x

ซานตาคลอสเป็นบุคคลในตำนานที่ถูกจิตนาการขึ้นมาโดยมี “นักบุญนิโคลาส” ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นต้นแบบ (เซนต์นิโคลาส ชาวดัตช์เรียกว่า “ซินเตอร์คลาส” คนจึงเชื่อว่าชาวดัตช์นี่แหละที่เอาตำนานของนักบุญท่านนี้ข้ามฝั่งไปยังอเมริกา) 
 
นักบุญนิโคลาส บิชอปแห่งไมรา “เชื่อกันว่า” เป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงอยู่ในเขตเอเชียน้อยที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของประเทศตุรกี เสียชีวิตลงในปี 343 ศพของท่านถูกฝังไว้ที่โบสถ์แห่งไมรา ถึงศตวรรษที่ 6 ที่ฝั่งศพของท่านก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในบรรดานักแสวงบุญ 
 
จนเข้าศตวรรษที่ 11 นักเดินเรือชาวอิตาลีก็ได้ไป “ขโมย” ศพของท่านเอาไปเก็บไว้ที่เมืองบารีในอิตาลี จนทำให้บารีกลายเป็นที่แสวงบุญแห่งใหม่ และทำให้ตำนานของนักบุญนิโคลาสเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในยุโรป
 
แต่กระดูกของท่านก็มิได้มีอยู่ที่อิตาลีที่เดียว ยังมีเศษกระดูกที่อ้างว่าเป็นของนักบุญนิโคลัสกระจัดกระจายอยู่มากมาย จนไม่รู้ว่าควรจะเชื่อข้ออ้างของฝ่ายไหนดี
 
ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้โอกาสให้เข้าไปพิสูจน์เศษกระดูกเชิงกรานที่เคยถูกเก็บรักษาอยู่ในฝรั่งเศสมานาน แต่ตอนนี้อยู่ในความครอบครองของบาทหลวงเดนนิส โอนีล จากอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรก
 
รายงานของบีบีซีกล่าวว่า การพิสูจน์อายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีโดยฝ่ายโบราณวัตถุ (Relics Cluster) แห่งศูนย์วิทยาการขั้นสูง (Advanced Studies Center) วิทยาลัยเคเบิล (Keble College) ของออกซ์ฟอร์ดยืนยันว่า ชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าว มาจากมนุษย์ที่มีชีวิตร่วมสมัยกับนักบุญนิโคลาสจริง
 
นี่จึงนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในการตามหาซากศพของนักบุญนิโคลาสตัวจริง หลังจากที่การพิสูจน์หลายครั้งที่ผ่านมาต่างพบว่า กระดูกที่อ้างเป็นของที่มีอายุเกิดหลังช่วงชีวิตของนักบุญในตำนานทั้งนั้น
 
ก้าวต่อไปของนักวิจัยก็คือ การพิสูจน์ “ดีเอ็นเอ” ว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้งหลายที่อ้างกันว่าเป็นของนักบุญนิโคลัสนั้นมาจากบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ โดยเฉพาะโครงกระดูกซึ่งถูกเก็บรักษาในบารี ซึ่งไม่มีกระดูกส่วนเชิงกรานพอดี
 
ขณะเดียวกันศาสตาจารย์ทอม ไฮแกรม (Tom Higram) ผอ.ศูนย์ฯ บอกว่าผลการพิสูจน์ของพวกเขาไม่อาจช่วยยืนยันได้ว่า กระดูกทั้งหลายนั้นเป็นของนักบุญนิโคลาส แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้แน่ๆ คือการหาข้อพิสูจน์ว่ามัน “ไม่จริง”