x

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี พ.ศ. 2557 หลังจากที่เรามีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองที่นำโดย คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งภายหลัง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ กำหนดให้เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
 
หลังจากที่ กปปส. เคลื่อนไหวทางการเมืองมาหลายเดือน จนในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารอันทำให้กฎกติกาเดิมที่เคยมีต้องล้มไป
 
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หากนับว่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เรามีการเลือกตั้ง ถึงวันนี้ นี่ก็ผ่านไป 4 ปีแล้วที่เรายังไม่มีการเลือกตั้งเลย
 
ตัวแปรหนึ่งที่สำคัญคือ การเกิดขึ้นของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทำให้เราเกิดความหวังว่า รัฐบาล คสช. จะคืนอำนาจให้ประชาชนในเร็ววันนี้เหมือนดังเนื้อเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” แต่การเลือกตั้งนั้นก็ถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ 
 
แม้จะมีการวิจารณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กันอย่างมากมายแล้ว แต่ก็ยังน่าสนใจอยู่ดีว่า ถ้าผลผลิตทางสังคมการเมืองที่เรา(จะ)เห็น ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบสังคมผ่านรัฐธรรมนูญ
 
ผศ.ดร. พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ได้ให้สัมภาษณ์กับ GM Live ในประเด็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะทำให้เราเห็นสังคมไทยแบบไหน
 
เราจะเห็นหน้าตาบ้านเมืองผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอย่างไร? รูปแบบการเมืองไทยจะเป็นแบบไหน? จนมาสู่คำถามที่ว่า อะไรคือสาเหตุที่จะทำให้เรามี/ไม่มีการเลือกตั้งในเร็ววันผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้
 
Gm Live: พูดถึงทิศทางการเมืองปี 2561 ตามองผ่านกรอบรัฐธรรมนูญ ฉบับล่าสุด สิ่งที่ควรติดตามในปีนี้ มีอะไรบ้าง
พรสันต์: ถ้ามองผ่านตัวกรอบรัฐธรรมนูญนะครับ เราจะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว มันสืบเนื่องมาจากตัวคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 53 /2560 นั่นละครับ เป็นเรื่องของการรีเซต พรรคการเมืองนะครับ ถ้างั้นมันก็จะมีความเชื่อมโยงกับตัวรัฐธรรมนูญตรงที่ว่า รัฐธรรมนูญเอง มีการออกแบบ เกี่ยวกับเรื่องของฝ่ายบริหาร นั่นก็คือตัวองค์ประกอบของตัว ครม.  ให้มีลักษณะเป็นรัฐบาลผสม มีความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2521 ฉะนั้นเมื่อควบรวมกับตัวคำสั่ง คสช. 53 จึงทำให้เห็นว่าเริ่มที่จะมีพรรคการเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นมา โดยที่พรรคการเมืองต่างๆ เหล่านี้ ก็สุดแล้วแต่ว่าจะมีบทบาทในการชูให้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราก็เห็นได้ชัดเจนว่า เริ่มที่จะมีการขยับขับเคลื่อนของพรรคการเมืองบางพรรค ที่จะมีการเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ได้มาจาการเลือกตั้งนะครับ     
 
Gm Live:  นั่นหมายถึงว่าถ้าเราเอาโมเดลมาจากปี 2521 ซึ่งเขาบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ แสดงว่า สังคมเราไปข้างหน้าหรือกำลังถอยหลังอยู่ครับตอนนี้ 
พรสันต์: แน่นอนว่าเราถอยหลังเข้าคลอง คราวนี้ประเด็นที่ผมอาจจะตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งว่า แน่นอนว่าการเอาโมเดลของปี 2521 ซึ่งมีลักษณะของรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งบางท่านเองอาจจะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ค่อนข้างดีพอสมควรและเหมาะสมกับสภาวะของสังคมไทย เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ปี 2521 เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับค่อนข้างยาวนานหลาย 10 ปี คราวนี้ถ้าถามว่า การเอาโมเดลแบบนั้นมาสวมกับบริบทของสังคมไทยในปี 2560 ก็ดี ปี 2561 ก็ดี ผมคิดว่ามันอาจจะใช้ไม่ได้ ที่ผมบอกว่าใช้ไม่ได้แบบนี้เนื่องจากว่า แน่นอนว่าสังคมมันพลวัต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบสังคมสมัยใหม่ซึ่งมี  เทคโนโลยี มีเฟซบุ๊ก  มีอินเทอร์เน็ตต่างๆ ซึ่งระบบเฟซบุ๊ก ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตย ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งบริบทแบบนี้ ในช่วงปี 2521 มันไม่มี 
 
