x

e-Money คือสื่อการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเก็บบันทึกมูลค่าเงินในชิปคอมพิวเตอร์ หรือบนเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้ให้บริการก่อนนำไปใช้ชำระเงินต่างจากบัตรเดบิตและบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้า โดยบัตรเดบิตจะใช้วิธีตัดเงินจากบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ส่วนบัตรเครดิตสามารถรูดซื้อสินค้าได้ก่อน แล้วค่อยจ่ายเงินให้กับธนาคารทีหลัง คนจึงนิยมใช้บัตรเดบิตและบัตรเครดิตสำหรับชำระค่าสินค้าที่มีมูลค่าสูง ส่วน e-Money นิยมนำไปใช้ชำระค่าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ

ปัจจุบัน e-Money ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 รองจาก Mobile Banking โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี ระหว่างปี 2554-2559 อยู่ที่ 25% เนื่องด้วย e-Money ช่วยให้เราจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการได้สะดวกรวดเร็วไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก และยังสามารถโอนเงินให้กันระหว่างบัญชี e-Money ได้อีกด้วย จึงตอบโจทย์ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว คล่องตัว 

ประเภทของ e-Money

เราสามารถจัดประเภทของ e-Money ตามการใช้งานได้ 2 แบบ แบบแรกคือ ‘Card Based’ ซึ่งเก็บมูลค่าเงินไว้ในชิปคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในบัตรเมื่อมีการทำรายการชิปคอมพิวเตอร์จะบันทึกและปรับปรุงข้อมูล โดยไม่ต้องส่งรายการไปประมวลผลที่เครือข่ายของผู้ให้บริการ จึงเหมาะกับการชำระเงินที่เน้นความรวดเร็ว เช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้า บัตรศูนย์อาหาร ส่วนใหญ่แล้ว e-Money ประเภทนี้สามารถใช้ชำระเงินได้ทันที ไม่ต้องสมัครและลงทะเบียนก่อน นอกจากนี้แล้วปัจจุบันผู้ให้บริการบางรายได้นำชิปคอมพิวเตอร์ใส่ไว้ในพวงกุญแจหรืออุปกรณ์อื่นๆ เพื่อความสะดวกในการพกพามากยิ่งขึ้น 

e-Money ประเภทที่ 2 คือ ‘Network Based’ หรือ ‘Server Based’ ซึ่งมูลค่าเงินจะจัดเก็บไว้ในเครือข่ายของผู้ให้บริการ ดังนั้นทุกครั้งที่ลูกค้าทำรายการเติมเงินหรือใช้จ่ายผ่านบัตรจะมีการส่งข้อมูลไปยังระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการ e-Money ประเภทนี้ส่วนใหญ่มักใช้กับการทำธุรกรรมหรือชำระเงินทางออนไลน์ โดยทั่วไป ผู้ใช้บริการจะต้องสมัครใช้บริการและลงทะเบียนกับผู้ให้บริการก่อน จากนั้นจึงเติมเงินเข้าไปในบัญชีผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Internet Banking เว็บไซต์ของผู้ให้บริการตู้ ATM เป็นต้น 

ตัวอย่าง e-Money รูปแบบ Network Based ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือการใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือโดยการสแกน QR Code ในประเทศที่กำลังลดการพึ่งพาเงินสด เช่น ประเทศจีน ได้หันมาใช้บริการรูปแบบนี้ในการชำระเงินในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ทำให้ชาวจีนสามารถลดการพึ่งพาเงินสด ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน เพียงมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถใช้บริการชำระเงินผ่าน QR Code ก็ซื้อสินค้าหรือบริการได้ ทางด้านร้านค้าที่รับจ่ายเงินผ่านบริการลักษณะนี้ก็สะดวกสบาย ไม่ต้องบริหารจัดการเงินสด และเป็นการเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้กับลูกค้า ซึ่งในประเทศไทยก็เริ่มมีผู้ให้บริการในลักษณะเดียวกันนี้แล้ว

ในฉบับต่อไป เราจะมาทำความรู้จักกับการกำกับดูแลผู้ให้บริการ e-Money ในประเทศไทย และข้อควรรู้ในการใช้ e-Money