x

อารีธา แฟรงคลิน เจ้าของฉายาราชินีเพลงโซล เสียชีวิตลงด้วยวัย 76 ปี จากโรคมะเร็งตับอ่อน อารีธา คือศิลปินเจ้าของบทเพลงดังอย่าง ‘Respect’, ‘(You Make Me Feel Like) A Natural Woman’, ‘Think’  และ ‘Spanish Harlem’
 
อารีธา แฟรงคลิน เกิดที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ปี 1942 เธอโตมาในครอบครัวนักดนตรีในโบสถ์ คุณพ่อของเธอเป็นนักเทศน์ ส่วนแม่ของเธอก็เป็นนักร้องและนักเปียโน แฟรงคลิน เริ่มเรียนรู้การเล่นเปียโนจากการใช้หู และในวัย 10 ขวบเธอเริ่มร้องเพลงในโบสถ์ครั้งแรกต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
 
ชีวิตเริ่ม “พัง”  
 
ชีวิตของแฟรงคลิน ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอต้องประสบปัญหาครอบครัวเมื่อพ่อและแม่ของเธอได้หย่าร้างกัน ในตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น นับตั้งแต่ตอนนั้นชีวิตในวัยเด็กของเธอก็เริ่ม “พัง” ขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะหย่าร้างกับสามีแต่ บาร์บารา ก็ไม่เคยห่างจากลูกน้อย เธอมักจะเดินทางจากบัฟฟาโล่มายังดีทรอยต์เพื่อเยี่ยมอารีธา แต่ใครจะไปคิด อยู่ดี ๆ บาร์บารา ก็เสียชีวิตจากโรคหัวใจวาย
 
กลายเป็นคุณแม่ยัง “เด็ก” 
 
ในวัย 12 ปี อารีธา พบรักกับ “โดนัลด์ เบิร์ก” ชายหนุ่มที่เธอรู้จักที่โรงเรียน ซึ่งไม่กี่เดือนต่อมา อารีธา ก็ตั้งท้องลูกคนแรกโดยใช้ชื่อตามพ่อของเธอ “คลาเรนซ์” อารีธาถือเป็นคนที่ชอบเรียนหนังสืออย่างมาก การมีลูกทำให้เธอต้องออกจากโรงเรียนเป็นการชั่วคราวจากการเปิดเผยของอาร์มา พี่สาวของอารีธา 
 
“อารีธา กลับไปเรียนหนังสือหลังจากที่มี คลาเรนซ์ แล้ว เธอเป็นคนที่หัวไว และทำได้ดีในทุกคลาสที่เรียน” 
 
สองปีต่อมา อารีธา ก็ได้ให้กำเนิดลูกชายคนที่สอง “เอ็ดเวิร์ด” (ตอนนี้อายุ 61 ปี) สุดท้าย อารีธา ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อมุ่งมั่นกับการร้องเพลง
 
“เราต่างอยู่ท่ามกลางยุคนักร้องสาวอายุน้อย ผู้ที่สละเวลาของลูก ๆ เพื่ออาชีพการงาน เรารู้ว่ามันเป็นอย่างไร เราต่างทำมันด้วยความรู้สึกผิด” อาร์มา
 
อารีธา เคยเปิดเผยว่า ด้วยการที่เป็นคุณแม่ยังสาว คุณยายและพี่สาวของเธอ คือคนที่ช่วยเธอเลี้ยงลูกในยามที่เธอต้องการออกไปใช้ชีวิต ตามภาษาวัยรุ่น
 
“ฉันยังต้องการออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง ฉันต้องการอยู่สองที่ในเวลาเดียวกัน แต่คุณยาย ช่วยฉันมาก ๆ เช่นเดียวกันพี่สาวและญาติของฉัน พวกเค้ากลายเป็นพี่เลี้ยงเด็ก นั่นทำให้ฉันสามารถออกจากบ้านได้บางครั้ง”
 
อารีธา ไม่เคยตอบสัมภาษณ์สื่อถึงคำถามเหล่านี้ เธอมักจะชอบเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองเสมอ ซึ่ง อาร์มา ให้คำนิยามช่วงชีวิตของ อารีธา ว่าในวัยเด็กว่า “silent suffering” หรือแปลเป็นไทยว่า ความทุกข์ที่ไร้เสียง
 
 
 
เข้าวงการเพลง “จริงจัง”
 
