ถึงแม้ว่าเราจะเห็นแคมเปญสนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยน้อง ๆ BNK48 ว่า #เชียร์ไทยใช้ใจล้วนๆ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ พวกพี่อาจจะต้องขายไตหากไม่จัดการการเงินให้ดี
 
การเป็นโอตะที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนย่อมพยายามสนับสนุนคนที่เราชื่นชอบ
 
ประเด็นก็คือว่า เหล่าแฟนคลับ BNK48 ตอนนี้พวกคุณกำลังประสบปัญหากับการเงินใช่ไหม? ถ้าใช่ อ่านในย่อหน้าถัดไปดีกว่า 
 
ลองมาคำนวนกันเล่น ๆ ว่า หากคุณเป็นโอตะสายเปย์ คุณจะมีค่าใช้จ่ายอะไรกันบ้าง
 
  • โฟโต้เซตชุดละ 250 บาท ถ้าต้องการได้คอมพ์เซตของโอชิตัวเอง ก็ต้องซื้อหลายๆเซต หมดเงินไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท
  • ตั๋วคอนเสิร์ต BNK48 ที่นั่งถูกๆ ก็เต็มเร็ว ต้องไปซื้อ ตั๋วยืน ราคา 2,000 บาท กดบัตรที่แทบหมดตัว ไหนจะมีโฟโต้บุ๊คแถมรูปสุ่มออกมา อีก 3 หน้าปก ราคาเล่มละ 1200 บาท 
  • ซิงเกิ้ลสามก็เปิดให้พรีออเดอร์อีก มีสองไทป์แล้วแถมบัตรจับมืออีก ซึ่งเหล่าแฟนคลับสายทุ่มทุน คงไม่ซื้อกันแค่ แผ่นสองแผ่นกันแน่ๆ ผู้เขียนประเมินแล้วน่าจะต้องซื้อกันอย่างน้อย 10 แผ่น รวมแล้วก็จะราคาประมาณ 3,500 บาท 
  • ล่าสุดยังไปจับมือกับสมาคมฟุตบอลออกเสื้อทีมชาติไทยสกรีนชื่อและเบอร์เมมเบอร์ราคา 3,000 บาท รวมสิ้นค้าทุกอย่าที่ต้องซื้อ ตอนนี้ก็ตกเป็นเงิน เกือบ 10,000 บาท 

 
เท่าที่นับ ๆ ดู ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้สถานะทางการเงินของเหล่าแฟน คลับ BNK48 สะเทือนระดับหนึ่ง จนมีเสียงเปรย ๆ ว่าไปขายไตกันดีไหม(ตอนนี้ราคาในตลาดน่าจะอยู่ที่ข้างละ 4 ล้านบาท)
 
จากประสบการณ์ตรง ทางผู้เขียนเองก็เผชิญปัญหาเช่นเดียวกับแฟนคลับทุกๆ ท่าน วันนี้เราเลยจะลองมาแชร์ประสบการณ์ การเก็บเงินเพื่อมาเปย์น้องๆ กัน 
 
โดยส่วนตัวแล้วตอนนี้ผมเป็น พนักงานออฟฟิศ แห่งหนึ่งมีรายได้ 2x,xxx ต่อเดือน ภาระหนี้สินยังมีอยู่ไม่มาก ดังนั้นจึงสามารถแบ่งเงินส่วนหนึ่ง ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ต่อเดือนมาเป็นเงินเก็บ
 
ซึ่งสมัยก่อนที่จะมารู้จัก BNK48 ผมเองนั้นก็นำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการท่องเที่ยวต่างประเทศซะเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจาก ได้ก้าวเข้ามา รู้จัก BNK48 แล้วนั้น เงินส่วนนี้ได้ถูกโยกมาเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อ สินค้า BNK48 เช่น โฟโต้เซ็ต เข็มกลัด หรือบัตรจับมือ ในแต่ละอีเวนต์ ซึ่งทำให้โปรเจ็คการท่องเที่ยวทุกจัดเก็บเข้ากรุไปหลายประเทศเลยทีเดียว
 
ดังนั้นผมจึงเริ่มที่จะมองไปยังอาชีพเสริมนอกเหนือจากงานประจำที่กำลังทำอยู่ เพื่อให้เราสามารถนำเงินรายได้เสริมมาเติมเต็ม สิ่งที่เราชอบหลายๆอย่างได้พร้อมกัน นั้นก็คือ การขับรถรับส่งรถสาธารณะ ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งตอนนี้เป็นอาชีพเสริมที่ได้รับความนิยมอย่าง เพียงแค่มีรถยนต์ส่วนตัวหลังเลิกงานก็สามารถหารายได้ก่อนกลับบ้านได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งเดือนๆ หนึ่งผมได้รายได้จากในส่วนนี้มาเพิ่มเติม ไม่น้อยเลยทีเดียว 
 
สำหรับแฟนคลับท่านอื่นที่ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องต่างๆ  เขาก็ได้เล่าให้ฟัง สมัยก่อนเขาเป็นคนที่กินเหล้า สูบบุหรี่ และสังสรรค์เป็นประจำทุกสัปดาห์  แต่การได้เข้ามาติดตาม BNK48 นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเขาไปอย่างสิ้นเชิง โดยเขาแทบจะงดสูบบุหรี่ หลังจากปกติจะสูบวันละหนึ่งซอง  และการกินเหล้าสังสรรค์ ก็ลดลงเหลือเดือนละ 1 ครั้ง ทำให้เขามีเงินเก็บมากพอที่จะสนับสนุนสินค้าของ BNK48 จำนวนหนึ่ง
 
ส่วนเด็กนักเรียนหรือนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ประจำจากการทำงาน อาจจะต้องหลีกเลี่ยงการขอเงินพ่อแม่มาอุดหนุนสินค้าเป็นจำนวนมาก เพราะผู้ใหญ่หลายๆท่านอาจจะยังมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ และไม่มีความจำเป็น ซึ่งผมมองว่าเรามีวิธีการแก้ไขปัญหานี้ ได้หลากหลายวิธีเช่น รับสอนพิเศษ หรือทำงาน พาร์ทไทม์ ตอนปิดเทอม ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการหารายได้ 
 
โดยล่าสุดในเฟส  จ่าพิชิต ขจัดพาลชน ได้มีแชร์โพส เด็กมัธยม คนหนึ่งได้หารายได้พิเศษ ด้วยการปลูกผักและเห็ดขายด้วยตัวเอง และนำเงินรายได้หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆมาสนับสนุน สินค้าของทาง BNK โดยที่ไม่ได้เดือดร้อนผู้ปกครองแม้แต่นิดเดียว
 

สุดท้ายแล้ว การเลือกที่จะสนับสนุนน้องๆก็อยู่ที่กำลังทรัพย์ของทุกท่าน อย่าหน้ามืด จะซื้อทุกอย่างจนกระทบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวท่านเองและไม่ควรทำให้คนรอบตัวของพวกท่านเดือดร้อน  เหมือนที่น้องๆ BNK48 หลายคนพูดไว้ว่า “เปย์อย่างมีสตินะคะ” เพราะ น้องๆและทุกคนที่รัก BNK48 คงไม่อยากเห็นข่าวที่แฟนคลับเปย์น้องๆ จนมีปัญหาด้านการเงินจนต้องขายไต หรือไม่ก็ไตพังเพราะทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไป
 
เปย์น้องอย่างมีความสุขไปพร้อมกับวางแผนการเงินไปด้วยกันครับ...