x

สถานะนักการเมืองยุคนี้อาจขยับตัวยากลำบากกว่าเดิมเป็นพิเศษ หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่นักการเมืองโดยตรงแต่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองก็พลอยถูกลากเข้าไปอยู่ในวังวนเดือดด้วย อย่างกรณีล่าสุดที่โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งประกาศตัวว่าเป็น ‘Blink’ หรือแฟนคลับของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี Blackpink ในอินสตาแกรมส่วนตัวของ ‘ลิซ่า’ สมาชิกชาวไทยของวง แล้วมีชาวไซเบอร์ ‘แคป’ ไปแซวลงในทวิตเตอร์ 
 
ลูกชายอดีตนักการเมืองอธิบายแบบติดตลกว่า ชื่นชอบนักร้องสาวคนนี้และขอเป็น Blink บ้าง แต่มีเนติเซ่นที่ประกาศตัวว่าเป็นแฟนคลับของวงนี้ตักเตือนไม่ให้ ‘คิดเกินเลย’ จนนักร้องสาวต้องเดือดร้อนและเสียอนาคตในวงการเพลงเพราะทั้งคู่ ‘อยู่กันคนละโลก’ 
 
ทางฝ่ายโอ๊ค-พานทองแท้ อธิบายอีกครั้งว่าเป็นเพียงการชื่นชมในความสามารถของนักร้องสาวเท่านั้นที่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศได้ ทั้งยังบอกอีกว่าตนเข้าใจในความเป็นห่วงและ ‘ความนัย’ ที่ต้องการจะสื่อ ซึ่งภายหลังลูกชายอดีตนักการเมืองรายนี้ได้เลิกติดตามอินสตาแกรมของลิซ่าแล้ว
 
ถ้าพิจารณาคำ ‘ความนัย’ ที่เอ่ยมา ว่ากันว่าสมมติฐานหนึ่งที่ถูกตีความคือมาจากความหลังครั้งก่อนที่โอ๊ค-พานทองแท้ มักมีข่าวกับศิลปินและนางแบบหลายคนในวงการบันเทิงจนทำให้ผู้หญิงหลายรายที่เข้ามาเกี่ยวพันด้วยถูกสังคมพูดถึงในฐานะ ‘คนรู้จัก’ ของลูกชายบ้านชินวัตร รวมถึงประเด็นการแบ่งขั้วทางการเมือง  เนติเซ่นบางรายอาจห่วงว่า นักร้องรายนี้จะถูกเหมารวมตามฐาน ‘คนรู้จัก’ ที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเธอ และอาจทำให้โดนสะเก็ด "ความเกลียดชัง" ทางการเมืองไปด้วย
 
แม้ว่าเหตุการณ์นี้จบลงอย่างรวดเร็วเพราะเหล่า Blink คนอื่น ๆ ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของเนติเซ่นคนนั้น โดยมองว่าเป็นเพียงความชื่นชอบแบบศิลปินกับแฟนคลับเท่านั้น แล้วยังต้อนรับโอ๊ค-พานทองแท้ให้เข้าสู่ ‘แฟนด้อม’ หรือกลุ่มแฟนคลับอีกด้วย แต่เบื้องหลังแนวคิดแบบนี้มีแง่มุมบางอย่างอยู่ด้วย
 
อาจมองได้ว่าสองวงการที่ ‘อยู่กันคนละโลก’ (ตามที่เนติเซ่นคนนั้นกล่าว) และไม่น่าโคจรมาเจอกันได้สำหรับบรรดาคนในแวดวงการเมืองและวงการบันเทิงด้วยบทบาทและหน้าที่ที่ต่างกัน (เว้นก็แต่การเคลื่อนไหวทางการเมืองของเหล่าศิลปิน หรือเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักการเมือง) แต่ใครจะรู้เล่าว่าเหล่านักการเมืองที่ดูเหมือนต้องเครียดและจริงจังตลอดเวลาจะมีมุม ‘บันเทิง’ เหมือนคนอื่น ๆ และก็ไม่ได้ทำให้คนบันเทิงเหล่านั้นเสียหายแม้จะมีความกังวลแบบเดียวกับกรณีที่เกิดกับโอ๊ค-พานทองแท้
 
นักการเมืองไทย จากชินวัตร ถึงเวชชาชีวะ
 
กรณีแรกคงหนีไม่พ้นผู้เป็นพ่ออย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยถูกแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว ‘แคป’ ภาพบทสนทนาในโปรแกรมแชทส่วนตัวมาแฉพ่อตัวเองว่ารู้จักวงไอดอลชื่อดัง BNK48 ด้วย เพราะส่งคลิปเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เวอร์ชั่นแซวนาฬิกาหรูให้ลูกสาวดู ซึ่งในครั้งนั้นก็สร้างความสนุกสนานไม่ใช่น้อยว่าอดีตนักการเมืองคนดังถูกสาว ๆ ‘ซื้อ’ ไปแล้ว และยังมีการถามหยอกล้อกันอีกว่าอดีตนายกฯ เป็น ‘โอชิ’ ใคร?
 
ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ คนเคยร่วมพรรคเดียวกับตระกูลชินวัตรก็เคยเชิญวงไอดอล BNK48 แสดงในงานเลี้ยงฉลองจบปริญญาเอกจนเป็นที่ฮือฮามาแล้ว (อ่านเพิ่มเติม สัมภาษณ์ ‘สุดารัตน์’ ทำไมชอบ-เชียร์ BNK48 หลังมีโชว์งานฉลองรับปริญญา ไอดอลสะท้อนอะไร) แต่ก็ยังมีความคิดเห็นบางกลุ่มที่ตั้งคำถามหรือกังวลเรื่องภาพลักษณ์ทางการเมืองแบบในกรณีของหนุ่มโอ๊คเช่นกัน
ขณะที่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยมาตลอดว่า ชื่นชอบวงและศิลปินแนวร็อคหลากหลายกลุ่มมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นวงสัญชาติอเมริกันระดับตำนานอย่าง ดิ อีเกิลส์ (The Eagles) ที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ นอกจากนี้ก็มีศิลปินไทยที่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ออกปากชม คือ ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และ เดอะ เยอร์ส (The Yers) วงร็อกรุ่นใหม่
 
ท่านผู้นำเกาหลีเหนือถึงชาวร็อคในอินโดนีเซีย
 
ในต่างประเทศเอง นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือก็เคยแสดงท่าทีชื่นชอบการแสดงของวง Red Velvet เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้ ด้วยการปรบมือและร้องเพลงคลอตามขณะพวกเธออยู่บนเวที เมื่อครั้งที่เหล่าศิลปิน K-Pop จากเกาหลีใต้มาแสดงในงาน Spring is Coming ที่กรุงเปียงยาง และโด จอง ฮวาน รัฐมนตรีวัฒนธรรมเกาหลีใต้ยังบอกอีกด้วยว่า ระหว่างการแสดงของเหล่าศิลปิน K-Pop ผู้นำเกาหลีเหนือคอยถามถึงเพลงและเนื้อเพลงอยู่ตลอด
 
ท่าทีของคิม จอง อึนในครั้งนั้นกลับกลายเป็นข่าวดังที่ถูกพูดถึงในหลายสำนักข่าวต่างประเทศเพราะสองประเทศที่ขึ้นชื่อว่าไม่ลงรอยกัน (ในตอนนั้น) มีโอกาสจะสมานฉันท์กันได้จากการแสดงความรู้สึกร่วมไปกับการแสดง และท่าทีเปิดรับวัฒนธรรมอีกฝ่ายของผู้นำเกาหลีเหนือ
 
ส่วนอดีตผู้นำประเทศมหาอำนาจ บารัก โอบาม่า ก็มักเปิดเผยเพลย์ลิสต์เพลงส่วนตัวประจำปีที่มีศิลปินหลากหลายตั้งแต่รุ่นเก่าจนถึงรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นรีฮานน่า หรือแฮร์รี่ สไตล์ นักร้องหนุ่มสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดังจากฝั่งอังกฤษ
 
จะมีแต่คราวของโจโค วิโดโด้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่เกิดอุบัติเหตุ ‘มือลั่น’ ทวีตข้อความชื่นชมไอดอลสาววง JKT48 แต่เพียงไม่นานข้อความนั้นก็ถูกลบ ซึ่งทางเลขาธิการฯ ได้ออกมาบอกในภายหลังว่า ข้อความนั้นไม่ได้มาจากตัวประธานาธิบดีเอง แต่มาจากแอดมินผู้ดูแลบัญชีนั้นซึ่งตอนนี้ถูกไล่ออกไปแล้ว ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยและเตรียมมาตรการรองรับเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีกในอนาคต
 
