x

ตอนนี้ BNK48 อยู่ในช่วงที่เปิดให้จองซิงเกิ้ลที่ 4 Kimi wa Melody ทางเว็บขายสินค้าออนไลน์อย่าง Shopee ที่เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งเปิดให้สั่งไปจนถึง 4 กันยายนนี้  โดยคาดว่ายอดจำหน่ายน่าจะมากกว่าซิงเกิ้ล “วันแรก Shonichi” ที่ขายได้ 170,000 แผ่น เพราะว่านี่เป็นซิงเกิ้ลแรกที่มีเพลงของ BNK48 รุ่นที่2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอย่าง “ฤดูใหม่ Tsugi no season  (อ่านเพิ่มเติม รู้จักเพลง ‘ฤดูใหม่ Tsugi no season’ เพลงเปิดตัว BNK48 รุ่น 2)
 
นอกจากเพลงที่ต้องรอลุ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือหน้าปกของซิงเกิ้ล เพราะเป็นเสน่ห์และความประทับใจแรกของผู้ที่ได้รับของ 
 
ในสามซิงเกิ้ลแรกทำออกมาค่อนข้างดีโดยฝีมือของ “เดอะ ยูนิฟอร์ม ดีไซน์ สตูดิโอ” (The Uni_form Design Studio) ซึ่งต้องการให้งานออกแบบเป็นมากกว่าปกซีดีแต่เป็นของสะสมเนื่องจากคนยุคปัจจุบันฟังเพลงผ่านซีดีน้อยลงอยู่แล้ว
 
“อยากจะพบเธอ Aitakatta” มาในคอนเซปต์ “Thai-Origami” หรือการพับกระดาษสไตล์ญี่ปุ่น แต่สิ่งที่พับเป็นรูปทรงแบบไทย อาทิ ปลาตะเพียน พวงมาลัย ผสมกับนกกระเรียน และดอกซากุระของญี่ปุ่น ซึ่งแรงบันดาลใจของการออกแบบมาจากหนึ่งเพลงในซิงเกิ้ลดังกล่าวอย่าง “365วันกับเครื่องบินกระดาษ  365nichi no kamihikouki”
 
 
ซึ่งรูปแบบกระดาษพับโอริกามิก็เป็นอีกหนึ่งคอนเซปต์ที่ถูกนำมาใช้ดีไซน์ BNK Campus ที่ออกแบบโดยบริษัท Cow Designs บริษัทสถาปนิกของ เอ๊ะ - พงศ์จักร พิษฐานพร กับ แมน-ตนุภพ โนทยานนท์ สมาชิกหลักของวงละอองฟองที่หลายคนรู้จักกันดี โดยปัจจุบันคุณเอ๊ะทำหน้าที่เป็นทั้ง Music Director, ดีไซเนอร์ และครูใหญ่ผู้ฝึกสอน BNK48 ขณะที่คุณแมนทำหน้าที่เป็น Co-Music Director ซึ่งทั้งคู่จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
 
 
ส่วนซิงเกิ้ล “คุกกี้เสี่ยงทาย Koi Suru Fortune Cookie” นั้นวุฒิภัทร สมจิตต์ ผู้อำนวยการออกแบบและทีมกลุ่ม “เดอะ ยูนิฟอร์ม ดีไซน์ สตูดิโอ” ผู้ออกแบบเล่าว่า เริ่มอออกแบบโลโก้มาก่อน และที่สำคัญที่สุดก็คือการใส่ใจกับเมมเบอร์ว่าเมมเบอร์แต่ละคนชอบขนมอะไรเพื่อที่จะนำมาประกอบในการถ่ายภาพ เช่น เฌอปราง BNK48 ชอบทองหยิบให้ตรงกับเพลง “BNK48” ที่มีท่อนร้องถึงขนมไทย เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม กว่าจะเป็นปกซีดี BNK48 ผู้ออกแบบชี้ เข้มทุกจุดให้ถูกใจแฟน ขั้นถามขนมโปรดสมาชิกวง)
 
 
“Shonichi วันแรก” ซิงเกิ้ลที่ 3 ออกแบบมาถึง 2 ไทป์ มีเพลงที่แตกต่างกันไป ทีมงานเริ่มตั้งแต่ดูเนื้อเพลงว่าต้องการบอกเล่าถึงอะไรเพื่อสกัดไปทำดีไซน์ โดยปกซีดีที่มีลักษณะเหมือนแสงไฟสาดมาหาเมมเบอร์นั้นนำมาจากท่อนหนึ่งของเพลงคือ
 
