“All Thai Taxi” อีกหนึ่งไลน์ธุรกิจของนครชัยแอร์ที่เคยได้รับความสนใจจากโมเดลธุรกิจแท็กซี่ที่มีแนวโน้มยกระดับคุณภาพบริการแท็กซี่ส่วนบุคคล และถูกมองว่าเป็นฮีโร่ที่จะช่วยแก้ปัญหาผู้โดยสารถูกปฏิเสธได้จากระบบจ่ายเงินเดือน และมีส่วนแบ่งรายได้ให้ “ผู้ขับแท็กซี่” แต่ดูเหมือนว่าระบบเงินเดือนที่เหมือนเป็น “ฮีโร่” มาช่วยการันตีรายได้ให้ผู้ขับจะไม่ยั่งยืนนัก สุดท้ายต้องกลับมาเป็นระบบเช่า-เช่าซื้อ และหันมาสร้างไลน์ “แท็กซี่วีไอพี” เพิ่มเติม
 
ปี 2558 บริษัทนครชัยแอร์ เริ่มต้นธุรกิจไลน์ All Thai Taxi พร้อมกับเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจที่ทันสมัยซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วงการธุรกิจและผู้สนใจบริการคาดว่า ระบบจะช่วยยกระดับคุณภาพบริการและแก้ปัญหาสำคัญสำหรับผู้โดยสารที่มักประสบเหตุถูกแท็กซี่ปฏิเสธด้วยเหตุผลต่างๆนานา 
 
โมเดลที่นครชัยแอร์นำเข้ามาและสร้างเสียงฮือฮาคือระบบให้เงินเดือนคนขับแท็กซี่ (ในเว็บไซต์ระบุว่า 13,000 บาทขึ้นไป), ส่วนแบ่งรายได้ (คอมมิชชั่น), ค่าล่วงเวลา และประกันสังคม
 
แม้รายละเอียดรับสมัคร “ผู้จัดการรถ” หรือในภาษาที่คนทั่วไปคุ้นเคยว่า “คนขับรถ” ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทยังระบุรายละเอียดผลตอบแทนข้างต้นอยู่ (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มิถุนายน) แต่ในโลกสื่อสังคมออนไลน์มีผู้ส่งต่อเรื่องเล่าจากการทำงานของ “ผู้จัดการรถ” ในช่วงที่ผ่านมาว่า ระบบเงินเดือน ถูกปรับเปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว
 
ภาพจาก allthaitaxi.com

เมื่อโทรศัพท์สอบถามที่สำนักงานบริษัท ออลไทยแท็กซี่ จำกัด ผู้รับสายยืนยันว่า ไม่มีระบบเงินเดือนแล้ว เหลือแค่เช่าซื้อ และเช่ารายวัน สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสอบถามผู้ขับรถของ All Thai Taxi 4 ราย ซึ่งทั้ง 4 รายขับแบบเช่าซื้อทั้งหมด และมี 1 รายซึ่งเคยขับแบบรับเงินเดือนและเล่าว่า ต้องเปลี่ยนจากรับเงินเดือนเป็นแบบเช่าซื้อ และเช่ารถรายวันคล้ายกับลักษณะสหกรณ์แท็กซี่เดิมเพราะถูกยกเลิก ทั้งที่คิดว่าระบบเงินเดือนให้ประโยชน์ได้มากกว่า 
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังฝ่ายประสานงานของผู้บริหารบริษัท ผู้ประสานงานยืนยันว่า บริษัทยังมี 3 ระบบอยู่ คือจ่ายเงินเดือน, เช่าซื้อรถ และเช่ารถรายวัน ถือเป็นทางเลือกสำหรับ “ผู้จัดการรถ” 
 
ผู้ขับรถรายหนึ่งที่เข้ามาขับแท็กซี่ทันช่วงระบบค่าตอบแทนแบบ “เงินเดือน” เล่าว่า เริ่มต้นเข้ามาขับและรับเงินเดือนเมื่อปี 2559 จนถึงปี 2560 (ที่เขาเปลี่ยนไปเป็นแบบเช่าซื้อ) โดยช่วงที่ได้รับเงินเดือน เงินรายเดือนที่ได้ใกล้เคียงกับอัตราที่ระบุในรายละเอียดรับสมัครในเว็บไซต์ (13,000 บาท) มีค่าคอมมิชชั่น ค่าล่วงเวลา และยังมีเงินพิเศษกรณีผลงานดี 
 