ฉะนั้นมันจึงเกิดสภาวะของการชนกันของระบอบที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับว่าง่ายๆ คือประชาธิปไตยครึ่งใบแบบปี 2521 กับสภาวะปัจจุบันที่มีลักษณะที่เป็นประชาธิปไตยแบบดังกล่าวมันเริ่มชนกัน ถามว่าตรงนี้เกิดอะไรขึ้น มันก็จะเกิดสภาวะของการที่ ถ้ามองผ่านรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญถูกชาลเลนจ์ ถูกท้าทาย แล้วสุดท้าย ถ้าสมมุติว่ารัฐธรรมนูญต้านทานตัวสังคมที่มันพลวัตไปไม่ไหว ก็จะส่งผลทำให้รัฐธรรมนูญมันสิ้นผลบังคับใช้ ถ้าพูดกันในเชิงวิชาการก็คือว่า ตัวอายุขัยของรัฐธรรมนูญที่เพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อ 6 เมษาฯ ปี 2560 น้้ัน อาจจะมีอายุขัยที่มันสั้น แล้วก็อาจจะล้มไปอาจจะด้วยการฉีกหรือด้วยการอะไรก็แล้วแต่
 
 
Gm Live:  แสดงว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของคนไทยที่มันเป็นอยู่ตอนนี้
พรสันต์ : คือผมคิดว่าคำถามนี้มีการถามกันเยอะ แล้วก็มีการตอบกันเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบอกว่าเรามีบริบทแบบไทย ในขณะที่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาหรือนักวิชาการหลายท่านพยายามที่จะนำเสนอความคิดแบบตะวันตก ผมคิดว่าการพูดแบบนี้อาจจะเป็นการพูดแค่บางส่วน เพราะว่าเราก็ต้องเห็นภาพว่าในสังคมมันประกอบไปด้วยคนหลายเจนฯ หลายยุค หลายสมัย เพราะฉะนั้นถ้าลองไปสอบถามอาจจะเป็นเรื่องของวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ แนวความคิดก็อาจจะไม่ได้เหมือนกับผู้ใหญ่ที่มีความคิดในระบอบการเมืองแบบหนึ่ง ในขณะที่เด็กก็เป็นอีกแบบหนึ่ง 
 
อย่างผมเองจากที่ได้มีการบรรยายหรือการสอนหนังสือกับเด็กเราก็จะพบว่าเด็กสมัยใหม่ พฤติกรรมแน่นอนชอบเข้าอินเทอร์เน็ต ชอบเข้าไปศึกษาหาความรู้มองสิว่าต่างประเทศ มีเหตุการณ์บ้านเมืองยังไง การเข้าถึงข้อมูลเป็นยังไง ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าการที่เราบอกว่าเรามีบริบทแบบไทย อาจจะเป็นวาทกรรมอะไรบางอย่างที่ผมคิดว่าอาจจะต้องมาพูดคุยและทำความเข้าใจเสียใหม่ 
 
Gm Live:  ถ้าเราเชื่อว่ารัฐธรรมนูญทำให้เกิดผลผลิตทางสังคมบางอย่าง ตอนมีรัฐธรรมนูญปี 2540 ทางวิชาการบอกว่าเกิดระบอบทักษิณขึ้นมา รัฐธรรมนูญ ปี 2550 เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหาร ปี 2549 แต่สุดท้ายผลผลิตที่มันออกมา มันก็แก้ปัญหาทางการเมืองไม่ได้ จนเกิดกีฬาสีเสื้อการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีนี้พอมาถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 คุณคิดว่ารัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดผลผลิตทางสังคมแบบไหน
พรสันต์ : ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ ผมอาจจะมองผ่านมุมรัฐธรรมนูญละกันนะครับ คือถ้าเราไปดูในเชิงรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ถ้าผมไม่ได้ไปยึดติดอยู่กับกระบอบทักษิณ จริงๆ มันก็คือการพยายามสถาปนาระบอบประชาธิปไตย โดยตัวผู้ร่างจริงๆ ก็มีเจตนารมณ์ในการจะสร้างประชาธิปไตย คำถามก็คือประชาธิปไตยแบบนี้คือประชาธิปไตยแบบไหน คำตอบก็คือเป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตก เพราะว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกยกร่างโดยยึดโมเดลมาจากอเมริกา ถ้าเป็นแบบนี้มันก็สะท้อนให้เห็นว่าในกลไกของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ‘40 มันมีลักษณะการกำหนดกลไกที่เป็นประชาธิปไตยแบบเมืองนอก แบบฝรั่งเยอะแยะมากมาย 
 
