x

แนวคิดการขึ้น ‘ภาษีบาป’ ที่จัดเก็บจากบุหรี่ และยาสูบ โดยเชื่อว่าจะช่วยควบคุมการบริโภคของประชาชนให้ลดน้อยลงนั้น อาจส่งผลเสียให้กับประเทศชาติมากกว่าที่เราคิด ทำไมเป็นเช่นนั้น

...
 
ภาษีจากบุหรี่หนึ่งม้วนไปอยู่ที่ไหน?
 
พระราชบัญัติภาษีสรรพสามิตร พ.ศ. 2560 จัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ในอัตราแบบผสม ระหว่างอัตราตามสภาพ (Specific Rate) และอัตราตามมูลค่า (Ad Valorem Rate) โดยใช้ ‘ราคาขายปลีกแนะนำ’ เป็นฐานในการคำนวณภาษีทั้งสองอัตราผสมกัน โดยการจัดเก็บภาษีตามปริมาณนั้น กรมสรรพสามิตจะเก็บบุหรี่ม้วนละ 1.20 บาท หรือ ซองละ 24 บาท 
 
จากนั้นทั้งผู้นำเข้า และโรงงานยาสูบ ต้องเสียภาษีตามมูลค่าด้วย ซึ่งมี 2 อัตรา คือ สำหรับบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกเกินซองละ 60 บาท ต้องเสียภาษีตามมูลค่าอีก 40% ส่วนราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาทต่อซอง เสียภาษีตามมูลค่า 20% เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นให้เสียภาษีที่อัตรา 40% ของราคาขายปลีก (มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562)
 
โดยภาษีปัจจุบันของบุหรี่ที่มีราคาขายปลีก 60 บาท หนึ่งซอง แบ่งโดยประมาณ
 
  • ภาษีสรรพสามิต 35.21 บาท
  • ภาษีเพื่อมหาดไทย 3.52 บาท
  • เงินบำรุง สสส. 0.70 บาท
  • เงินบำรุง Thai PBS 0.52 บาท
  • เงินบำรุงกองทุนกีฬาฯ 0.70 บาท
  • เงินบำรุงกองทุนผู้สูงอายุ 0.70 บาท
  • ภาษี อบจ. 1.86 บาท
  • VAT 3.92 บาท
     
รวมภาษีทั้งหมด 47.13 บาท จากราคาซองละ 60 บาท หรือ 78% !!!
 
การเก็บภาษีจากบุหรี่ได้เป็นจำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ดี แล้วปัญหาอยู่ที่ตรงไหน?

...
 
บุหรี่ยิ่งแพงยิ่งเก็บภาษีได้น้อยลง
 
ตามหลักอุปสงค์อุปทานเวลาบุหรี่มีราคาแพงขึ้นคนมีสองทางเลือกคือ หนึ่งลดละเลิกการสูบบุหรี่ กับทางเลือกที่สอง คือ หาบุหรี่ที่ถูกกว่ามาสูบ สำหรับสิงห์อมควันส่วนใหญ่ มักจะเลือกทางเลือกที่สอง คือการหาบุหรี่ที่ราคาถูกกว่ามาสูบ นั้นหมายถึง บุหรี่เถื่อนที่ไม่ต้องเสียภาษีราคาแพง
 
ก่อนอื่นต้องนิยามคำว่าบุหรี่เถื่อนก่อน บุหรี่เถื่อนหมายถึงบุหรี่ผิดกฎหมาย ที่ครอบคลุมตั้งแต่
 
  1. บุหรี่ที่ผลิตจริงจากโรงงานที่ถูกกฎหมาย และนำไปขายในช่องทางที่ผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องเสียภาษี
  2. การผลิตบุหรี่ปลอมเลียนแบบยี่ห้อที่ถูกกฎหมาย แล้วนำไปจำหน่ายที่แน่นอนว่าเสียภาษีไม่ได้อยู่แล้ว
  3. การลักลอบนำเข้าบุหรี่ที่ไม่มีแสตมป์สรรพสามิตของไทย ทั้งแบบที่ถูกกฎหมาย คือ นำเข้าในปริมาณที่กฎหมายกำหนด และนำเข้าเป็นจำนวนมาก จากด่านผ่านแดนต่างๆ หรือที่เรียกกันว่าฝากหิ้วบุหรี่เข้าประเทศนั่นเอง
     
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ปี 2012 ระบุสัดส่วนของบุหรี่ผิดกฎหมายคิดเป็น 9% ของตลาดบุหรี่ทั่วโลก ซึ่งตีเป็นมูลค่ามากกว่า 31,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท !!!
 
