x

หลายเมืองในยุโรปที่ตกเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะการท่องเที่ยวเกินพอดี ซึ่งกลายเป็นผลกระทบต่อทั้งสภาวะแวดล้อมและชาวบ้านที่ต้องอาศัยในย่านท่องเที่ยวที่อาจต้องเจอกับความวุ่นวายยามค่ำคืน และมารยาทแย่ๆ ของนักท่องเที่ยวที่อาจอยู่ในสภาพมึนเมา
 
อัมสเตอร์ดัม เมืองท่าเก่าแก่ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีประกรอยู่ราวๆ 1 ล้านคน แต่มีนักท่องเที่ยวมาปีนึงราว 20 ล้านคนก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้ 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยความที่คนภายนอกมองว่าอัมสเตอร์ดัมคือเมืองคนบาปที่มีทั้งกัญชาและโสเภณีถูกกฎหมาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่จึงทำตัวสำมะเลเทเมากันเต็มที่ ชาวบ้านหลายคนต้องทนฟังเสียงคนเมาตะโกนโหวกเหวกกันตอนตีสามตีสี่
 
ย่านโสเภณีซึ่งอยู่ร่วมกับคนท้องถิ่นมาเป็นร้อยๆ ปีอย่างสงบสุข แบบที่เด็กผู้หญิงท้องถิ่นตัวเล็กๆ เวลาเดินผ่านยังโบกมือทักทายให้กับบรรดาผู้หญิงขายบริการ ตอนนี้ต้องเจอกับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักมารยาทและการให้เกียรติกับคนทำงานบริการ
 
การที่นักท่องเที่ยวมีจำนวนมากยิ่งกว่าคนท้องถิ่น ร้านค้าต่างๆ จึงขายแต่สินค้ารองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ขณะที่ของใช้ในชีวิตประจำวันของคนที่อยู่จริงๆ ทุกวันกลายเป็นของหายาก
 
ด้วยเหตุนี้ทางเมืองอัมสเตอร์ดัมจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อจำกัดการท่องเที่ยวเกินพอดี รายงานของ NPR กล่าวว่า ทางเมืองกำลังพิจารณาเพิ่มภาษีโรงแรมในเมืองขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 6 เปอร์เซนต์ และห้ามการปล่อยเช่าห้องระยะสั้นทาง Airbnb แอพแชร์ที่พักยอดนิยมในย่านใจกลางเมือง รวมถึง “เบียร์ไบก์” รถดัดแปลงคล้ายตู้รถไฟแต่ใช้การปั่น ซึ่งให้บริการพาชมเมืองพร้อมกับจิบเบียร์ไปด้วย
 
อัมสเตอร์ดัมยังพยายามจัดแพกเกจทัวร์ใหม่เพื่อดึงนักท่องเที่ยวออกจากตัวเมืองเช่นชายหาดที่ชาวบ้านเรียกกันว่า Zandvoort และเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวว่าชายหาดอัมสเตอร์ดัม พร้อมกันนี้ยังมีการเผยแพร่สื่อวิดีโอโดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชายอายุประมาณ 18-34 ปี เพื่อเตือนให้พวกเขาเลี่ยงพฤติกรรมการฉี่หรือการสร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะซึ่งอาจต้องโทษปรับสูงถึง 140 ยูโร (ราว 5,340 บาท)