สุชัชวีร์ ที่แต่งกายเครื่องแบบนักศึกษาวิ่งมาหน้าเวทีก็สร้างสีสันและเสียงฮือฮากันมาแล้ว 
 
ครั้งนี้วีรกรรมของผู้บริหารพลังหนุ่มถูกยกระดับไปอีกขั้นกับเพลงสไตล์ฮิปฮอป และท่อนแร็ปที่ว่าด้วยสถาบันและการทำหน้าที่นักศึกษา 
 
“ขอต้อนรับ สู่สถาบันนี้ ... ชีวิตมหาลัย ก็เตรียมตัวให้เข้าที่ ... จงตั้งใจ ศึกษาวิชาชีพ ... จะสอบแต่ละครั้ง อย่าลืมไหว้เจ้าที่ ... อยากสำเร็จ ต้องกล้าฝันกล้าสู้ ... เจออุปสรรค อย่าเพิ่งทำหน้ามู่ ... อยากจะเก่ง ต้องรีบขยันรุกรน ... ถ้าใครชูมือ ขอให้ได้เอทุกคน”
 
นี่คือเนื้อร้องแร็ปส่วนหนึ่งจากเพลงที่อธิการบดีร่วมกับคณบดีหลายคณะในสถาบันร่วมกันบรรเพลงในงานปฐมนิเทศ เบื้องหลังแนวคิดการทำงานการศึกษารูปแบบนี้แฝงไอเดียและสะท้อนปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในระบบการศึกษาไทยได้ระดับหนึ่ง 
 
ติดตามแนวคิดที่มาของปรากฏการณ์จากบทสัมภาษณ์พิเศษอธิการบดีสจล.
 

 
GM Live : ไอเดียเพลงแร็ปในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่มีที่มาที่ไปอย่างไร
 
พวกเราอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างรู้สึกว่างานแบบนี้เป็นงานที่คน “จำใจ” ต้องมา อธิการบดี และคณบดีก็มักขึ้นไปอบรมห้ามทำนั่น ห้ามทำนี่ คนก็เบื่อ ปี 2558 ถ้ายังจำกันได้ ผมปลอมตัวเป็นพี่เนียนก็เกิดกระแสที่เป็นการสร้างสีสันในงานปฐมนิเทศ จากนั้นเราก็พยายามหาวิธีทำให้งานปฐมนิเทศไม่น่าเบื่อ สุดท้ายแล้วเวลาผ่านไปมาจนปีนี้ เราจัดเวทีใหม่ ไม่เหมือนเดิม เป็นเวทีที่อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกลุ่มนักศึกษาคละคณะกัน ไม่แยกภาควิชา ไม่ได้แบ่งเป็นแถว ปฏิรูปลักษณะงานทางกายภาพอย่างชัดเจน ถ้าให้คณบดีขึ้นมาพูดเลย สังเกตได้ว่าเด็กใหม่ก็เบื่อ จะหลับบ้าง 
 
เราเลยแต่งเป็นแร็ปเลย แนะนำสจล. และให้ผมกับคณบดีมาร้อง แล้วคนที่แต่งเพลงแร็ปก็เป็นศิษย์เก่าคณะอุตสาหกรรมเกษตร ใช้ชื่อ “นิลโลหิต” (Nil-Lhohitz) เลยกลายเป็นการปฏิวัติรูปแบบงานปฐมนิเทศให้มันน่าสนใจ 
 
ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณบอกน้องๆ ว่าพวกเราพร้อมปรับตัวกับน้องๆ พวกเราไม่ใช่เป็นแค่ครู เราเป็นพี่เขา เป็นเพื่อนเขา และเขาคือคนที่สำคัญที่สุด
 
 
GM Live : เป็นแร็ปจริง หรือเป็น Lip-Sync 
 
ทั้งสองอย่างร่วมกัน เสียงในเพลงนั่นคือเสียงของเราจริง และมีคนคอยประคองอยู่ด้วย (ทำเป็นเพลงเพื่อปฐมนิเทศโดยเฉพาะหรือเปล่า) ใช่ครับ ทำเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ก็จะมีท่อนที่พูดถึงทุกคณะเลย อาจมีภาษาที่ล่อแหลมตามสไตล์เพลงบ้าง แต่ไม่ถึงกับหยาบ 
 
มีท่อนที่ชอบมาก ที่ผมร้องคือ “ใครยกมือขึ้นขอให้ได้ A ทุกคน” เด็กๆ ชอบมาก 
 
GM Live : คลิปเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์มาก แต่มีคำถามว่าเป็นการสร้างสีสัน แล้วการทำงานแบบเป็นรูปธรรมที่จะต่อยอดจากไอเดียนี้ในเชิงการศึกษาจริงที่จะช่วยดึงดูดเด็ก ลดความน่าเบื่อ หรือส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีแผนต่อยอดอย่างไรบ้าง 
 
