x

ประเด็นการยาสูบแห่งประเทศไทย “ย้าย” ฐานการผลิตด้วยงบประมาณ “ของตัวเอง” มูลค่า 4,000 ล้านบาท อาจไม่เกี่ยวกับ “การเพิ่มกำลังการผลิต” ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนทั่วไปหันมาติดตามความคืบหน้าของแวดวงยาสูบอีกครั้ง นอกเหนือจากบุหรี่มวนแล้ว ตัวเลือกที่คนเหลือบตามองเป็นอันดับต้นๆ คือ บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีมีความคืบหน้าที่ส่อสัญญาณเชิงบวกสำหรับความเป็นไปได้ที่จะยกเลิก “แบน” ในไทย แต่ดูเหมือนว่า ฝันครั้งนี้อาจจางลงไปเมื่อดูจากความคืบหน้าของกระบวนการขับเคลื่อนล่าสุด
 
กลางวงสนทนาและข้อถกเถียงว่าด้วยบุหรี่ซึ่งรัฐพยายามรณรงค์ให้ประชาชนลด-ละ-เลิก แต่ขณะเดียวกัน รายได้จากภาษีและยอดขายบุหรี่ก็ทำเงินให้รัฐจำนวนมหาศาล เงินจำนวนนี้เองถูกจัดสรรไปให้องค์กรที่ทำภารกิจเพื่อสังคมอย่างสสส. เมื่อประเด็นสนทนามาสู่หัวข้อย่อยว่าด้วย “โรงงานใหม่” ของการยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นการ “ย้าย” หรือ “ขยาย” ฐานการผลิตในช่วงที่รายได้ของยาสูบหดหาย ท่าทีของรัฐยังคงมอง “บุหรี่” เป็นกำลังหลักในการผลิตรายได้ก้อนโตเข้ากระเป๋าอยู่ดี 
 
ระหว่างที่มีข้อถกเถียงเรื่องเหล่านี้ กระแสโลกเริ่มหันเหมาสู่ “ทางเลือก”​ สำหรับกลุ่มผู้สูบที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ให้นิโคติน แต่ด้วยระบบการนำนิโคตินเข้าสู่ร่างกายที่แตกต่างออกไปจากบุหรี่ (อ่านเพิ่มเติม บุหรี่ไฟฟ้า: เมื่อรัฐไทยวิ่งไม่ทันนวัตกรรม)
 
ผลิตภัณฑ์ที่ว่าคือ “บุหรี่ไฟฟ้า” 
 
ต้นปี 2018 บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกได้ว่าร้อนแรงที่สุด ไม่เพียงแค่ความเคลื่อนไหวในไทยเท่านั้น หลายประเทศทั่วโลกต่างถกเถียงกันเรื่องการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า หยิบยกงานวิจัยมาอ้างอิงสนับสนุนจุดยืนของตัวเอง 
 
เป็นที่รู้กันว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังเป็นสิ่งของผิดกฎหมายในประเทศไทย อยู่ในสถานะต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ.2469 ระบุโทษสำหรับการผลิต นำเข้า และส่งออก มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี มีค่าปรับกว่า 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ครอบครองมีโทษตามกฎหมายฐานครอบครองสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีมีความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ.2469  โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ 
 
กฎหมายนี้ถูกวิจารณ์ว่าขัดแย้งกับความเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศทั่วโลกที่เริ่มมองบุหรี่ไฟฟ้าในฐานะผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ “ปลอดภัย” กว่าบุหรี่มวน กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทยก็ขับเคลื่อนกิจกรรมเรียกร้องให้รัฐพิจารณากฎหมายแบนบุหรี่ไฟฟ้าใหม่
 
เดือนมีนาคม 2018 คณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์ฯ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเผยแพร่ออกมา ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการพาณิชย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สรุปใจความสำคัญโดยรวมคือ ให้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมมากกว่าใช้มาตรการ “แบน” บุหรี่ไฟฟ้าตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขั้นตอนอย่างเป็นทางการหลังจากนั้นคือ กมธ.พาณิชย์ จะยื่นเรื่องไปถึงรัฐบาล และเรียกฝ่ายสาธารณสุขเข้ามาหารือต่อไป (อ่านรายละเอียด ก้าวแรกบุหรี่ไฟฟ้า? กมธ.พาณิชย์ฯเสนอควบคุมแทนแบน)
 
