GM นัดหมายพูดคุยกับศิลปินวัยยี่สิบต้นๆ เจ้าของเพลงฮิต ‘ก่อนฤดูฝน’ เพลงที่เคยเป็นกระแสถึงความไพเราะและซ่อนท่อนแร็ปกลางเพลงจนใครที่ฟังแล้วอยากจะฟังซ้ำ ไขความหมายของเนื้อร้องท่อนนี้ เดอะทอยส์ เป็นชื่อในวงการของ ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน เขาเป็นทายาทของนักร้องคุณภาพอย่างคุณแม่นิตยา บุญสูงเนิน และเป็นหลานรักของคุณเจินเจิน บุญสูงเนิน
 
แม้เกิดและเติบโตในครอบครัวของนักร้องนักดนตรี แต่จากประสบการณ์แล้ว ทอย-ธันวา เล่าเหมือนเดิมทุกครั้งว่า คุณแม่ไม่ได้ห้ามและไม่ได้ถึงกับสนับสนุน เส้นทางการเป็นนักดนตรีและโปรดิวเซอร์ทำงานเพลงตั้งแต่อายุ 16-17 ของเขามาจากการแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองบนอินเทอร์เน็ตล้วนๆ ในช่วงเริ่มต้นเขามีแค่กีตาร์โปร่งกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น
 
ทอยจึงมีฉายาว่า ‘ทอย กีตาร์ยืม’ เขาเคยคว้าแชมป์ในรายการ Overdrive Guitar Contest ประจำปี 2015 ที่ปราชญ์ มิวสิค กรุ๊ป จัดขึ้น เขาทดลองทำเพลงส่งและยืมกีตาร์เพื่อนไปขึ้นเวทีด้วยความสนุก โดยเดโมที่ทำประกวด เขาไม่ทำเพลงร็อค-เมทัล แบบที่ยอดฝีมือคนอื่นทำ แต่กลับใส่ทำนองเพลง EDM เจือด้วยเสียงกีตาร์โซโลประปราย ถือเป็นความแปลกใหม่ พร้อมกับเล่นกีตาร์ด้วยความครีเอทีฟ ไม่ได้ใช้ชั้นเชิงของทฤษฎีโน้ตแต่อย่างใด เขาเรียกเสียงฮือฮาขึ้นเป็นมือกีตาร์หมายเลข 1 บนเวที ชนิดตราตรึงใจผู้ชมด้วยความกลมกล่อมของซาวนด์ ทอยเริ่มต้นเล่าเรื่องยูทูบเบอร์ของตัวเองว่า
 
“ถ้าอยากรู้เรื่องอะไร สนใจการเล่นกีตาร์แบบไหน ที่พึ่งของผมคือยูทูบ ผมจะคีย์เข้าไปหา ดูคลิปหนึ่งจบ ก็จะดู See Also คลิปที่ระบบจัดการไว้ให้ว่าคนเขาดูอะไรบ้าง ผมฝึกเล่นกีตาร์ด้วยการนั่งดูเล่นตาม แต่ละเพลงกว่าจะประกอบทุกท่อนเล่นได้ครบ ก็ใช้เวลาเป็นสัปดาห์”
 
เมื่อถามถึงการริเริ่มเป็นโปรดิวเซอร์ ทำเพลงป้อนยูทูบ ผ่านแชนเนลของตัวเอง ทอยหยุดคิดและเปิดประเด็นใหม่ว่า ‘ดนตรีก็คือภาษา’ ถ้าเราอยากพูดได้ เราจะพยายามพูดมันให้ได้ จากการฟัง การฝึก การหาช่องทาง เทียบเสียงไปเรื่อยๆ
 
“ผมว่าการทำดนตรีสำหรับผม คือการเข้าใจว่าดนตรีก็คือภาษาหนึ่งที่เราเรียนรู้กันได้ ที่ผมพูดภาษาไทยได้ ผมก็ไม่ได้เรียนภาษาไทยที่โรงเรียน เราฟังเยอะ เราแกะ เราทำไปเลย เราพูดไปเลย มันจะมีทางไปของมันเอง จากคำก็เป็นประโยค จากประโยคก็เป็นการสื่อสาร ผมสนใจดนตรีในแง่ที่เป็นภาษา เราสนุกและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอด ไม่มีถูกหรือผิด”
 
ทอยใช้เวลาช่วงสำคัญเรียนรู้และทดลองทำงานเพลงขึ้นบนแชนเนล The Toys ทั้งการเล่นคัฟเวอร์เพลงศิลปินคนอื่นในแบบของตัวเอง การทำงานเพลงของตัวเอง ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะได้รับการเสนอเซ็นสัญญากับค่ายเพลง What the Duck จนสร้างเพลงฮิตอย่าง ‘ก่อนฤดูฝน’ ที่ได้ฟังกันอยู่ก่อนหน้านี้
 
