ดินแดนโลกล้านปีอุบัติใหม่ใจกลางกรุง บนพิกัดทำเลทอง บริเวณ The Emsphere สุขุมวิทซอย 22 (เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์ หรือขับรถมาเอง สามารถจอดได้ที่ ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์) จากการจับมือกันของภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ เพื่อให้มนุษย์ตัวเป็นๆ ผู้อินกับจูราสสิค พาร์ค ได้สัมผัสกับไดโนเสาร์ตัวนิ่มๆ (อย่างกับของจริง) จากโลกในยุคล้านปีที่แล้ว ที่ถูกหักเขี้ยวเล็บความโหดร้ายไปหมดสิ้น เหลือไว้เพียงแต่หลักฐานทางกายภาพ และความสนุกในรูปแบบของสวนสนุกธีมพาร์ค ใช้ชื่อว่า 'Dinosaur Planet'

ทันทีที่ก้าวเข้ามา จะได้พบกับเจ้าไดโนเสาร์คอยาวสุดเฟรนด์ลี่ ที่ออกมาทำหน้าที่เจ้าบ้าน ต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน

ห้องรับแขกของดาวไดโนเสาร์ดวงนี้กว้างขวางเหลือเกิน มีไดโนเสาร์ตัวเล็กตัวน้อยไว้ให้เด็กๆ ขึ่หลังกันด้วย

 


 

เดินลึกเข้ามาอีกหน่อย จากซ้ายมือของประตูทางเข้า จะพบกับ The Great Volcano & The Extinction Live Show โซนการแสดงแสง สี เสียง ตระการตา ซึ่งจะเริ่มทำการแสดงทุกวันตอน 1 ทุ่ม
มีไฮไลท์เด็ด
ที่หลายคนจับจ้องคือ ฉากการปล่อยลาวาอันเป็นข้อสันนิษฐานหนึ่งที่ว่ากันว่าทำให้เป็นจุดจบของโลกล้านปี

ใกล้ๆ กับ ลานแสดงโชว์ จะมีทางเดินไปยังฟาร์มไดโนเสาร์ ในโซน Dino Farm สานฝันให้เด็กๆ ได้ขี่หลังไดโนเสาร์ไปรอบๆ ฟาร์ม 

 

ในโซนเดียวกันนี้ ยังมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ฝึกทักษะขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์กันด้วย



 

แล้วก็มาถึงโซนที่เราบอกเลยว่าเป็นจุดขายของ Dinosaur Planet นั่นคือโซน Raptor X-Treme มีคนต่อแถวรอเข้าไปปฏิบัติภารกิจกับแร็พเตอร์กันเพียบ แต่มีกฏว่า จะเข้าไปได้แค่รอบละ 20 คน

คราวนี้ล่ะที่คุณจะได้สัมผัสวินาทีที่ต้องวิ่งหนีแร็พเตอร์ (แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นตัวปลอม แต่มันก็สนุกนะเมื่ออยู่ในโมเม้นท์นั้นแล้วโดนแร็พเตอร์วิ่งไล่)

 

 แร็พเตอร์จะเข้ามาป่วน กดดัน พันแข้งพันขา ไม่ให้คุณปฏิบัติภารกิจสำเร็จ


หากปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ประตูกรงแร็พเตอร์ก็จะถูกเปิดออก 

จากประตูทางเข้า ทางขวามือ มีโซน Dinosaur District ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการสื่อผสมเกี่ยวกับไดโนเสาร์ จะมีวิทยากรนำบรรยายให้คุณฟังในแต่ละจุด มีจุดเด่นๆ อยู่ที่ห้องโครงกระดูกไดโนเสาร์ ห้องเก็บไข่ไดโนเสาร์ และห้องแล็บของนักวิจัย

 

ไข่ไดโนเสาร์แต่ละสายพันธุ์ หน้าตาไม่เหมือนกันเลย บางตัวตัวใหญ่ แต่ไข่ฟองเล็ก บางตัวตัวเล็ก แต่ไข่ฟองใหญ่ แบบนี้ก็มีนะ

 

เดินลึกเข้ามาถึงห้องแล็บนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์อุ้มไดโนเสาร์น้อย มาทักทายผู้มาเยือน

แล้วก็มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ เป็นการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เป็นไงมาไงเนี่ยยยย

ดูไดโนเสาร์บนพิภพมาเยอะแล้ว มาดูไดโนเสาร์ที่อยู่ในโลกใต้น้ำ และบนเวหากันบ้าง ทั้งหมดนี้รออยู่ในโซน Dino Eye



ขึ้นจากน้ำ ไปเจอกับเจ้าไดโมฟอร์ดอนที่บินรออยู่

มาถึงดาวไดโนเสาร์ทั้งที ก็ต้องขึ้น Dino Eye ชมภาพมุมสูงของดวงดาวแห่งนี้หน่อยเป็นไง

Dino Eye มีกิมมิคพิเศษ คือ 2 ฝั่งซ้ายขวา จะเป็นดินแดนน้ำแข็งในยุคดึกดำบรรพ์ แล้วก็มีสัตว์ในตำนาน คอยจ๊ะเอ๋คุณอยู่ด้วย

จาก Dino Eye ก็เตรียมตัวเข้าสู่ Stars of Dino ดาวของเจ้าสัตว์ใหญ่ ในนี้มีดาราที่คุณชื่นชอบและจดจำได้รอขยับหน้าขยับตาและกระดิกหางทักทายคุณเพียบ

ไครโอโลโฟซอรัส เจ้าตัวนี้ได้ฉายาว่า 'ไดโนเสาร์เอลวิส' เพราะมีหงอนคล้ายทรงผมของเอลวิส

ส่วนนี่ก็คือ เจ้าหัวล้านจอมพุ่งชน

ซุป'ตาร์ ดาวเด่น 'ทีเร็กซ์' ถ่ายรูปได้ ไม่กัดนะ ^^

ส่วนเจ้าตัวที่เป็นดาราสายโซเชียลฯ คือทีเร็กซ์ตัวนี้ไงล่ะ 

ตอนนี้ยังเหลืออีกโซนที่ยังไม่จัดแสดง คือ 4D Deep World ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ 

Dinosaur Park มีค่าผ่านประตูคนละ 600 บาท (เด็กสูง 90-140 ซม. คนละ 400 บาท) เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 . และจะเปิดถึงแค่ต้นปีหน้าเท่านั้น รีบมากันนะพวกเรา!