ทำไมคนจีนในเมืองไทยถึงไม่กินเนื้อวัว? คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ก็คือ พวกเขานับถือเจ้าแม่กวนอิม แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนสงสัยในธรรมเนียมนี้ของคนไทยก็คือ ถ้ามันเป็นธรรมเนียมเก่ามาแต่เดิม ทำไมคนจีนแผ่นดินใหญ่สมัยนี้ถึงกินเนื้อวัวกันเป็นล่ำเป็นสัน?
 
ความสงสัยนี้นำมาสู่คำอธิบายหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงบนอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้บัญชีชื่อ Pat Hemasuk กล่าวว่า “สมัยก่อนคนไทยเชื้อสายจีนนั้นมีอาหารเมนูเนื้อวัวกินหลายสิบเมนู อย่างเช่นขนมจีนไหหลำนั้นสมัยก่อนมีแต่เนื้อวัวไม่ได้มีหมูให้เลือกแบบทุกวันนี้” 
 
ส่วนความเปลี่ยนแปลงก็เกิดมาจาก ซีรีส์ฮ่องกงเรื่อง “กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม” ที่เอาเข้ามาฉายในเมืองไทยเมื่อปี 2528 ซึ่งตอนนึงเล่าถึงพระราชบิดาของ “เมี่ยวซ่าน” ที่ต่อมากลายเป็นเจ้าแม่กวนอิม ได้เสียชีวิตลงแล้วไปเกิดเป็นวัวจากกรรมที่ทำไว้สมัยเป็นมนุษย์ 
 
“นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมเริ่มปฏิเสธการกินเนื้อวัว” Pat Hemasuk กล่าว
 
อย่างไรก็ดี พิรัตน์ โลกพัฒนา ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายกล่าวว่า ตำนานเจ้าแม่กวนอิมตามที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ดังกล่าวนั้นมีที่มาเป็นลายลักษณ์อักษรอายุนานเกือบพันปีแล้ว คือจารึกในช่วงต้นศตวรรษที่ 12 เขียนโดย เฉียงฉือซื่อ นายอำเภอซูโจว (อ่านรายละเอียดได้ในฉบับแปลของ เกล็น ดัดบริดจ์ [Glen Dudbridge] เผยแพร่ใน Harvard Jounal of Asiatic Studies, 1982: Miao-shan on Stone: Two Early Inscriptions)
 
เพียงแต่ในสำนวนแปลฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงการกลับชาติมาเกิดเป็นวัวของพระราชบิดาของเจ้าแม่กวนอิมแต่อย่างใด
 
เรื่องนี้หากวิเคราะห์แบบเอาให้ง่ายเข้าไว้ ในสังคมจีนที่กินสัตว์สี่เท้าทุกประเภทแม้กระทั่งหมาแมว ถ้าบอกว่าคนจีนไม่กินเนื้อวัวก็น่าจะถือเป็นเรื่องแปลก 
 
แต่หากพิจารณาจากลักษณะทางสังคมในอดีต จีนเป็นสังคมเกษตรมาอย่างยาวนาน และในสังคมเกษตรที่ต้องพึ่งพาสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งานเพื่อการเพาะปลูกก็มักจะมีธรรมเนียมงดเว้นการฆ่าสัตว์จำพวกนี้เพื่อการบริโภค และศาสนาหรือความเชื่อก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อทำให้แน่ใจว่าธรรมเนียมนี้จะได้รับการถือปฏิบัติจากประชาชน เหมือนวัวที่ถูกทำให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในอินเดีย หรือการผูกโยงเจ้าแม่กวนอิมกับวัวในตำนานบางสำนวนของคนจีนบางกลุ่ม หรือคนไทยสมัยก่อนเองก็ไม่นิยมกินเนื้อสัตว์ใหญ่ไม่ใช่แต่เนื้อวัวเห็นได้จากบันทึกของลาลูแบร์ที่บอกว่าคนไทยมักจะกินก็แต่สัตว์จำพวกปลา
 
“การให้ความเคารพต่อวัวควายเป็นอีกหนึ่งหลักการของชาวพุทธซึ่งมีรากมาจากฮินดู; การถือความศักดิ์สิทธิ์ในสัตว์ชนิดนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอินเดีย ‘วัวศักดิ์สิทธิ์’ กลายเป็นคำที่ถูกใช้แสดงถึงสิ่งอันเป็นที่เคารพอย่างไม่อาจต่อต้านก็มาจากอินเดีย
 
การปกป้องวัวควายซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเรื่องเชิงปฏิบัติมากกว่าจึงได้กลายมาเป็นความเลื่อมใสทางศาสนา และเป็นที่ดึงดูดใจต่อกรอบความคิดของชาวจีนที่เน้นผลเชิงปฏิบัติเจสัน เวอร์ดี (Jason Wordie) นักประวัติศาสตร์ฮ่องกงกล่าว (South China Morning Post)
 