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา พร้อมกับการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ และเรียกเก็บภาษีเพื่อมหาไทยที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้นั้น ทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้นตามกฎหมาย อย่างต่ำซองละ 60 บาท อาจเพิ่มเป็น 85-90 บาท ในปีหน้า (หลังการเก็บภาษีจากราคาขายปลีกที่ 20% เพิ่มเป็น 40%) 
 
เปรียบเทียบกับบุหรี่ผิดกฎหมายที่มีราคาเพียง 15-20 บาท ซึ่งถูกกว่าหลายเท่าตัว ทำให้ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ที่ไม่เสียภาษีถูกต้อง และอาจทำให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเข้ามาขายในประเทศมากยิ่งขึ้น


...
 
บุหรี่เถื่อนอยู่ที่ไหนบ้าง?
 
จากการสำรวจโดยบริษัทวิจัยนีลเส็น ที่สำรวจจากซองบุหรี่เปล่าที่ทิ้งแล้ว (Empty Pack Survey) จำนวน 10,000 ซอง แสดงสัดส่วนบุหรี่ที่ไม่เสียภาษี เพิ่มขึ้นกว่า 6.6% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 จากเดิมเพิ่มขึ้น 2.9% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 โดยบุหรี่ไม่เสียภาษีนี้กว่า 80% เป็นบุหรี่ที่ผิดกฎหมาย มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นบุหรี่ที่นักท่องเที่ยวถือติดตัวมาภายใต้โควต้าปลอดภาษีตามกฎหมาย
 
จุดที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ จังหวัดในภาคใต้ ที่พบอัตราบุหรี่ไม่เสียภาษีพุ่งสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่เทียบกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ พบว่าบุหรี่ไม่เสียภาษีจากมาเลเซียมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของบุหรี่ในตลาด โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนบุหรี่ไม่เสียภาษีมากที่สุด 4 จังหวัดแรก คือ

 
  1. สงขลา (หาดใหญ่) 76.6%
  2. สตูล 66.9%
  3. นราธินาส 46.0%
  4. นครศรีธรรมราช 26.9%

...
 
ผลกระทบของบุหรี่เถื่อน
 
ผลกระทบของบุหรี่เถื่อน ที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากจากการขึ้นภาษีบุหรี่ ถึงทำร้ายประเทศไทยในหลายๆ ด้านคือ
 
1. ประเทศไทยสูญเสียรายได้จำนวนมากจากภาษีบุหรี่
จากสัดส่วน 6.6 ของบุหรี่ไม่เสียภาษี หรือเป็นบุหรี่กว่า 100 ล้านซอง เท่ากับว่าประเทศไทยสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตไปกว่า 3,600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ไม่รวมภาษีอื่นๆ อย่างเช่นภาษีอบจ. ที่ อยจ. สงขลาจัดเก็บได้เพียง 10 ล้านบาทในปี 2561 จากเดิมที่เคยจัดเก็บได้กว่า 85 ล้านบาทในปี 2558
 
2. บุหรี่ผิดกฎหมายทำลายสุขภาพมากกว่าบุหรี่ถูกกฎหมาย
จากราคาที่ถูกของบุหรี่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงคุณภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ บุหรี่ไม่เสียภาษี อาจทำให้กลุ่มเยาวชนและผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงบุหรี่ได้มากยิ่งขึ้น 
 
3. ระบบเศรษฐกิจถูกกฎหมายได้รับความเดือนร้อน
ตามหลักอุปสงค์อุปทาน ผู้บริโภคย่อมซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่า โดยเฉพาะบุหรี่ไม่เสียภาษีที่มีราคาแตกต่างกันกว่า 3 เท่าตัว ทำให้เศรษฐกิจในระบบของประเทศไทยถูกทำลาย แล้วไปสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบอุปถัมภ์ที่อยู่เบื้องหลังสีเทาของธุรกิจบุหรี่ไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศไทย

.....

ที่มา :
https://www.oxfordeconomics.com/asia-illicit-tobacco