แต่ขณะนั้นก็ดี เราก็จะพบว่าด้วยความที่สังคมไทยเป็นแบบที่ผมอธิบายมา ก็จะมีคนบางส่วน บางกลุ่มที่ยังมองเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นบริบทแบบไทย เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้ลักษณะของรัฐธรรมนูญ ‘40 ที่แรกเริ่มเดิมทีต้องการให้มันเป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตก เริ่มมีการปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง มีลักษณะของการผสมผสานระหว่างความเป็นไทย กับความเป็นตะวันตก คือว่าง่าย ก็คือจากเดิมที่รัฐธรรมนูญ ‘40 ต้องการให้มีลักษณะของรัฐบาลแบบเข้มแข็งแบบของประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มมีการใส่แนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องขององค์กรอิสระต่างๆ เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องของศาลปกครอง หรือว่ากลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเยอะแยะมากมาย ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัวอะไรบางอย่างในระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก 
 
ฉะนั้นเมื่อมีการประกาศและบังคับใช้ไปแล้ว คุณทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้ง เมื่อคุณทักษิณชนะการเลือกตั้ง นอกจากตัวกลไกของรัฐธรรมนูญที่มีการกำหนดไว้แบบนั้น ซึ่งส่งผลทำให้คุณทักษิณเป็นรัฐบาลที่ค่อนข้างเข้มแข็ง บวกกับบุคลิกและการบริหารงานของคุณทักษิณเองจึงทำให้ฝ่ายบริหารค่อนข้างที่จะเข้มแข็งมากเกินกว่าที่คอนเซอร์เวทีฟไทยจะนึกถึง จึงนำไปสู่การทำรัฐประหารในช่วงปี 2549 จึงนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ‘50 และรัฐธรรมนูญ ‘50 เองก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ามีการปรับเปลี่ยนและทำให้จากเดิมที่มีระบบรัฐบาลเข้มแข็ง ปรับให้อ่อนตัวลงแล้วเพิ่มกำลังหรือว่าให้อำนาจกับองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องขององค์กรอิสระหรือองค์กรศาล 
 
Gm Live:  ทีนี้มาถึงรัฐธรรมนูญปี ‘60
พรสันต์: กรณีของ  รัฐธรรมนูญปี ‘60 เองก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อรัฐธรรมนูญ ‘50 มีการประกาศใช้ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งก็เป็นพรรคของคุณทักษิณอีก ทีนี้เมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว ตัวผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ‘50 เมื่อคิดว่าเขามีการวางกลไกเพื่อคานอำนาจและมีการลดทอนกำลังของฝ่ายคุณทักษิณไป ปรากฏว่าฝั่งคุณทักษิณเองก็ยังชนะการเลือกตั้ง หลังจากนั้นฝั่งนั้นยังคงมีการขึ้นมาเป็นรัฐบาลอยู่ตลอด จนกระทั่งล่าสุดก็คือ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจนกระทั่งสุดท้ายเนี่ยก็เห็นว่ากลไกของรัฐธรรมนูญ ‘50 เนี่ย เอาไม่อยู่กับเรื่องของระบอบทักษิณ ก็เลยนำไปสู่การรัฐประหารปี ‘57 แล้วก็มีการย้อนเอาโมเดลเดิมก็คือย้อนกลับไปที่ ปี 2521 แล้วก็ปรับให้เป็นระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบเสีย แต่อย่างที่ผมได้นำเรียนไปก็คือว่าการปรับแบบนี้ อาจจะเป็นลักษณะของการปรับที่อาจจะไม่ได้คำนึงถึงตัวบริบทที่มันเป็นพลวัตไปแล้ว ฉะนั้นผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าที่จะทำให้เกิดระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างที่ตัวผู้ร่างเนี่ยมีความประสงค์
 
Gm Live:  ซึ่งมองในมุมหนึ่งรัฐธรรมนูญพยายามสกัดกั้นส่วนที่เรียกว่าทุนแล้วก็นักการเมืองใช่ไหมครับ
พรสันต์ : ถูกครับ ก็ใช่ เพราะว่าจากกลไกที่มีการวางไว้อยู่ในหลายเรื่อง มีการปรับเปลี่ยนจากรัฐธรรมนูญ ‘40 ‘50 ไปเยอะ ถ้าไปดูในเรื่องของตัวระบบเศรษฐกิจ เราจะพบว่า ‘40 ‘50 มีการเซ็ตระบบเศรษฐกิจให้เป็นแบบเสรีนิยม แต่ว่า ถ้าไปอ่านตัวรัฐธรรมนูญ ‘60 ให้ดีจะพบว่า ไม่ได้มีการเขียนแล้วให้ระบอบตัวเศรษฐกิจเป็นแบบเสรีแล้ว มันจะเป็นแบบผสมก็คือให้กลไกของรัฐเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราจะไม่ได้ปล่อยให้เอกชนมีเสรีในการประกอบธุรกิจ เศรษฐกิจมากมายเท่ารัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า อันนี้คือบทเรียนที่ผมคิดว่า ฝ่ายคอนเซอร์เวทีฟไทยได้เรียนรู้จาก รัฐธรรมนูญ ‘40 และ ‘50 และมองว่านั่นคืออันตรายของระบอบประชาธิปไตยแบบฝรั่ง
 