ความเชื่อเรื่องการละเว้นการบริโภคเนื้อวัวในหมู่คนจีนจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติมานานพอๆ กับการเข้ามาของศาสนาพุทธ 
 
ขณะที่วินเซนต์ กูเซิร์ต (Vincent Goossaert) ผู้ศึกษาเรื่องศาสนาในประเทศจีนกล่าวว่าเขาพบจดหมายเหตุที่กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการงดเว้นจากการบริโภคเนื้อวัวมากกว่า 35 ชิ้น มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ถึง 13 และอีกจำนวนมากในยุคหลังจากนั้น หลายชิ้นมีการกล่าวถึงโทษของการฆ่าวัวว่าหนักถึงขั้นตกนรก เพื่อชี้ชวนให้คนละเว้นการบริโภค แต่เขามองว่า ศาสนาพุทธมีส่วนผลักดันให้เกิดการละเว้นการบริโภคเนื้อวัวในสังคมจีนน้อยกว่าบริบททางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการออกกฎหมายห้ามการฆ่าวัวในหลายราชวงศ์มาตั้งแต่ครั้งราชวงศ์ฮั่น การกล่าวถึงพ่อค้าเนื้อวัวว่าเป็น “อาชญากร” ก็มีให้เห็นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งมาจนถึงราชวงศ์ชิง ส่วนคนจีนที่กินเนื้อวัว หรือฆ่าวัวบูชายัญในสมัยก่อนจะมีก็แต่ในชนกลุ่มน้อยหรือผู้นับถือศาสนาอื่นที่มิได้หลอมรวมกับวัฒนธรรมหลักของชาวฮั่นอย่างเช่นชาวหุย หรือชาวเมียว เท่านั้น (The Beef Taboo and the Sacrificial Structure of Late Imperial Chinese Society)
 
แม้แต่ในยุคคอมมิวนิสต์ชาวจีนในชนบทที่ยังมีสภาพแบบสังคมเกษตรก็ยังเลี่ยงการบริโภคเนื้อวัว โดยไม่อ้างถึงความเชื่อ แต่ใช้เหตุและผลในการอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขา
 
“เราได้ยินว่าคนตะวันตกเขากินเนื้อวัวทุกวัน มันจริงรึเปล่า? เป็นไปได้ยังไงกัน? ก็วัวทั้งเลี้ยงมนุษย์ด้วยนม แล้วยังช่วยทำงานหนัก พวกมันคือมือคือเท้าของมนุษย์เดินดิน พวกมันคือชีวิตของพวกเรา ถ้าคุณไปฆ่าอะไรต่อหน้าพวกมัน มันยังร้องไห้เลย พวกมันมีความรู้สึกนะ” หญิงจีนจากบ้านเกิดของประธานเหมาในหูหนานกล่าวกับ Xinran นักข่าวชาวปักกิ่ง ผู้เขียนเรื่อง “อะไรที่คนจีนไม่กิน” (What the Chinese Don’t Eat) เมื่อปี 1991 
 
จากที่กล่าวมาทั้งหมดน่าจะช่วยให้เห็นภาพได้ว่าการไม่บริโภคเนื้อวัวของชาวจีนนั้นเป็นสิ่งที่มีมานานแล้ว (แม้ปัจจุบันจะไม่ใช่สิ่งที่ชาวจีนแผ่นใหญ่สมัยใหม่ยึดถือก็ตาม) การถือธรรมเนียมนี้ในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนซึ่งหลายครอบครัวอพยพมานานก่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญๆ หลายครั้งในประเทศจีนยุคใหม่ จึงน่าจะเป็นการถือธรรมเนียมของชาวจีนที่มาแต่โบราณ ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะมาถือกันหลังได้ดูซีรีส์ฮ่องกงเมื่อราวสามสิบปีก่อน 
 
นอกจากนี้ การบอกว่าคนจีนในเมืองจีน หรือคนจีนโพ้นทะเลในส่วนอื่นๆ ของโลกปัจจุบันนี้ต่างก็กินเนื้อวัวอย่างแพร่หลาย ชาวจีนสมัยโบราณจึงน่าจะกินเนื้อวัวด้วยแน่ๆ ยังเป็นการสรุปที่อาจผิดได้ง่ายๆ เนื่องจากเป็นการวิเคราะห์โดยอาศัยหลักฐาน “ผิดยุคสมัย” เพราะสังคมจีนก็เหมือนสังคมอื่นๆ ของโลกที่มีพลวัตมีการเปลี่ยนแปลง ธรรมเนียมจีนในยุคจักรวรรดิจึงอาจจะไม่ตรงกับธรรมเนียมจีนในยุคคอมมิวนิสต์ที่ผ่านการ “ปฎิวัติวัฒนธรรม” มาแล้ว การสรุปสภาพสังคมในอดีตจึงไม่อาจละเลยหลักฐานที่ร่วมสมัยกันได้