ผลการศึกษาครั้งนี้ถือเป็นแสงสว่างที่ทำให้ความหวังการเดินหน้ายกเลิกแบนบุหรี่ไฟฟ้าในไทยสว่างไสวขึ้นมาบ้าง แต่กระบวนการนี้ชะงักลง
 
นายมาริษ กรันยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ” และแอดมินเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เล่าถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า ขั้นตอนมาชะงักที่กมธ.สาธารณสุข ซึ่งจะหารือแนวทางการดำเนินการหลังจากรับทราบผลการศึกษาของกมธ.พาณิชย์แล้ว
 
กมธ.สาธารณสุขที่เคยแจ้งให้นายมาริษ เข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย แต่สุดท้ายกมธ.สาธารณสุขเปลี่ยนตัวผู้ให้ข้อมูลและเรียกศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เข้าไปร่วมให้ข้อมูลแทน ภายหลังได้ข้อสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้ายังอันตราย จึงสมควรให้แบนต่อไป
 
“หลังจากนั้น เราเข้าไปพบรองประธานสนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ท่านยังเล่าว่าสาธารณสุขบอกว่าอย่างดีก็อันตรายเท่าบุหรี่มวน แล้วจะให้ถูกกฎหมายทำไม นี่คือจากที่สาธารณสุขแจ้งมา เลยไม่ผ่านกฎหมายให้ แต่เราก็บอกท่านว่าไม่จริงนะ มันย้อนแย้งกับข้อมูลที่โลกมี ท่านเลยให้ผมทำเรื่องและเอาเอกสารไปยื่นให้อีกที” นายมาริษ กล่าว 
 
ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเตรียมยื่นหนังสืออีกครั้งพร้อมข้อมูลอัปเดต เช่น ข้อมูลจากหัวข้อการประชุมว่าด้วยอนุสัญญาการควบคุมยาสูบ (FCTC) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ว่าด้วยข้อมูลของบุหรี่ไฟฟ้าที่หลายประเทศมีผลรับรองว่าใช้ช่วยเลิกบุหรี่ได้ 
 
แม้จะไม่แน่ใจว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในรัฐบาลนี้ ความเป็นไปได้ของการขับเคลื่อนเพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยบุหรี่ไฟฟ้ายังพอมีอยู่ เมื่อพิจารณาจากท่าทีของหน่วยงานรัฐหลายแห่งซึ่งนายมาริษ อ้างอิงว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเข้าหารือเรื่องแก้ไขทิศทางกฎหมายแบนบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับสาธารณสุข, กรมศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ หลังจากนักท่องเที่ยวถูกจับ และถูกร้องเรียนจากสถานทูตมากพอสมควร
 
“จริงๆ ตอนนี้ถ้าจากที่ผมเคยเข้าไปคุยทั้งหมด เสียงที่มองทิศทางสวนจากบุหรี่ไฟฟ้ามีจากสาธารณสุขและสสส. นอกเหนือจากนั้น ทุกส่วนเห็นด้วยกับการให้ถูกกฎหมายและใช้การควบคุม กมธ.พาณิชย์ฯเห็นด้วยให้ถูกกฎหมายและควบคุม สั่งจ่ายโดยแพทย์ที่เป็นคลินิกเลิกบุหรี่” นายมาริษ กล่าวอ้าง
 
ขั้นตอนหลังจากนี้ กลุ่มผู้ขับเคลื่อนจะรอนัดหมายเพื่อไปยื่นหนังสือตามที่เตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้วให้สนช.พิจารณาอีกครั้ง และไม่อาจการันตีได้ว่า ความคืบหน้าครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นภายในรัฐบาลคสช. หลังจากก้าวแรกสำหรับกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจชะงักไป ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดอาจต้องลุ้นกันอีกระลอกท่ามกลางสถานการณ์อุตสาหกรรมยาสูบในไทยที่คลุกฝุ่นเมื่อการยาสูบแห่งประเทศไทยรายได้หด (อ่านเพิ่มเติม ทำไมการขึ้นภาษีบุหรี่ ถึงทำร้ายประเทศไทยมากกว่าที่คิด) 
 
ทีมงานอยู่ระหว่างติดต่อสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอข้อมูลความคิดเห็นและจุดยืนที่เป็นไปได้จากหน่วยงานรัฐต่อการเคลื่อนไหวว่าด้วยผลิตภัณฑ์ทางเลือกของนักสูบในไทย