กลายเป็นดราม่าไปเสียแบบนั้นกับการออกรายการทางช่อง 3HD ในรายการ DaVinci เกมถอดรหัส  ของ วรัทยา ดีสมเลิศ หรือ ไข่มุก BNK48 ที่เธอได้ตอบคำใบ้ในเกมปริศนาทายคำผิด อย่างคำว่า “กบไสไม้” เธอตอบเป็น “อ๊บไสไม้” ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เป็นวงกว้าง บ้างก็หาว่าเธอแอ๊บแบ๊ว บ้างก็หาว่าเธอแกล้งโง่ หนักข้อบางทีก็ลุกลามไปถึงการกล่าวกระทบครอบครัวของเธอจนเลยเถิดไปถึงขั้นเกือบจะ Cyberbullying  (อ่านเพิ่มเติมที่ 'Cyber Bullying' การข้ามเส้นข้อมูลส่วนบุคคล สู่กลั่นแกล้งออนไลน์ของว่าที่ BNK48 รุ่น 2)
 
น่าสนใจว่าเพราะเหตุใดกระแสดังกล่าวถึงลุกลามไปไกล เพราะถ้าหากสมมุติเป็นการแกล้งเพื่อตอบผิดของดาราหรือตลกคนอื่นๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องหัวเราะครื้นเครง ทำให้สะท้อนว่าส่วนหนึ่งสังคมไทยนั้นมองคำว่า “ไอดอล” ในฐานะต้นแบบที่คิดว่าน่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเองและวง เพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคมไทย  แต่นั่นก็จะดูเป็นการโยนความกดดันและความคาดหวังให้กับวงดนตรีที่เพิ่งเดบิวท์มาเพียง 1 ปีเศษๆ มากเกินไปหรือไม่? เรื่องนี้ก็น่าถกเถียงต่อเช่นกัน
 
ไข่มุก BNK48
 
กลับมาที่ไอดอล ในความหมายที่ไม่ได้แปลว่า “บุคคลต้นแบบ” แต่เป็นเพียงรูปแบบการตลาดของธุรกิจบันเทิงแบบหนึ่ง สิ่งที่ถูกถกเถียงกันมากหรือท่านผู้อ่านจะตั้งคำถามกับตัวเองก็ได้ว่า เราเริ่มติดตามไอดอล หรือชื่นชอบไอดอลคนใดคนหนึ่งเพราอะไร? อาจจะมีเหตุผลที่หลากหลายแต่คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ คนๆ นั้นจะต้องมีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างโดนใจ
 
เคยอ่านบทความในหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น เขาบอกว่าวงดนตรีไอดอลกรุปนั้นเหมือนซูชิบนสายพาน มักจะมีรสชาติที่ถูกใจและไม่ถูกใจเราเสมอ บางคนชอบข้าวหน้ากุ้งแต่อาจจะไม่ชอบข้าวหน้าไข่หวาน แต่ก็อาจจะมีคนอื่นที่ชอบทานข้าวหน้าไข่หวานที่นั่งอยู่ภายในร้านเดียวกับเรา
 
สิ่งที่ตัวไอดอล มักจะชูเป็นจุดขายก็คือคาแรกเตอร์ ในครั้งนี้แน่นอนแต่ละคนก็มักจะชูจุดขายที่ความสดใส น่ารัก แต่ก็มักจะมีไอดอลบางคนที่เลือกบุคลิกที่แปลกและแตกต่างออกไป อย่างแฟนๆ AKB48 จะรู้จัก “พารูรุ” ชิมาซากิ ฮารุกะ อดีตเอชคนดังที่มาพร้อมกับบุคลิกแบบเป็นคนที่บึ้งตึงกับแฟนหรือที่เรียกว่า “ชิโอะไทโอ” ที่เวลาไปพบเจอจะทำให้หน้ารู้สึกบูดเบี้ยวเหมือนกับกินเกลือลงไป และอีกบุคลิกที่โด่งดังก็คือเป็นพวก พงคตสึ (พวกไม่เอาไหน) เรียกได้ว่าทำอะไรหรือแข่งอะไรก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราว
 
“พารูรุ” ชิมาซากิ ฮารุกะ
 
และบุคลิกแบบพวกพงคตสึ ก็กลับเป็นที่นิยมแพร่หลายต่อมาในวงการไอดอลญี่ปุ่น อย่าง “เปจัง” วาตานาเบะ ริกะ แห่ง Keyakizaka46 ผู้อาวุโสของน้องๆ ก็มีบุคลิกในแบบที่เป็น พี่สาวที่พึ่งพาไม่ได้แบบพงคตสึเช่นกัน ซึ่งก็มักจะถูกออกถูกใจแฟนที่มักจะให้ความเอ็นดูกับเธอ แต่ก็อาจจะมีบางส่วนที่รำคาญใจอยู่บ้าง
 