“ความน่าสนใจที่ผมติดตามยูทูบ อาร์ทิสต์ คนอื่นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันที่ฝีมือหรือความชำนาญการเล่นกีตาร์เลย ผมสนใจเรื่องความแปลกใหม่ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองขึ้นมา นั่นทำให้ผมมองว่าเพลงที่ดีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับยอดวิวเท่าไหร่ อย่างเพลงของ The Toys ที่ทำกันส่วนตัวเมื่อปีสองปีก่อน การได้ 10,000 วิวสำหรับผม คือพอใจแล้ว
 
ด้วยจำนวนวิวเท่านี้ เชื่อว่าเพลงของเราได้ไปถึงกลุ่มคนฟังที่ติดตามผลงานเราแล้ว บรรดายูทูบเบอร์แต่ละแชนเนลก็มีผู้ติดตามไม่เท่ากัน จึงมีความคาดหวังต่อยอดวิวที่แตกต่างกัน แต่การทำอะไรบนนั้นมีข้อดีมากๆ คืออิสระ ได้บันทึกผลงานของตัวเองเอาไว้”
 
 
เขาเล่าเรื่องผลงานสลับกับการวอร์มเสียง ด้วยการเปิดดูคลิปสักคลิปในยูทูบ เอาโทรศัพท์แนบหูแล้วไล่เสียงตาม เราถามทอยว่า ถ้าไม่ได้ทำงานกับค่ายเพลงอย่างวันนี้ เส้นทางการทำดนตรีของตัวเองจะเป็นอย่างไร
 
“ผมว่าผมจะทำดนตรีเป็นงานอดิเรกไปเรื่อยๆ มีไอเดียอะไรก็จะนำมาทดลอง นำมาเล่นและบันทึกเสียงไว้ อย่างเพลงก่อนฤดูฝน ที่เกิดเป็นเพลงนี้มาจากที่ผมชอบอัดเสียงบรรยากาศรอบข้างเอาไว้ ไม่ว่าจะไปกินข้าว คุยกับเพื่อน มันค่อนข้าง Random แต่เราจะได้ไอเดียใหม่ๆ กลับมาฟังและเติมอะไรลงไปจากไอเดียที่ได้พัฒนาไปเป็นเพลง”
 
ในแง่ของโปรดิวเซอร์ที่อิสระจะทำอะไรก็ได้ใส่ไปในแชนเนลตัวเอง เวลาที่ทอยทำเพลง คิดว่าแค่ไหนมันถึงพอแล้ว หยุดได้แล้ว หรือว่าเพราะแล้วสำหรับเพลงนั้น เราถามคำถามนี้กับเขา ในฐานะผู้สร้างเพลงฮิตของวันนี้
 
“โปรดิวเซอร์คนอื่นคงมีเกณฑ์ของเขาว่า แค่ไหนพอ แค่ไหนได้ แต่ของผม มักจะเป็นการเอาความรกรุงรังของเพลงนั้นออก ยิ่งเอาออกได้มากฟังแล้วเคลียร์ จะยิ่งเป็นสิ่งที่ชอบ นี่อาจเป็นความชอบของผมในตอนนี้นะครับ ที่คิดว่าเพลงแต่ละเพลงไม่ได้ต้องการอะไรเยอะเท่าไหร่ มันคือการเอาออกมากกว่าจะเอาเข้า”
 
ถามได้ไหมว่า ทอยทำเพลง ฝึกการทำดนตรี เผยแพร่ผลงานทั้งหมดโดยมียูทูบเป็นศูนย์กลาง ในเมื่อสิ่งแวดล้อมทางดนตรีและเทคโนโลยีเป็นแบบนี้ คิดว่าวงการเพลงในอนาคตจะเป็นอย่างไร
 
“เรื่องนี้ตอบได้ยากเลยครับ เพราะว่ากราฟความนิยมของเพลง ของศิลปินมันคงมีอะไรหลายๆ อย่าง การอยู่กับยูทูบอย่างเดียวเลย เริ่มเป็นสิ่งที่ผมอยากจะหลีกเลี่ยงแล้ว เพราะว่าโลกจริงๆ คือข้างนอก การเห็นนักดนตรีเล่นสด แสดงความทึ่งที่เราเห็นเลยข้างหน้าตรงนี้ มันคนละแบบกับดูซ้ำในยูทูบ เสียงที่ได้ยินหรือว่าวิธีการการแสดงออก มันทำให้โลกข้างนอกเป็นโลกใหม่
 
ผมอาจจะมองสวนทางกับคนอื่นที่บอกว่า ยูทูบคือโลกใหม่ของดนตรี แต่โลกข้างนอกต่างหากคือโลกที่ผมตื่นเต้น จะได้ยินคนอื่นเล่นจริงๆ จังๆ ยูทูบเป็นที่ที่เรากลับมาได้ตลอด แต่ประสบการณ์การฟังเพลง เล่นดนตรีแบบที่เราออกไปเจอข้างนอก เป็นอะไรที่สนุก คิดว่าผู้ฟังที่ฟังแต่ในยูทูบก็คงอยากทะลุออกมาสนุกกับของจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ”
 
ติดตามศิลปินหนุ่มกับความครีเอทีฟทางดนตรีที่เขาสร้างขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ที่แชนเนล The Toys บนยูทูบ และแชนเนล What The Duck บนยูทูบเช่นกัน