x

       เกาะกระแสรถยอดนิยมกันต่อเนื่องไปแล้วหลายฉบับ ทั้งคลาสสิคคาร์สายเจแปน เยอรมัน อังกฤษ และ GM Cars ฉบับนี้ขอขยับไปยังโซนอเมริกันเพื่อพาทุกท่านไปรู้จักกับ Ford Econoline ที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสพบเจอบนถนนเมืองไทย แต่สำหรับคอรถคลาสสิค ดีไซน์แห่งอดีตนั้นมักจะเตะตาโดนใจเสมอ
 
 
       Ford Econoline เจเนอเรชั่นแรกเปิดตัวขึ้นในปี 1961 โดยมีการออกแบบมาทั้งในทรงรถตู้ (Van) และกระบะ (Pickup) ซึ่งใช้วิธีการออกแบบแบบ Uni-body เช่นเดียวกับการออกแบบรถยนต์ซีดานที่ไม่ได้ใช้วิธีการวางหัวเก๋งและลูกกระบะลงบนแชสซีแบบรถปิกอัพทั่วไป ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘โฟล์คสวาเกน ไทป์ 2’ หรือที่บ้านเราเรียก ‘โฟล์คตู้’ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นในทวีปอเมริกาเหนือ ทำให้ Ford ซึ่งถือเป็นเจ้าถิ่นได้หันมาผลิตรถฟอร์ด อิโคโนไลน์ เข้าแข่งขันใน Segment เดียวกัน กระทั่งสิ้นสุดการผลิตในเจเนอเรชั่นแรกลงในปี 1967 และขยับไปสู่ Gen 2 ที่ทันสมัยมากขึ้นในเวลาต่อมา
 
 
       อิโคโนไลน์ สีฟ้า-ขาวสดใสคันที่เห็นนี้เป็นของ คุณปอ-ธวัชชัย เสียงสุวรรณ ที่สละเวลาพามาให้ทีมงาน GM Cars ได้เห็นตัวเป็น ๆ ซึ่งบอกตามตรงแบบไม่อายเลยว่าเราเพิ่งมีโอกาสได้เห็นรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
 
       ระหว่างที่ช่างภาพกำลังทำหน้าที่เก็บภาพสวย ๆ คุณปอ ก็เริ่มเล่าว่า รถรุ่นนี้ไม่ได้มีการนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย จึงทำให้ไม่ได้พบเห็นกันมากนัก ซึ่งตัวเขาเองก็ถูกใจในความหายากของฟอร์ดรุ่นนี้แถมยังบอกอีกว่าเพิ่งเคยเห็นกับตาในบ้านเราเพียง 3 คัน “ผมชอบรูปทรงของมันที่ดูตลกดี คล้ายกับแมลงปอหรือไม่ก็เฮลิคอปเตอร์ ผมเห็นรถคันนี้มาตั้งแต่ 15 ปีก่อน ขณะยังอยู่กับเจ้าของคนแรกที่ประมูลมาจากหน่วยงานรัฐ หลังจากนั้นผมถึงได้มาเป็นเจ้าของ”
 
 
       เหตุหนึ่งที่ทำให้ อิโคโนไลน์ ปิกอัพมีน้อยนั้น เพราะฟอร์ดตัวนี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาทำตลาด มีเพียงนำเข้ามาเพื่อใช้งานในหน่วยราชการ ในขณะที่อิโคโนไลน์ทรงแวนนั้นก็เห็นวิ่งกันอยู่เพียงไม่ถึง 10 คัน 
 
 
       ตลอดเวลา 5 ปีที่แมลงปอคันนี้ได้มาอยู่กับคุณปอ รถคันนี้ก็ถูกรักษาอยากดี มีการดูแลเครื่องยนต์เดิม 2.4 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง (ปี 66 – 67 ฟอร์ดได้ทำการเปลี่ยนเป็นขนาด 3.0 ลิตร) เกียร์คอชนิดเดินหน้า 3 สปีด พวงมาลัยซ้ายตามสเป็คอเมริกาแท้ๆ ซึ่งการได้รถมาแบบครบ ๆ นั้นถือเป็นโชคแต่การหาอะไหล่มาสำรองเอาไว้นั้นตรงกันข้าม หากเป็นไปได้คุณปอเองก็อยากเก็บสะสมชิ้นส่วนอะไหล่ติดบ้านไว้ยามฉุกเฉินหากชำรุดเสียหาย แต่ว่าอะไหล่ตัวถังทุกชิ้นนั้นเขาเองไม่เคยเจอจากในประเทศเลยสักชิ้นเดียว ที่พอหาได้ก็มาจากเมืองนอกแทบทั้งสิ้น ส่วนอะไหล่เครื่องยนต์หรือช่วงล่างนั้นยังพอจะเทียบเคียงกับรถฟอร์ดมัสแตงที่ปีผลิตรุ่นราวคราวเดียวกันได้อยู่หลายชิ้น
 
       ด้วยธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์วินเทจของคุณปอ ที่ต้องนำสินค้าไปโชว์ตามงานอยู่เป็นประจำ ก็ได้เจ้าฟอร์ด อิโคโนไลน์ ปี 1965 คันนี้ที่รับหน้าที่ดูแลการบรรทุกส่งค้าไปยังที่ต่าง ๆ โดยระหว่างสนทนาเราแอบถามว่าเขาใช้รถคันนี้มากน้อยแค่ไหน? เดือนละครั้ง? หรือสัปดาห์ละครั้ง?
 
       “ใช้เกือบทุกวันเลยครับ ความคิดส่วนตัวผมรู้สึกว่าการจอดเก็บมันทำให้รถเสื่อมมากกว่าเอาออกมาขับ ทุกวันนี้คนเล่นรถส่วนมากจะมีรถที่สะสมกับรถที่ไว้ใช้งานทั่วไป แต่ผมไม่มี ถ้าจะใช้งานประจำวันจริง ๆ ก็ใช้คันนี้นี่แหละครับ กินน้ำมันหน่อย แต่ได้อารมณ์ครับ”