นี่เป็นครั้งแรกที่เราทำแบบนี้ ตั้งแต่ปี 2558 ที่เป็นพี่เนียน ซึ่งแต่ละปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มาวันนี้ถามคนในสจล.ได้เลยว่าอธิการบดีคือใคร คนตอบได้ว่าคือ “พี่เอ้” ผมทำให้เป็นตัวอย่างของครู ของผู้บริหาร เดินตรวจมหาวิทยาลัยทุกวัน ทานข้าวที่โรงอาหาร ตอนเย็นไปออกกำลังกายที่สนามกีฬา ผมถือว่าผมเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเขา เขามีอะไรก็เดินมาหา ที่นี่เป็นที่ที่เด็กเข้าห้องอธิการบดีได้สบายๆ เดี๋ยวก็มีเข้ามา เราพยายามแบบนั้น
 
กิจกรรมของสจล. เด็กปี 1 ทุกคนต้องเรียนวิชาเดียวกัน ทำงานร่วมกันตรงนี้เป็นรูปธรรมไปแล้ว นอกจากนั้นแล้วจะเห็นว่าสจล.ตั้งคณะใหม่ๆ เช่นแพทย์ การบิน วิศวกรรมดนตรี โรงเรียนสาธิต เราปฏิรูปเรื่องวิชาการมาตลอด 3 ปีก่อนหน้านี้ นี่คือการปฏิรูปเรื่องความเป็นคน ความเป็นคนที่จะออกไปในสังคม ต้องมีส่วนรับผิดชอบ ต้องทำลายกำแพงระหว่างภาค ระหว่างคณะได้ เขาต้องเป็นคนดีและตั้งใจเรียน นี่คือสิ่งที่ส่งไปอย่างต่อเนื่อง แต่พอมาเรื่องงานปฐมนิเทศมันเป็นกระแสขึ้นมา ก่อนหน้านั้นอาทิตย์หนึ่งก็มีจัดคอนเสิร์ตช่วยพี่น้องสปป.ลาว ผมก็ไปร้องเพลง Imagine แต่ไม่ได้เป็นกระแสเท่านี้ (หัวเราะ)
 
ส่วนคณบดีเดี๋ยวนี้ก็เป็นคณบดีรุ่นใหม่ซึ่งทำแบบเดียวกัน (ที่เห็นขึ้นเวทีในคลิปก็เป็นคณบดีด้วยใช่ไหม) ใช่ครับ ผู้หญิงที่เห็นในคลิปคือผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้ชายที่เห็นกระโดดไปมาก็รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนที่ร้องอยู่เบื้องหลังก็ผศ.ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต นั่นคือผู้อยู่เบื้องหลังทำเพลง
 
การจัดงานไม่ได้จ้างเลย นักศึกษาและอาจารย์ทำกันเองล้วนๆ 
 
GM Live : กระแสจากกิจกรรมนี้สะท้อนบทเรียนบางอย่างในวงการการศึกษาหรือเปล่าว่า กิจกรรมที่เป็นทางการตึงเครียดทำให้เด็กเข้าไม่ถึง พอปรับรูปแบบเพิ่มความสนุกสนานเข้าไปก็ได้ผลลัพธ์อีกแบบ 
 
เราไม่ได้บังอาจไปแนะนำมหาวิทยาลัยอื่น ผมเชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยพยายามเหมือนกันหมด เราทำแบบไม่ได้เป็นโปรดักชั่น ทำเป็นแบบธรรมชาติ ทำกันเอง เราเห็นว่าอยากให้นักศึกษาสนุก แต่ถ้าดูให้ดี ดูในคลิปต่อเนื่อง หลังจากเพลงจบ ก็มีถอดเสื้อ กลายเป็นรูปแบบเชิ้ตขาว กางเกงดำ แบบอาจารย์ทั่วไปก็มีให้โอวาท 
 
เราบอกให้เขาต้องสามัคคีกัน คนชอบว่าเราไม่สามัคคีกัน จะไม่มีคณะเธอ ภาคฉัน เราคือมหาวิทยาลัยเดียวกัน คือสังคมเดียวกัน สังคมไทย ต่อมาคือเราต้องบอกให้คนทั่วโลกว่าคนไทยมีวินัย วินัยแรกคือเรื่องการเรียน พี่เอ้ขอสองข้อนี้เท่านั้น แบบนี้เราก็ยังยึดเรื่องการอบรมนักศึกษาแต่เราเปิดให้เขาไม่หลับ ให้สนุกตื่นเต้นไปกับเรา พอมาเรื่องพูดก็พูดอย่างจริงจัง เขานั่งฟังสนใจกัน ไม่มีใครคุยเลย
 