“ไฟบนเวทีและสปอตไลท์ เปลี่ยนค่ำคืนที่มืดลงไปให้โลกทั้งใบคืนมาซึ่งความสดใส เหมือนแสงอาทิตย์สว่างในใจของฉัน”
 
เหมือนไฟสปอตไลท์เป็นแสงอาทิตย์ เป็นวันแรกของเมมเบอร์ที่โดนสปอตไลท์สาดเข้ามา (อ่านเพิ่มเติม สัมภาษณ์คนออกแบบปกซิงเกิล Shonichi ของ BNK48 เผยวิธีคิด-ความลับหลังงานถ่าย)
 
 
ส่วนอัลบั้มเต็มชุดแรกแบบ RIVER มาในรูปแบบค่อนข้างแปลกตา คุณภาคภูมิ ลมูลพันธ์  นักออกแบบภาพประกอบชื่อดังเคยให้ความเห็นกับการออกแบบที่ค่อนข้างแหวกแนวว่า “RIVER สร้างมาตรฐานการออกแบบใหม่ที่กล้าเล่น กล้าทำ ซึ่งจะทำให้คนที่มารับโจทย์ในการออกแบบซิงเกิ้ลต่อๆ ไปทำงานง่ายขึ้นเพราะได้สร้างมาตรฐานไว้แล้ว” 
 
ซึ่งก็ต้องจับตาว่าซิงเกิ้ลชุดที่ 4 จะออกมาอย่างไร (อ่านเพิ่มเติม เจาะลึก 'Kimi wa melody' ซิงเกิ้ลที่ 4 ของ BNK48 เพลงบันทึก 10 ปีของ 48Group)
 
 
เนื้อที่เหลือเลยอยากจะขอหยิบยกปกบางซิงเกิ้ลของ AKB48 ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังสัก 3 ซิงเกิ้ลที่คิดว่ามีการออกแบบที่สำคัญ
 
1. Namida Surprise  
 
 
ความแปลกที่สุดของหน้าปกซิงเกิ้ลนี้คือการที่ไม่มีรูปถ่ายของเมมเบอร์บนปกซิงเกิ้ลแต่ใช้ภาพวาดแทนตัวเมมเบอร์ ซึ่งคนวาดภาพประกอบก็ไม่ธรรมดา นั่นคือนักวาดภาพประกอบชื่อดัง มุราคามิ ทาคาชิ ซึ่งงานของเขามีความสดใส “คัลเลอร์ฟูล” โดยเฉพาะภาพวาดประกอบรูปดอกไม้นั้นถือเป็นเอกลักษณ์ หากใครเป็นแฟนคลับโมบายล์ BNK48 คงเคยเห็นดอกไม้ใหญ่ๆ ที่โมบายล์ติด นั่นก็เป็นงานออกแบบของมุราคามิ ทาคาชิเช่นกัน
 
2. Oogoe Diamond 
 
 
48Group เคยลงบันทึกกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นกลุ่มศิลปินที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก ดังนั้นการมีเมมเบอร์คนเดียวขึ้นบนปกนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ซิงเกิ้ลดังกล่าวสร้างความฮือฮาเมื่อทั้งปกในแบบ Regular และ Theater Edition เป็นปกของเมมเบอร์เดี่ยวๆ แถมยังเป็นเมมเบอร์จากวงน้องสาวที่เพิ่งตั้งขณะนั้นอย่าง SKE48 ด้วย 
 
“มัตสึอิ จูรินะ” คือเมมเบอร์คนนั้น เชื่อว่าในปัจจุบันคงยากที่จะมีใครกล้าให้เมมเบอร์คนเดียวเป็นหน้าปกในทุกไทป์ที่วางแผงได้
 
3. Kiboutekei Refrain 
 
 
สำหรับผู้เขียนนี่คือสุดยอดของการออกแบบที่มีความสวยงามและคลาสสิกที่สุดของ AKB48 กระตุ้นความรู้สึกทำให้เราอยากซื้อมาสะสมแทบทุกไทป์ เพราะหน้าปกของแต่ละไทป์นั้นสามารถวางต่อเรียงกันได้สวยงามเป็นภาพการวิ่งของเซมบัตสึ ในซิงเกิ้ลดังกล่าว ซึ่งก็สอดคล้องกับ PV ที่ใช้การวิ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเพลงอีกด้วย
 
ดังนั้น เวลามองงานออกแบบ อยากให้มองลึกถึงองค์ประกอบ แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อที่จะซาบซึ้งและเข้าถึงงานนั้นแบบมีอรรถรสมากขึ้นด้วย