x

ผ่านไปแล้วกับความยิ่งใหญ่ของงานเลือกตั้ง AKB48 Sekai Senbatsu Sousenkyo ที่นาโกย่าโดม เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ เรียกได้ว่ามีเรื่องราวให้น่าจดจำมากมาย ทั้งผู้ชนะหน้าใหม่ “มัตสึอิ จูรินะ” ผู้อุทิศตัวมา 10 ปีให้กับ 48Group ก็เอาชนะได้ในปีที่ 10 และทำให้เธอเป็นเจ้าของสถิติมากมาย
 
เช่น  เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่อันดับที่   1 และ 2 มาจากวงเดียวกันอย่าง SKE48 เพราะแรงผลักดันมหาศาลของเจ้าบ้าน จูรินะยังเป็นคนเดียวที่ติดเซมบัตสึที่ติดอันดับเลือกตั้งมาตั้งแต่ครั้งที่ 1 จนถึงครั้งทื่ 10 และที่สำคัญเธอยังเป็นคนเดียวที่ชนะการเลือกตั้ง และชนะการแข่บขันเป่ายิงฉุบ หรืองานจังเค้นทัวร์นาเมนต์อีกด้วย เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่สมการรอคอยอย่างแท้จริง
 
 
ส่วน BNK48 เรียกได้ว่าไปไกลเกินคาดทั้ง มิวสิค BNK48 และเฌอปราง BNK48 ที่สามารถทะยานไปติดในอันดับที่ดีๆ ได้ ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกดีใจและยินดีไปกับเมมเบอร์ทั้งสองคนด้วยเนื่องจาก ทั้งสองคนนั้นเคยเป็นแฟนของ AKB48 และการได้มีโอกาสไปยืนติดอันดับในเวทีที่พวกเธอได้แต่เฝ้าฝันในฐานะแฟนๆ นั้น เหมือนเป็นเรื่องราวแสนมหัศจรรย์ ส่วนเมมเบอร์อีก 8 คนก็เดินทางไปเพื่อทำให้คนรู้จัก BNK48 มากยิ่งขึ้น
 
อยากจะพูดถึงเรื่อง “ความเป็นไทย”ในเวทีการเลือกตั้งครั้งนี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องโดยตั้งแต่โปสเตอร์หาเสียง ของอิสึตะ รินะ BNK48 และ นิ้ง BNK48 ทั้งสองคนมาในธีมชุดออเจ้าตามละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่ฟีเวอร์ในประเทศไทย ส่วนจ๋า BNK48 มาในชุดเซิ้งผ้าไทย รวมไปถึงคลิปหาเสียงก็ยังคงคอนเซปต์ชุดไทยเอาไว้ ทำให้เกิดคำถามเหมือนกันว่าสมมติมีเมมเบอร์ของ BNK48 ติดอันดับจริงๆ พวกเธอจะนำเสนอความเป็นไทยแบบไหน หรือจะเน้นความเป็นสากล
 

 
เมื่อถึงวันเลือกตั้ง เปิดการแสดงคอนเสิร์ตเลือกตั้งในช่วงเช้า เจนนิษฐ์ BNK48 มิวสิค BNK48 และเฌอปราง BNK48   ได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงในยูนิตพิเศษสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ WRD48 (WORLD48) โดยเฌอปราง ได้เป็นเซนเตอร์สำหรับการร้องเพลง Koi Suru Fortune Cookie ในหลากหลายภาษา ถือว่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก ส่วนอีกสองคนก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างดี
 
เข้าสู่ช่วงเวลาการเลือกตั้ง อันดับของมิวสิค นั้นทำได้ไม่เลวสามารถเข้าไปถึง Upcoming Girls ลำดับที่ 72 สูงเกินที่คาดไว้ว่าจะติด Top100 เพราะคะแนนรอบผลด่วนของมิวสิคติดเข้ามาในอันดับที่ 120 หรือคนสุดท้ายที่ติดผลด่วนและเมื่อถึงเวลาที่มิวสิคได้กล่าวสปีชก็ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจและจริงใจ มิวสิคกล่าวว่า รู้สึกว่าดีใจมาก เเละยังขอบคุณทุกคนที่โหวตให้เเละเป็นกำลังใจให้กับมิวสิค จากที่เคยเป็นความฝันตอนนี้ไม่เป็นความฝัน ขอบคุณที่ทำให้ได้มายืนบนเวทีร่วมกับรุ่นพี่ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แต่ที่ดีใจมากกว่าคือการได้นำภาษาไทยมาพูดที่นี่ ก่อนจบประโยคสุดท้ายมิวสิคได้กล่าวเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกครั้งถึงรุ่นพี่ทุกๆ คนว่า อยากจะทำงานกับรุ่นพี่ต่อไป เเละ มิวสิค BNK48 ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
 