 
 
GM Live : ตอนที่ชวนคณบดีท่านอื่นได้รับคำตอบรับอย่างไรบ้าง มีเขินหรือเครียดว่าจะทำไม่ได้ หรือคิดว่าขัดกับภาพลักษณ์ผู้บริหารสถาบันวิชาการไหม
 
จริงๆ อยากให้คณบดีทุกคนมาทำ แต่เขาก็อายกัน แต่อาจเป็นปีต่อไป เพราะมันยากที่จะมาในลุคนั้น ก็มีสามท่านที่เอ่ยถึงที่มาทำด้วยก็ทำได้ดี เขาซ้อมกันหนักมากนะ (ส่วนหนึ่งยังเขินใช่ไหมว่าขัดกับภาพลักษณ์เชิงวิชาการ?) คำว่าภาพลักษณ์เชิงวิชาการต้องแยกกับคำว่าเชยนะ ผมว่าคณบดียุคใหม่ในไทยไม่เชยหรอก แต่ตรงนี้มันต้องซ้อม และทุ่มเทด้วย ไม่ใช่ไปถึงแล้วเต้นได้ ร้องได้ มันยากเหมือนกัน 
 
ในช่วงแรกก็เป็นคนที่ถนัดตรงนี้ คณบดีสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นคนที่มีสีสันอยู่แล้วในภาค คณบดีดนตรีก็เป็นนักร้องอาชีพมาก่อนด้วยตอนที่เขายังหนุ่ม คณบดีวิศวกรรมศาสตร์เป็นคนทุ่มเทมันก็โดน และได้ผู้ร่วมอุดมการณ์
 
GM Live : ชื่นชอบแร็ปมาก่อนด้วยหรือเปล่าถึงเลือกเพลงสไตล์นี้
 
ชอบมาตั้งแต่อยู่สหรัฐอเมริกา ช่วงหลังก็มีกระแสในเมืองไทย เราวางแผนตั้งแต่ต้นเลยว่าเป็นแร็ป มันทำให้เขียนง่าย พอร้องมันยาก แร็ปไม่ต้องสอดคล้องมากเท่ากับร้อง มันทำให้เรามีลูกเล่น ภาษาก็เป็นภาษาวัยรุ่นได้ 
 
(พอเปิดเผยงบประมาณทำเพลงได้ไหม) เราไม่ได้ใช้งบเลย คนที่เขียนเนื้อแร็ปก็ได้ศิษย์เก่าช่วย บันทึกเสียงก็ทำที่วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต จัดงานก็ได้ภาควิชานิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หอประชุม ไฟ เครื่องเสียงก็ของเรา (หัวเราะ) เป็นงานภายใน 100 เปอร์เซ็นต์ 
 
GM Live : ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีฯ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า การศึกษาที่เป็นวิชาการที่เคร่งเครียดจริงจัง เด็กจะสนใจน้อยกว่า แต่พอมาเป็นกิจกรรมที่เป็นสันทนาการกลับดึงดูดให้สนใจได้มากกว่า มันเป็นภาพสะท้อนมาถึงการวัดผลการศึกษาไทยด้วยหรือเปล่า อย่างการสอบวัดผลที่เคร่งเครียด แต่สิ่งที่เข้าถึง และใช้จริงในชีวิตเป็นส่วนใหญ่คือทักษะและประสบการณ์จากกิจกรรม
 
เรียนก็เครียดทุกประเทศ ถ้าเทียบเรากับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ หนักกว่าเราเยอะมาก เครียดกว่า จะให้เรียนแล้วไม่เครียดก็ไม่ได้ เพราะมันเกิดการแข่งขัน ประเมิน วัดผล และแข่งกับชาติอื่นเพื่อให้เราแข่งกับเขาได้ การเรียนก็มีอารมณ์เคร่งเครียด จะลดความเข้มข้นก็คงยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเครียดตลอดเวลา
 
อย่างที่สจล.มีให้ทำกิจกรรม ออกกำลัง ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 70 คือเรียน จะเรียน 100 เลยก็ไม่ถูก สิ่งที่ผมทำก็เป็นส่วนหนึ่งให้เห็นว่าเรียนหนักก็จริง แต่เวลาสนุกสนานก็จัดให้เต็มที่ ตอนเช้าเต้นแร็ปร้องเพลง ตอนเย็นพี่ตูน บอดี้สแลมมาร้อง เราให้เขาเต็มที่ ก่อนพี่ตูนขึ้น ผมก็ไปพูดว่า “พรุ่งนี้มีเรียนหนังสือนะคร้าบ ไปเรียนกันให้ทันนะ ไม่ใช่ดูพี่ตูนแล้วตื่นไม่ทัน” นี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง หน้าที่หลักคือการเรียน