อารีธา ในวัย 14 ปี ถูกดันเข้าสู่วงการเพลงโดย คลาเรนซ์ ที่ทำหน้าที่ทั้งพ่อและผู้จัดการส่วนตัว เธอได้เซ็นต์สัญญากับค่าย JVB Records ก่อนที่จะออกอัลบั้มกอสเปลชุดแรก ‘Songs Of Faith’ ในปี 1956 แซม คุ๊ก นักร้องชื่อดังได้แนะนำเธอหันให้มาทำเพลงที่ “ป๊อป” มากขึ้น อารีธาในวัย 18 ปีถูกหลายค่ายใหญ่ตามจีบทั้ง Tamla และ RCA ก่อนจะตัดสินใจไปอยู่กับ ​Columbia Records ในปี 1960
 
อาชีพนักร้องของเธอยังไม่โดดเด่นมากนักเมื่ออยู่ที่ Columbia ผลงานเด่นที่สุดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเพลง ‘Rock-A-Bye Your Baby With A Dixie Melody’ ที่ทะยานขึ้นไปติดท็อป 40 ของชาร์ท Billboard ในปี 1961
 
ในปี 1966 อารีธา ย้ายไปอยู่กับค่าย Atlantic Records และที่นั่นชื่อเสียงของเธอโด่งดังเป็นวงกว้าง หลังจากเพลง ‘I Never Loved A Man (The Way That I Love You)’  และ ‘Respect’ ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ท Billboard อารีธา ถือเป็นไอคอนนักร้องแนวโซลต้นแบบ เธอโด่งดังเรื่อยมาตั้งแต่นั้นจนไปถึงต้นยุค ’70s  นิตยสาร TIME นำเธอไปขึ้นปกพร้อมแคปชั่นว่า “the sound of soul” ในปี 1968 อีกกว่า 6 ทศวรรษต่อมาเธอได้ฝากผลงานสตูดิโอกว่า 31 ชุด ชนะรางวัลแกรมมี อวอร์ดส ถึง 18 ครั้ง
 
ในปี 2005 อารีธา ได้ถูกเชิญไปทำเนียบขาวเพื่อรับ “เหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom)” ของสหรัฐอเมริกาจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช 
 
 
เฟมินิส “ตัวแม่”
 
นอกจากบทบาทการเป็นศิลปินแล้วนั้น ในด้านสังคมเธอยังเป็นเฟมินิสตัวแม่ และเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษย์ตัวเป้งคนนึง 
 
 ‘Respect’ เพลงดังของอารีธา (จากผลงานต้นฉบับของ ออร์ทิส เรดดิ้ง) กลายเป็นเพลงชาติของเหล่า เฟมินิส เพื่อการออกแสดงจุดยืนด้านสิทธิสตรี นอกจากนี้ อารีธาคือบุคคลเดียวที่มีเพลงมากกว่าหนึ่งร้อยเพลงติดชาร์ทใน US Billboard chart เพลงของเธอเหล่านั้นคือสัญลักษณ์ของความหวังและความทะเยอทะยาน ซึ่งไม่แปลกที่เธอจะถูกเรียกอีกหนึ่งฉายาว่า “เสียงของคนอเมริกันผิวสี”
 
“ประวัติศาสตร์ของชาวอเมริกันจะเต็มเปี่ยมเมื่ออารีธาร้องเพลง ไม่มีใครที่จะเต็มไปด้วยความเชื่อมโยงกับดนตรีแบบแอฟริกัน-อเมริกัน บลูส์, อาร์แอนด์บี และ ร็อกแอนด์โรลล์ ได้เท่าเธอ อารีธา นำเสนอดนตรีที่มีทั้งความเศร้าและความยากลำบาก ให้เปลี่ยนเป็นพลัง, ความสวยงาม และความหวังได้” บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดถึงเธอเมื่อปี 2015 
 
 
”Lady Soul" ชื่อนี้ “ตลอดไป”
 
คำว่า ”Lady Soul" ชื่อของอัลบั้มชุดที่สิบสี่ ถูกนำมาใช้เรียกเป็นอีกหนึ่งฉายาของอารีธา นักร้องรุ่นน้องคนดังอย่าง นาตาลี โคล, วิทนีย์ ฮุสตัน, หรือ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ก็ต่างมีไอดอลคนเดียวกันก็คือ “อารีธา” วิทนีย์ ฮุสตัน ผู้ล่วงลับ เคยให้พูดถึงไอดอลของเธอคนนี้ว่า
 
“ฉันจำได้ตอนอายุ 12 ฉันมักจะลงไปที่ห้องใต้บันไดที่ แม่ได้เก็บแผ่นเสียงเอาไว้ ฉันมักจะนำผลงานของอารีธามาเปิดและร้องตามเสมอ ฉันมักปิดตาและจินตนาการว่าตัวเองอยู่บนเวที”
 
อารีธา ถูกพบว่าเป็นมะเร็ง เมื่อปี 2010 ด้วยสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมเธอประกาศอำลาวงการเพลงในปี 2017 ก่อนเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมด้วยวัย 76 ปี