 
Gm Live:  เหมือนกับว่าที่ผ่านมาเราพยายามจะสร้างระบบที่เรียกว่าพรรคการเมืองในเชิงอุดมการณ์ เชิงนโยบาย แบบอเมริกาที่มีพรรคเดโมแครต กับรีพับลิกัน แต่สุดท้ายนโยบายเหล่านี้ก็ถูกกำหนดโดย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจารย์มองเรื่องนี้อย่างไรครับ
พรสันต์ : อันนี้ชัดเจน ถ้ามองในมุมของรัฐธรรมนูญ เรื่องของการวางนโยบายในการปกครองของประเทศ มันถือเป็นเรื่องการเมือง มันต้องมีลักษณะของการเป็นพลวัต แล้วดูว่าสังคม เศรษฐกิจตอนนั้นมีลักษณะอย่างไร ซึ่งปกติควรจะต้องเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองมีโอกาสได้นำเสนอแล้วโยนความคิดในการนำเสนอต่างๆ ออกมา ทีนี้เมื่อมีการนำตัวนโยบายซึ่งมีลักษณะการเป็นการเมืองที่เป็นพลวัตมากๆ นี่ไปล็อกไว้ในตัวบทกฎหมายก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีการไปเขียนไว้แล้วก็นำไปสู่การออกกฎหมายว่าด้วยของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 
 
การเอากฎหมายไปล็อกเรื่องของนโยบายที่มีความเป็นพลวัต ถือได้ว่าเป็นการไปแช่แข็งนโยบาย อันนี้ชัดเจน คำถามก็คือมันอันตรายอย่างไร คำตอบก็คือว่า ไม่มีทางหรอกที่ตัวผู้ร่างกฎหมายจะไปสามารถคาดเดาสภาวะสังคมหรือเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นได้ภายในอีก 5-10-20 ปี เพราะเรื่องพวกนี้มันขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เมื่อคุณไปล็อกไว้ คนที่จะปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็มีความผิดอีก ถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้ผมคิดว่ามันเป็นลักษณะของการแช่แข็งประเทศผ่านตัวกฎหมาย 
 
อันนี้สะท้อนชัดนะครับ ที่ผมพูดแบบนี้เนื่องจากว่า ลองไปอ่านอารัมภบทของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเราพบว่า มีการเขียนไว้ อารัมภบทของรัฐธรรมนูญสะท้อนให้เห็นถึงความคิดผู้ยกร่าง ผู้ยกร่างบอกว่าที่ผ่านมาระบบการเมืองไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน นักการเมืองมีการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ฉะนั้นที่ผ่านมาที่มันมีปัญหาเพราะตัวกฎหมายเองไม่มีความศักดิ์สิทธิ์พอ เพราะฉะนั้นตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงพยายามสร้างกฎหมายเข้าไปคุมเรื่องการเมืองให้ได้มากที่สุด 
 
เพราะฉะนั้นเราก็จะสังเกตได้ว่าเมื่อเขาพยายามสร้างกฎหมายให้มันมีความแข็งแกร่ง เข้าไปควบคุมเรื่องการเมือง ก็นำไปสู่การสร้างองค์กรหรือการมอบอำนาจให้กับองค์กรที่เกี่ยวพันกับกฎหมายให้มีอำนาจมากตามไปด้วย ถ้าลองไปดูให้ดีก็จะพบว่าในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีการกำหนดให้ศาลฎีกาซึ่งจากเดิมไม่เคยมายุ่งเรื่องการเมืองเลยนะ ให้ศาลฎีกาเข้ามาพิจารณาและตัดสินเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ฉะนั้นต่อไปนี้เราก็จะได้เห็นบทบาทของศาลที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งเรื่องพวกนี้ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายพอสมควร
 
Gm Live:  เพราะฉะนั้น ตัวละครทางการเมือง อย่างพวกกลุ่มผลประโยชน์ หรือพรรคการเมืองจะเกิดขึ้นยากสำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้
พรสันต์ : ผมคิดว่าอาจจะเกิดขึ้นยากนะครับ คือผมอาจจะไม่ได้อยากสรุป 100% ว่าพรรคการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย ไม่มีแนวความคิดของการที่จะเสนอนโยบาย คือผมอาจจะไม่ได้มองในมุมที่ว่าทุกพรรคมองแต่เรื่องของผลประโยชน์ในการเข้าไปเป็นรัฐบาลนะครับ แล้วก็เป็นในเรื่องภายในของพรรคการเมือง แต่ว่าผมยังเชื่อว่า ยังมีหลายพรรคการเมืองที่คิดเพื่อประเทศชาติจริง แต่ประเด็นก็คือว่า ด้วยรัฐธรรมนูญที่มีการออกแบบโครงสร้างแบบนี้ มันเป็นลักษณะของการเข้าไปทลายพรรคการเมือง ไม่ได้เป็นลักษณะของการส่งเสริมพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองจริงๆ 
 