 
สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือบุคลิกที่จริงใจแบบตรงไปตรงมาสไตล์ของมิวสิค และรู้สึกว่าพอมิวสิคพูดคำว่าได้นำภาษาไทยมาพูดในเวทีแห่งนี้เธอพูดมันอกมาจากใจจริง และเธอยังรู้สึกว่าเธอเป็นแฟนวงนี้ที่เคยได้มองความยิ่งใหญ่ของ 48Group มายาวนาน และวันนี้ไม่ใช่ความฝันของเธอ และเธอพยายามสื่อสารถึงแฟนๆ ญี่ปุ่น หรือคนที่อาจจะชื่นชอบเธอในอนาคตด้วยภาษาญี่ปุ่นในแบบที่เธอพยายามเต็มที่ และในขณะนั้นเองมิวสิคคือเมมเบอร์ต่างชาติคนที่3 ที่จะได้ออกซิงเกิ้ลกับ AKB48 หลังจาก “เมโลดี้”ชาวอินโดนีเซียของ JKT48 คือคนแรกที่ได้ออกซิงเกิ้ล New Ship และคนที่ 2 ก็ หม่าจาหลิน สมาชิก AKB48 ชาวไต้หวันที่เคยติดเซมบัตสึเพลง JaBaJa
 
ส่วนเฌอปรางนั้นไปไกลถึงระดับ Next Girls ในอันดับที่ 39 เรียกได้ว่าคะแนนมากกว่าเมมเบอร์ชาวญี่ปุ่นหลายๆ คน ผู้เขียนยกให้สปีชของเฌอปรางเป็น 1 ใน 3 สปีชที่ชื่นชอบมากที่สุดในปีนี้ โดยกัปตันของ BNK48 กล่าวเเนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่น เเละขอบคุณทุกคนที่ทำให้ได้มายืนอยู่จุดนี้ เเละยังเชื่อใน 48 Group ไม่ว่า 48 Group ไปที่ไหน BNK48 คือจุดพิสูจน์ว่าสามารถดังในต่างประเทศเเละอาจดังไปถึงระดับโลกได้  
 
ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนมองว่าตรงกับเจตนารมณ์ของ “อากิพี” อากิโมโตะ ยาสุชิ ผู้ก่อตั้ง 48Group หลังจากได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการจัดงานกีฬาโตเกียวโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่หวังจะขยายฐานของวงตระกุล48 ไปยังต่างประเทศให้ได้มากที่สุด ซึ่ง BNK48 ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในหมุดหมายนั้น
 
พร้อมกันนี้เฌอปรางยังกล่าวขอบคุณไปถึง BNK48 ทุกคน ผู้บริหารทั้งไทยเเละญี่ปุ่น รวมถึง อิซึตะ รินะ ที่ยอมมาอยู่กับ BNK48 ทำให้ได้มีวันนี้ ร่วมคอนเสิร์ตในวันนี้ เเละได้มาพูดชื่อ BNK48 ที่นี่
 
สุดท้ายเฌอปรางได้กล่าวเชิญชวนทุกคนมาเที่ยวประเทศไทย มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย มีทั้งหนัง อาหารเเละสำคัญที่สุด BNK48 เมมเบอร์ รอทุกคนอยู่ที่กรุงเทพ
 
 
เรียกได้ว่าเฌอปรางกำลังทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมในการสื่อสารไปถึงชาวญี่ปุ่น หรือผู้ชมจากประเทศต่างๆ ที่ติดตามอยู่ ว่าต้องการให้ BNK48 เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดและเชิญชวนให้คนมาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งเพลงประจำวงอย่าง “BNK48” เองก็พยายามสื่อสารของดีทั้งของงกิน กิจกรรม และสถานที่สำคัญๆ หากจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย
 
สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะความเป็นไทยในมุมมองผู้เขียนก็คือ การที่สามารถประยุกต์สิ่งต่างๆ ให้เข้ากับวัฒนธรรมที่เรามีได้อย่างกลมกลืน ไม่ต้องนำเสนอในเพียงแบบไทยโบราณประเพณีนิยม แต่สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเชื่อมโยงกับรากฐานเดิมได้ ก่อนหน้านี้เคยมีวิวาทะคนดนตรีรุ่นใหญ่มองว่า BNK48 นั้นขาดความเป็นไทย หรือ งานประกาศรางวัลบางเวทีมองว่าเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย Koi Suru Fortune Cookie นั้นไม่เข้าเกณฑ์ตัดสินเพราะหยิบทำนองต่างประเทศมาใช้ แต่ไม่ได้มองถึงความสามารถของผู้ประพันธ์ ที่ประยุกต์ไวยากรณ์เพลงแบบญี่ปุ่นที่มีความเฉพาะตัว ให้เข้ากับสังคมไทยได้อย่างกลมกลืนและสมัยนิยม
 
นิยามความเป็นไทยในแบบ BNK48 ก็ถือว่าน่าสนใจในยุคสมัยต่อไปไม่มากก็น้อยเช่นกัน อยู่ที่คุณนิยามว่าความเป็นไทยนั้นเป็นแบบไหน?