ในกรณีของผู้นำอินโดนีเซียนั้นแสดงให้เห็นถึงความสะเพร่าของแอดมินจึงต้องมีการจัดการเพื่อไม่ให้เกิดการสื่อสารผิดพลาดเพราะอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความที่ไม่ได้มาจากตัวผู้นำเอง ไม่ใช่เพียงเพราะผู้นำอินโดนีเซียแสดงความชื่นชอบศิลปิน ขณะที่ผู้นำอินโดนีเซีย ก็เป็นที่รู้จักในฐานะชาวเมทัลตัวยงอีกรายด้วย การพบปะนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก "โจโควี" ยังได้รับชุดแผ่นเสียงวง "เมทัลลิกา" (Metallica) วงเมทัลแถวหน้าของโลกที่มีสมาชิกรายหนึ่งเป็นชาวเดนมาร์กเป็นของที่ระลึกด้วย 
 
 
 
การเป็นคนในแวดวงการเมืองหากจะชื่นชอบ หรือชื่นชมศิลปินคนใดนั้นไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับธุระทางการเมือง บางครั้งผลิตภัณฑ์ทางดนตรียังถูกนำมาใช้เป็นสื่อเชื่อมสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ในวงกว้างเสียด้วยซ้ำ และคงไม่ต่างอะไรกับเวลาคนทั่วไปติดตามดาราหรือนักร้อง เพราะหากตัดคำว่า ‘การเมือง’ ออกไป พวกเขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะมีมุมบันเทิงเติมความรื่นเริงให้ชีวิตบ้าง และการจะนิยมชมชอบศิลปินสักคนก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว
 
อย่างไรก็ตาม ที่มีข้อสงสัยเรื่องนักการเมืองมาทำให้ศิลปินเดือดร้อนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันจะเป็นข้อสงสัยที่เลื่อนลอยไปซะหมด จากที่กล่าวในข้างต้นแล้วว่าประวัติที่ผ่านมาเคยมีข่าวนักการเมืองที่มีความสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ กับศิลปินแล้วศิลปินพลอยได้รับผลกระทบเชิงภาพลักษณ์ไปด้วย หรือกระทั่งนักการเมืองบางรายใช้ "ศิลปิน" เป็นผู้ช่วยในการประชาสัมพันธ์แบบเป็นทางการ (อย่างในแคมเปญหาเสียงเพื่อเข้าถึงหรือเพิ่มฐาน) หรือแม้แต่เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์นักการเมืองซึ่งถ้าดูตามพฤติกรรมแล้วก็ดูออกได้ไม่ยาก
 
ส่วนในมุมของศิลปินเอง การถูก ‘ชื่นชอบ’ โดยเหล่าคนการเมืองก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตในวงการ หรือถูกเชื่อมโยงกับประเด็นฝักฝ่ายทางการเมืองแต่อย่างใด ยกเว้นเสียแต่จะมีกิจกรรมร่วมกันที่มีนัยยะบางอย่าง ความชอบของคุณหญิงสุดารัตน์กับสาว ๆ วง BNK48 หรือ คิม จอง อึน กับวงเกิร์ล กรุ๊ป Red Velvet ในภาพรวมแล้วก็ไม่ได้ทำให้ศิลปินเหล่านั้นถูกโยงใยไปถึงความเกลียดชังทางการเมืองได้เท่าไหร่ (นอกจากทำให้แฟนตั้งข้อสงสัยมากกว่า แต่กิจกรรมที่เชื่อมโยงกันแบบมีนัยยะหรือกิจกรรมในความถี่ที่ผิดปกติต่างหากที่เริ่มส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์)
 
เพราะทุกคนต่างเข้าใจว่าหน้าที่ของศิลปินคือการมอบความบันเทิง (ถึงบางคนจะมอบความบันเทิงที่มีแง่มุมเชื่อมโยงกับการสื่อสารแนวคิดทางการเมืองและสังคมด้วยก็ตาม)
 
อ้างอิง
 
http://headbangkok.com/heavy-talky-ep-1-abhisit-vejjajiva/
 
https://www.smh.com.au/entertainment/barack-obama-lists-harry-styles-and-rihanna-hits-among-favourite-songs-of-2017-20180101-h0bz8s.html
 
https://www.scmp.com/news/asia/east-asia/article/2139857/kim-jong-un-red-velvet-superfan-praising-k-pop-girl-band-who
 
https://edition.cnn.com/2018/04/01/world/kim-jong-un-concert-kpop/index.html
 
http://www.thejakartapost.com/life/2018/05/16/jokowis-twitter-account-accidentally-tweets-about-jkt48.html