ฉะนั้นอย่างที่ผมได้นำเรียนไปตั้งแต่ต้นว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวคำสั่ง คสช.53 นั้น แน่นอนคือการเข้าไปทำให้พรรคการเมืองแตกสลายไป แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เองที่เรามองว่าเป็นพรรคเก่าแก่ พรรคหนึ่งในประเทศไทยก็มีปัญหาอยู่พอสมควร เพราะว่าเกิดลักษณะของการเซ็ตซีโร่เกิดขึ้น แล้วก็อาจจะนำไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่าการซื้อตัว ส.ส. ผ่านคำสั่ง คสช. 53
 
Gm Live:  มีความเป็นไปได้ไหมครับว่า จะเกิดสิ่งที่ว่าพรรคแห่งชาติ
พรสันต์ : พรรคแห่งชาติใช่ไหมครับ คำถามก็ต้องถามต่อว่าพรรคแห่งชาติในที่นี้คือ เป็นการรวบรวมจากทุกพรรคการเมืองเลยหรือเปล่า ซึ่งผมคิดว่า อาจจะไม่ได้ถึงขนาดนั้น ก็อาจจะเป็นลักษณะของการพยายามดึงกลุ่ม ส.ส. บางกลุ่ม คือว่าง่ายๆ อาจจะเป็นการดึงจากเพื่อไทยก็ได้ อาจจะเป็นการดึงจากประชาธิปัตย์บางส่วน เพื่อไทยบางส่วน หรือแม้กระทั่งบางพรรค ซึ่งก็ปรากฏบนสื่ออยู่แล้วว่าก็น่าจะยินยอมพร้อมใจในการที่จะไปร่วมเป็นรัฐบาล 
 
ทีนี้ประเด็นที่ผมคิดต่อ ก็คือว่า มีลักษณะของการที่นักการเมืองต่างกลุ่มที่มีการประกาศจัดตั้งพรรคใหม่นั่นแหละ แล้วก็มีการชูให้เห็นชัดเจนว่าจะเสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีการประกาศชัดนั่นแหละว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ซึ่งไม่ได้มาจากกรเลือกตั้ง ผมคิดว่าตรงนี้มีข้อสังเกตแล้วก็เป็นข้อกังวลอยู่ 2 ประการด้วยกัน ประการแรก ถ้าพิจารณาผ่านรัฐธรรมนูญ มันชัดเจนว่า อย่าง มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ มีเขียนไว้ว่าจะต้องมีลักษณะของการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากบัญชีรายชื่อนักการเมืองเสนอมาก่อน แต่ถ้าเลือกไม่ได้ ค่อยนำไปสู่การเลือกนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากบัญชีรายชื่อ ว่าง่ายๆ นายกฯ คนนอก ทีนี้บางพรรคบอกชัดเจนว่าเขาจะใช้ช่องทางของการเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกเลยนี่คือช่องทางในการนำนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้ามาปกครองประเทศ
 
ตรงนี้สะท้อนชัดว่าพวกนั้นเองมีเจตนาไม่สุจริตนะครับในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ตรงนี้มันนำไปสู่หลักการทางรัฐธรรมนูญที่บอกว่ามันจะนำไปสู่วิกฤติของรัฐธรรมนูญ จริงๆ แล้ว ผมเคยเตือนไปตั้งแต่ก่อนรัฐประหารของรัฐธรรมนูญปีที่แล้วของฉบับที่แล้วนะครับ ผมบอกว่าประเทศไทยมีความสุ่มเสียงสูงกับการนำไปสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า วิกฤติของระบอบรัฐธรรมนูญ วิกฤติระบอบรัฐธรรมนูญในเชิงหลักการ มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน แต่ปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤติตรงนี้คือความเชื่อว่า ตอนนี้สภาวการณ์ของรัฐหรือของประเทศนั้น มันอยู่ในสภาวะพิเศษ 
 
เมื่ออยู่ในสภาวะพิเศษ มันสร้างข้อยกเว้นว่าเราไม่ต้องเชื่อและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในทุกๆ เรื่องก็ได้ ฉะนั้นตรงนี้มันนำไปสู่ปัจจัยที่ทำให้รัฐธรรมนูญนั้น มันไม่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ กฎเกณฑ์ที่คุณจะเป็น กลับถูกเพิกเฉย และถูกบอกว่ามันมีข้อยกเว้นว่า ตอนนี้อยู่ในสภาวการณ์ที่พิเศษ 
 