ระบบ All Thai Taxi แบบค่าตอบแทนที่มีเงินเดือนแบ่งกะให้ “ผู้จัดการรถ” เป็น 2 กะ ผลัดละ 12 ชั่วโมงคือ 8.00-20.00 และ 20.00-8.00 แต่ละกะมีเวลาพัก 2 ชั่วโมง ขับสัปดาห์ละ 6 วัน แต่บางรายขับในวันหยุดด้วยเพื่อรับเงินค่าล่วงเวลา
 
เดิมทีระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการบริการ เมื่อ “ผู้จัดการรถ” มีสวัสดิการที่ดี ได้รับการันตีเรื่องรายได้แล้ว ปัญหาเรื่องปฏิเสธผู้โดยสาร หรือไม่คิดตามค่ามิเตอร์ก็ย่อมลดลงได้มาก อย่างไรก็ตาม ระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับและยกระดับชีวิตผู้ขับแท็กซี่ยังมีช่องโหว่อยู่
 
แม้ผู้ขับรถรายนี้ยอมรับว่า ระบบเงินเดือนแบ่งเบาภาระเรื่องค่าตอบแทนได้มากระหว่างที่ขับรถของออลไทยแท็กซี่ ในช่วงที่ยังใช้ระบบเงินเดือนเป็นเวลาเกือบ 1 ปี แต่ที่ผ่านมาเคยได้ยินเรื่องคนขับรถจอดรถนอนหลับ หรือไม่ออกขับรถตามเวลาในกะจริงแต่ไม่เคยพบเห็นด้วยตัวเอง  
 
เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบเช่าซื้อรถ ผู้ขับรายนี้มองว่า ระบบเช่าซื้อมีส่วนทำให้ผู้ขับบางรายปฏิเสธผู้โดยสาร แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารที่โบกตามทางจะลดลงเนื่องจากมีช่องทางแอปพลิเคชั่นต่างๆ เข้ามาเป็นทางเลือกให้แล้วก็ตาม 
 
แท็กซี่ส่วนใหญ่ต่างเปิดรับผู้โดยสารผ่านแอปฯของบริษัทเอง หรือแอปฯเรียกแท็กซี่อื่นเช่น Grab และ Line รวมไปถึงรับผู้โดยสารแบบเหมาจากโรงแรม บางรายที่ขับแท็กซี่ตามท้องถนนปกติก็ปิดไฟ “ว่าง” ไว้ตลอด 
 
ช่วงที่ขับแบบรับเงินเดือนแบ่งเบาภาระได้ พอมาระบบเช่าซื้อจะให้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่ารายวัน 750 บาท ค่าน้ำมันออกเองวันละ 700-800 บาทต่อวัน (รถพริอุสกินน้ำมัน) ตอนนี้หารายได้ต่อวันต่ำกว่า 2,000 บาทก็เข้าเนื้อ ต้อง 2,500-3,000 บาทถึงพอมีเหลือขั้นต่ำสุดที่วันละ 500 บาท ยิ่งตอนนี้น้ำมันแพง ไหนจะอะไหล่แพงอีก”
 
สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยและการแก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร ผู้ขับรถแท็กซี่แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจว่า คนไทยมักพลิกแพลงได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบ GPS หรือกล้อง CCTV ในรถ ถ้าระบบบริหารหย่อนยานเท่ากับว่าทำให้เกิดช่องโหว่ และแน่นอนว่าการบริหารต้องรัดกุมในการป้องกัน อุดรูโหว่เหล่านี้ให้ดีด้วย
 
ผู้ขับรายนี้ยังเล่าว่า อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเรื่องสวัสดิการอย่างเช่นเรื่องระบบประกันสุขภาพ ไปจนถึงการปรับเพิ่มค่ามิเตอร์ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากขึ้น 
 
แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าระบบเงินเดือนของ All Thai Taxi ยังมีอยู่ หรือหายไปแล้วด้วยเหตุผลใด โดยยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลจากผู้บริหารงานโดยตรง แต่ข้อมูลที่ปรากฏในตอนนี้ฉายสภาพบริบทและระบบขนส่งส่วนบุคคลในสาธารณะได้ว่าภาพที่คนทั่วไปสัมผัสกับภาพที่ผ่านการรับรู้ของหน่วยงานเอกชนหรือแม้แต่รัฐมีส่วนที่ไม่ตรงกันหลายจุด ประชาชนยังรอการปรับจูนให้ตรงกันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอยู่เสมอ