“เปจัง” วาตานาเบะ ริกะ
 
กลับมาที่ 48 Group คนหนึ่งที่โด่งดังจากบุคลิกของสาวที่ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว แถมยังจะสมองช้าก็คือ อดีตเอชรุ่นที่ 11   ของ AKB48 อย่าง “ริจจัง” คาวาเอย์ รินะ ซึ่งฉายาดังกล่าวนั้นมาจากรายการพิเศษของ Mecha Mecha Iketeru รายการวาไรตี้สุดฮา ในตอนจัดอันดับการสอบปลายภาคของเหล่าสมาชิก 48 Group เพื่อที่จะหาคนที่สมองน้อยที่สุดในการเป็น “บากะเซนเตอร์”ของยูนิต BKA48 (BKA อ่านพ้องเสียงว่า บากะ ที่แปลว่า ซื่อบื้อ)
 
“ริจจัง” คาวาเอย์ รินะ
 
และบุคลิกที่แตกต่างกลายเป็นการแจ้งเกิดของริจจัง มีรายการต่างๆ เข้ามาสนใจ สาวที่แม้กระทั่งสูตรคูณแม่8 ยังผิดคนนี้ มีคนมาทำข่าวเกี่ยวกับเธอเป็นอย่างมาก และมีเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะอย่าง “Haste to Waste” (จริงๆมันควรเป็น Haste makes Waste หรือ ช้าเป็นกาลนานเป็นคุณ) ที่เธอแปลคำภาษาอังกฤษ คำนี้แปลว่า ”นายฮาสุเตะ และนาย วาสุเตะ เป็นเพื่อนกัน” เกิดการตั้งคำถามในสังคมญี่ปุ่นว่าไอดอลนั้นไม่ฉลาดได้ไหม หรือ มีคาแรกเตอร์ที่ไม่ต้องเพอร์เฟ็กต์ไปทุกอย่างได้ไหม ซึ่งเกิดผลดีกับตัวเธอและวงเสียอีกเพราะมีคนอยากรู้จักมากขึ้น
 
ไม่มีใครทราบว่าท้ายที่สุดแล้วริจจังนั้น ไม่ฉลาดจริงหรือไม่แต่คาแรกเตอร์ลักษณะนี้ของเธอติดตัวไปตลอดช่วงที่อยู่ในวง และเธอมักจะได้แอร์ไทม์จากบุคลิกแบบนี้เช่นกันกับกรณีไข่มุก BNK48 ไม่ว่าการที่เธอตอบคำถามผิดด้วยความไม่รู้หรือความตั้งใจเพื่อเป็นสีสันของรายการ แต่ก็ทำให้เธอเป็นที่พูดถึงไปตลอดช่วง 2-3 วันที่จะถึงนี้ แม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จักเธอ หรือไม่รู้จักวงก็ต้องมาให้ความสนใจ
 
แล้วสังคมไทยล่ะคาดหวังอะไรกับไอดอล จะต้องเป็นคนฉลาด เรียนเก่ง น่ารัก หรือเพอร์เฟกต์ (อ่านเพิ่มเติมที่ เรื่องเรียนก็ลุ้น เรื่องคุณ(โอตะ) ก็รัก ว่าด้วย BNK48 กลุ่มไอดอลที่(อาจจะ)เรียนหนักที่สุดในโลก) หรือเพียงแค่สามารถให้ความสุขกับแฟนๆ แต่ละคน ในแบบที่ตัวเองเป็นหรือตัวเองอยากจะสื่อสารกับแฟนๆ ที่ชื่นชอบก็เพียงพอแล้ว เหมือนท่อนหนึ่งของเพลง Haste to Waste ได้ร้องว่า
 
 jinsei de daiji na no wa
atama no yosa nanka ja nai
mawari no hito ni yuuki ataeru 
wakamono hitodasuke kawae-
 
ที่แปลว่า “ความสำคัญของชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดของเราเท่านั้น แต่อยู่ที่ความมุ่งมั่นในการใช้จิตใจที่ดีช่วยเหลือคนอื่น นี่ล่ะคาวาเอย์”  อยู่ที่ว่าสิ่งที่ ไข่มุก BNK48 ทำนั้นสร้างความสุขให้กับแฟนๆ ได้มากแค่ไหน ในสังคมที่เราคาดหวังกับการที่ไอดอลต้องดูฉลาดตลอดเวลา แต่ในบางตำแหน่งที่ควรฉลาดเรากลับเฉยชาในสิ่งที่เขาแสดงออก ก็ดูไร้ซึ่งความหวัง