ฉะนั้นตรงนี้ผมพยายามจะชี้ให้เห็นว่านี่แหละ มันกำลังจะนำไปสู่ปรากฏการณ์นี้ แล้วเมื่อนำไปสู่ปรากฏการณ์นี้มันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งของหลายคนที่มองว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม มันก็จะนำไปสู่การขัดแย้งในทางการเมืองชัดเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นถ้าความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นก็จะนำไปสู่ความรุนแรงที่เกิดจาก conflict ในทางการเมือง และนำไปสู่ crisis แล้วนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญในที่สุด
 
 
Gm Live: ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็คือว่า ถ้ามีพรรคเข้ามา มี ส.ส. เข้ามา คุยกันไม่ลงรอยไม่อะไรกัน ประเด็นก็คือยังไงมันก็ทำให้เอื้อให้กับคนนอกเข้ามาเป็นนายกหรือเปล่า 
พรสันต์ : คือในเชิงจริงแบบนี้มันก็เข้าใจได้ แต่คราวนี้ถ้ามองในมุมรัฐธรรมนูญเราก็จะพบว่า รัฐธรรมนูญนี้ก็เอื้อให้นำไปสู่เหตุการณ์แบบนั้น คือถ้ารัฐธรรมนูญหรือตัวบทกฎหมายเองอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรมที่ใครหลายคนพยายามที่จะทำให้รัฐไทยเป็นรัฐที่ยึดหลักยุติธรรมที่พึงจะเป็น รัฐธรรมนูญแบบรัฐธรรมนูญ ‘60 ที่มีช่องทางอาจจะนำไปสู่การได้มาซึ่งอำนาจนอกวิถีทางประชาธิปไตยมันจะไม่เกิด ที่ผมพูดแบบนั้นก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีแนวทางบางอย่างที่ดึงไปสู่อำนาจนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบได้โดยง่าย นั่นก็คืออย่างเช่น หลังจากมีการเลือกตั้ง ต้องมีการประชุมครั้งแรกของรัฐสภา สภาฯ เองต้องนำไปสู่การเลือกคนที่จะเป็นนายกฯ ตอนนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลา ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องเลือกกันภายในกี่วัน อันนี้เปิดให้มีการล็อบบี้ได้ชัดเจน ในขณะที่ถ้าไปเทียบ รัฐธรรมนูญ ‘40 ‘50 มันเขียนชัดเจนว่าต้องปฏิบัติภายใน 30 วัน และแน่นอนยังไม่ได้ไปพูดถึงว่า รัฐธรรมนูญ ‘40 และ ’50 เราได้รับบทเรียนมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงพฤษภาทมิฬ ดังนั้นแน่นอนคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติก็คือมาจากการเลือกตั้งคือเป็นส.ส. แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราฉีกจารีตเดิมหมด ก็คือเราไม่ได้มีการกำหนดว่าตัวนายกฯ ต้องมีคุณสมบัติแบบนั้น ประกอบกับเรื่องตรงนี้คือการไม่กำหนดต่อระยะเวลาในการเลือก ทุกอย่างมันเอื้ออำนวยในการนำไปสู่การดึงเอานายกฯ คนนอกหรือว่านายกฯ ที่ไม่ได้มีส่วนเชื่อมโยงมาปกครองคนในประเทศ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าค่อนข้างอันตราย เพราะว่าในเชิงหลักวิชาเราก็จะพบว่า คนที่เข้ามาปกครองประเทศโดยไม่ได้มีจุดยึดโยงกับประชาชน ลักษณะของการใช้อำนาจก็จะพบว่าพฤติกรรมของเขาอาจจะไม่ได้แคร์กับประชาชนเท่าที่ควร เพราะว่าประชาชนไม่ได้เลือกเขามา 
 
Gm Live:  คิดอย่างไรกับคำว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาเรียกกันว่าฉบับต้านโกง 
พรสันต์ : คือผมไม่ได้มองว่า รัฐธรรมนูญจะสามารถแก้โกงได้ หรือถ้าบอกว่ารัฐธรรมนูญต้านโกง ผมบอกว่ารัฐธรรมนูญที่จะต้านโกงได้ก็คือรัฐธรรมนูญที่อยู่บนหลักการของรัฐเสรีประชาธิปไตย พอรัฐธรรมนูญที่อยู่บนรัฐเสรีประชาธิปไตยมันคือ รัฐธรรมนูญที่ถูกสร้างและถูกออกแบบให้มีระบบการเช็กแอนด์บาลานซ์แล้วมีการระบบการตรวจสอบและการรับผิด ระหว่างองค์กรต่างๆนานา 
 
