ตลาดซื้อ-ขายนักเตะยุโรปช่วงต้นปีปิดตัวลงแบบคึกคัก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ​ยังครองแชมป์ลีกที่เม็ดเงินสะพัดมากที่สุดด้วยสถิติ 430 ล้านปอนด์ตลอดเดือนมกราคม ทำลายสถิติเดิมของตลาดนักเตะหน้าหนาวของลีกที่เคยอยู่ที่ 205 ล้านปอนด์ นักวิเคราะห์การเงินเชื่อว่า อีกไม่กี่ฤดูกาลข้างหน้าพรีเมียร์ลีกอาจใช้เงินเพื่อดึงนักเตะเสริมทัพรวมแล้วถึง 2 พันล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นมูลค่ามหาศาล อะไรที่ทำให้พวกเขาสามารถควักเม็ดเงินขนาดนี้
 
วันที่ 31 มกราคม 2018  วันสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายนักเตะยุโรป ทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใช้เงินในวันเดียวรวมแล้ว 150 ล้านปอนด์ ทำให้ตัวเลขเม็ดเงินรวมที่สะพัดตลอดช่วงซื้อ-ขายนักเตะต้นปีของพรีเมียร์ลีกมากถึง 430 ล้านปอนด์ เป็นลีกที่ใช้เงินมากที่สุด 

เม็ดเงินในตลาดนักเตะมกราคม 2018 

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 430 ล้านปอนด์
ลาลีกา สเปน 250 ล้านปอนด์
บุนเดสลีกา 65 ล้านปอนด์
ลีกเอิง 50 ล้านปอนด์
เซเรีย อา อิตาลี 20 ล้านปอนด์
 
ทีมที่จ่ายเงินซื้อนักเตะรายเดียวด้วยค่าตัวแพงมากที่สุดในวันสุดท้ายคืออาร์เซนอล ซึ่งซื้อปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกมูลค่า 56 ล้านปอนด์จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นตัวเลขสถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของทีมปืนใหญ่แห่งลอนดอนด้วย
 
รองลงมาคือดีลของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ซื้อลูคัส มูร่า มิดฟิลด์บราซิลเลียนวัย 25 ปีจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 23 ล้านปอนด์ 
 
บริษัท “เดลอยต์”​ (Deloitte) บริษัทวิเคราะห์ด้านการเงินรายงานว่า ยอดการใช้จ่ายซื้อนักเตะของ 20 สโมสรในพรีเมียร์ลีกตลอดเดือนมกราคม เป็นสถิติใหม่สำหรับตัวเลขเม็ดเงินในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวของยุโรป โดยตัวเลขการใช้จ่ายรวมตลอดทั้งเดือนของทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่ที่ 430 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติเดิมของลีกซึ่งเคยทำไว้เมื่อปี 2011 ด้วยเม็ดเงินรวม 205 ล้านปอนด์
 
สถิติวันปิดตลาดนักเตะหน้าหนาวที่อุณหภูมิร้อนแรงครั้งก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 เชลซี ซื้อเฟร์นันโด ตอร์เรส หัวหอกสเปนจากลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ขณะที่ลิเวอร์พูล ซื้อหลุยส์ ซัวเรซ จากอาแจ็กซ์ ด้วยค่าตัว 22.7 ล้านปอนด์ และแอนดี้ แคร์โรลล์ จากนิวคาสเซิล จ่ายค่าตัวถึง 35 ล้านปอนด์ เป็นปีที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงเดือนมกราคมมีเงินสะพัดในวันสุดท้าย 135 ล้านปอนด์
 
เดลอยต์ วิเคราะห์ว่า เม็ดเงินที่สโมสรในพรีเมียร์ลีกใช้ซื้อนักเตะตลอดฤดูกาล 2017-18 น่าจะเป็นสถิติใหม่ที่ 1.9 พันล้านปอนด์ ทำลายสถิติเดิมจากฤดูกาลที่แล้วที่เงินสะพัดไป 1.4 พันล้านปอนด์  
 
เมื่อเจาะลึกลงไปแล้ว พรีเมียร์ลีกเป็นอีกหนึ่งลีกที่สถานการณ์แลกเปลี่ยนนักเตะคึกคักที่สุดในเดือนมกราคม จำนวนเงินที่สโมสรในอังกฤษจ่ายให้ลีกต่างชาติมากถึง 260 ล้านปอนด์ 
 
ขณะเดียวกันพรีเมียร์ลีกก็ได้เงินจากการขายนักเตะในเดือนมกราคมมากที่สุดด้วยตัวเลขรายได้รวม 185 ล้านปอนด์ โดยทีมในอังกฤษปล่อยนักเตะดังอย่างเฟลิเป คูตินโญ และดิเอโก คอสต้า ไปให้ลาลีกา สเปน ขณะที่มีนักเตะต่างชาติอย่างโอบาเมยอง และลาปอร์เต้ (กองหลังจากแอธเลติก บิลเบา ย้ายมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 57 ล้านปอนด์) ย้ายมาเล่นในอังกฤษ
 
แดน โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากเดลอยต์ ให้สัมภาษณ์กับเทเลกราฟ แสดงความคิดเห็นว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกลูกหนังอาจเห็นทีมในพรีเมียร์ลีกจ่ายเงินรวมมากกว่า 2 พันล้านปอนด์ อันเป็นผลมาจากรายได้จากส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขรายได้ของลีกจากการทำสัญญาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในฤดูกาล 2019-22 (เริ่มทยอยประมูลในสัปดาห์หน้า) จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าทีมในพรีเมียร์ลีกจะมีเม็ดเงินจับจ่ายมากถึงเพดานที่เขาคาดการณ์ไว้หรือไม่ 
 
ปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน จากที่ทีมในพรีเมียร์ลีกใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันแตะตัวเลข 1 พันล้านปอนด์เป็นครั้งแรก ซึ่งบริษัทวิเคราะห์ด้านการเงินเชื่อว่าเป็นผลสืบเนื่องจากมูลค่าสัญญาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดช่วงนั้นซึ่งมีมูลค่ารวมมากถึง 8.3 พันล้านปอนด์
 
นอกเหนือจากรายได้จากส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สโมสรในพรีเมียร์ลีกยังมีแนวโน้มได้รายได้จากช่องทางอื่นอย่าง ค่าตั๋ว, ค่าโฆษณา และด้านการค้าอื่นๆ ถ้าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สโมสรในลีกอังกฤษจะจับจ่ายใช้สอยแบบมือเติบอีกก็ไม่น่าแปลกใจ
 
ปัจจัยที่ทำให้การใช้จ่ายของทีมในพรีเมียร์ลีกทะยานมากขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลนอกจากการแย่งชิงตำแหน่งในลีกซึ่งมีโควตาฟุตบอลถ้วยยุโรปเป็นเดิมพัน เช่นเดียวกับกลุ่มทีมท้ายตารางที่พยายามดึงนักเตะมาช่วยลุ้นหนีตกชั้น 
 
“บิ๊ก 6” (แมนฯซิตี้, แมนฯยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, อาร์เซนอล และเชลซี) ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะในเดือนมกราคมปีนี้รวมแล้วมากถึง 265 ล้านปอนด์