เมื่อมีลักษณะของการใช้อำนาจตามอำเภอใจ  จึงต้องมีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ทีนี้เมื่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบแล้วไม่ได้มีระบบการบาลานซ์มันมีแต่การเช็ก ก็คือไม่มีสมดุล เมื่อไม่มีสมดุลแบบนี้ผมคิดว่าไม่สามารถปราบโกงได้แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การโกงซะมากกว่า โกงในที่นี้ คือนำไปสู่การล่อแหลมกับการใช้อำนาจตามอำเภอใจขององค์กรบางองค์กรที่อาจไม่ได้มีการถูกตรวจสอบ มันดันไม่มีบาลานซ์
 
Gm Live:  ที่คุยกันมาทั้งหมดทั้งมวล ถ้าเกิดคนนอกเข้ามาเป็นนายกจริงๆ มันจะทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจแฝงของคสช.หรือเปล่าเพราะว่า อาจจะเป็นคนในคอนเนคชั่นเข้ามาตรงนี้
พรสันต์ : ถ้าพูดกันในเชิงทั่วๆไป เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการไปกล่าวหาว่าจะต้องเป็นแบบเครือข่ายของทหาร เครือข่ายของอะไร แต่ว่าแน่นอนว่าการร่างรัฐธรรมนูญให้มันมีกลไกที่เปิดช่อง ในการนำไปสู่การได้มาซึ่งอำนาจนอกวิถีของรัฐธรรมนูญ หรือว่านอกวิถีของระบอบประชาธิปไตย แน่นอนมันทำให้ประชาชนหรือว่าสังคมตั้งข้องสงสัยได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตั้งข้อสงสัยได้นั่นคือสิ่งที่ลดทอนความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือของระบอบการเมืองที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งแน่นอนมันก็จะกระทบกับการทำหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ด้วย ถ้ารัฐบาลนั้นมาจากเครือข่ายตรงนี้จริง ว่าง่ายๆ ก็คือถ้าสมมุติผมกล่าวว่ามีการจัดตั้งพรรคทหารขึ้นมา แล้วปรากฏว่าพรรคทหารนั้นสามารถเข้ามาสู่การเป็นคณะรัฐมนตรีในการปกครองประเทศได้ ผมคิดว่าก็เป็นการปกครองประเทศที่ค่อนข้างยากลำบากนะครับ ต่อให้มีสว.ที่เป็นส่วนในการซัพพอร์ตผมคิดว่าน่าจะบริหารราชการได้ค่อนข้างลำบาก
 
GM Live: พูดถึงเรื่องการเลือกตั้ง เราเห็นมีข่าวเลื่อนการเลือกตั้งอยู่ตลอด เกิดอะไรขึ้นในกลไกรัฐธรรมนูญจึงทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ 
พรสันต์: หากสังเกตให้ดีจะพบว่า ความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการอธิบายของกลุ่มคนร่างและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลคือ รัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปปัญหาของระบบการเมืองที่นักการเมืองยุคก่อนสร้างไว้เยอะแยะมากมาย ดังนั้น จึงส่งผลให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีสถานะพิเศษไม่เหมือนฉบับก่อนๆ แม้ว่าจะมีบทบัญญัติที่ขัดแย้งกับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญสากล อาทิ อาจมีบทบัญญัติกล่าวถึงประชาธิปไตยแบบไทยที่อาจไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยสากล อันรวมถึงแนวคิดที่ขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้งแบบไทยกับแบบสากล ระบบการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแบบไทยกับแบบสากล ทั้งหมดฝ่ายสนับสนุนยอมให้เกิดขึ้นได้ เพราะต้องการการปฏิรูป ดังนั้น ต่อให้มีการใช้อำนาจตาม ม.44 เข้าไปทำลายหลักการสากล หรือมีช่องทางที่อาจนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะมันอยู่บนความเชื่อที่ว่าเราต้องปฏิรูป เราต้องแก้ปัญหาที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักการเมืองซึ่งเป็นคนเลวนั่นเอง
 
GM Live: มาถึงตรงนี้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่วิกฤติระบอบรัฐธรรมนูญหรือไม่
พรสันต์: ต้องอธิบายก่อนว่าวิกฤติระบอบรัฐธรรมนูญนั้นคืออะไร มันก็คือ การที่ตัวรัฐธรรมนูญนั้นมีการบังคับใช้ แต่กลับใช้บังคับไม่ได้ เพราะเกิดความขัดแย้ง โดยความขัดแย้งมาจากตัวรัฐธรรมนูญเอง หรือ องค์กรที่มีการบังคับใช้นำไปสู่ความขัดแย้งโดยอาศัยรัฐธรรมนูญเป็นฐานอำนาจ คำถามคือ รัฐธรรมนูญ ปี 2560 จะนำไปสู่วิกฤติหรือไม่ จริงๆ ก็สืบเนื่องมาจากที่ผมอธิบายเมื่อสักกครู่ ว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกร่างบนความเชื่อว่าต้องแก้ปัญหาของนักการเมืองเลวที่ทำเอาไว้ซึ่งมาจากการระบอบประชาธิปไตยแบบฝรั่ง จึงทำให้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาที่ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามหลักสากล เช่น นายกฯ คนนอกที่ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง เป็นต้น โดยหากพิจารณาให้ดีก็จะพบว่าบทบัญญัตินี้บอกไว้ว่าหากไม่สามารถที่จะหานายกฯที่มาจากการเลือกตั้งได้ ก็เลือกนายกฯคนนอกมานี่แหละ หากพิจารณาตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญก็จะพบว่า นี่คือ การร่างบทบัญญัติบทพื้นฐานว่า เราอยู่บนสถานการณ์พิเศษ ดังนั้น คุณสามารถข้ามขั้นตอน หรือไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญได้ โดยอ้างสถานการณ์พิเศษ หรือเหตุผลพิเศษบางอย่าง ในขณะที่สังคมคาดหวังว่าคุณจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญ คือ สัญญาประชาคม เมื่อคุณไม่ทำตาม จึงเกิดการตั้งคำถามและเกิดความไม่ไว้วางใจ ซึ่งนี่แหละจะนำไปสู่วิกฤติระบอบรัฐธรรมนูญเพราะมันจะเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ และจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียใหม่ แต่หากแก้ไขไม่ได้ตามกระบวนการ ตามวิถีทางที่ รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ ซึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้กำหนดไว้ให้แก้ไขได้ยากมาก ก็ไม่พ้นที่จะนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วร่างใหม่อีกครั้ง
 
 
Gm Live:  ถ้าเรามีการเลือกตั้งแล้ว คิดว่าสังคมไทยจะมีความหวังอย่างไร
พรสันต์ : คือหมายถึงว่า?
 
Gm Live:  คือถ้าเปิดให้มีการเลือกตั้ง หลังจากนั้นบรรยากาศเมืองไทยในเชิงการเมืองถือว่ามีความหวังในแง่ที่ว่าเรามีความเป็นประชาธิปไตยแล้วหรือเปล่า
พรสันต์ : ผมคิดว่าต่อให้มีการเลือกตั้ง โดยโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ '60 ก็มีความเป็นไปได้ที่จะบีบให้การปกครองของไทยไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ดี ถ้าย้อนไปในสิ่งที่ผมพูดไปก็คือว่า สุดท้ายก็จะนำไปสู่การพยายามที่จะรื้อกฎกติกาที่มีลักษณะแบบนี้ให้สิ้นผลไปแล้วสร้างกฎกติกาใหม่เพราะว่าเราจะเห็นได้ว่า อย่างน้อยตัวบทกฎหมายต่างๆคือบางครั้งเราอาจจะไปดูรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ตัวบทกฎหมายต่างๆที่มีการออกมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ผ่านมาประมาณ 3 ปีกว่าๆ เราจะพบว่ามีลักษณะกฎหมายหลายตัวที่มีการสุ่มเสี่ยงไปกับการจำกัดตัดทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมายต่างๆ นานาที่เข้ามาควบคุมการใช้สิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ ในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ 
 
ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ นอกจากเราจะไปดูโครงสร้างสถาบันการเมืองแล้ว การปกครองแบบประชาธิปไตยแน่นอนสูงสุดก็คือเรื่องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ผมคิดว่าที่ผ่านมา ถ้าไปดูตัวเลขนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรีเสิร์ชของต่างประเทศต่างๆ จะพบว่าเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชนตั้งแต่ที่มีการทำรัฐประหารจนกระทั่งปัจจุบันนี้มันลดน้อยถอยลงอย่างน่าตกใจ อันนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปไตยของไทยเริ่มอยู่ในสภาวะวิกฤติ เมื่ออยู่ในสภาวะวิกฤติจึงส่งผลทำให้หลักนิติรัฐ นิติธรรมของไทยไม่สามารถสถาปนาขึ้นได้
 
เพราะฉะนั้นเวลาที่เราพูดถึงเรื่องของนิติรัฐ นิติธรรม เราไม่สามารถพูดได้ด้วยขาเดียว เราพยายามสร้างโดยไม่สนใจประชาธิปไตยนะ เพราะว่าในเชิงหลักการแล้ว ในรัฐเสรีประชาธิปไตย 2 หลักการนี้ต้องมาควบคู่กันก็คือมันต้องมีความเป็นประชาธิปไตยจึงนำไปสู่การสร้าง Rule of Law ได้ ในขณะเดียวกันถ้าประเทศนั้น ไม่เป็น Rule of Law มันก็สะท้อนก็เห็นว่าประเทศนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าถามผมก็คือผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าที่จะสามารถนำให้ประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้