เรื่อง : วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ
 
ไมค์ ชิโนดะ นักร้อง นักแต่งเพลง ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น หัวเรือใหญ่แห่งวงร็อกชื่อดัง “Linkin Park” เพิ่งจะมาทำการเปิดการแสดงในบ้านเราโดยใช้ชื่อทัวร์ว่า “Mike Shinoda of Linkin Park Post Traumatic Tour 2018” เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561 ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิล์ด 
 
หลังการเสียชีวิตของนักร้องนำ “เชสเตอร์ เบนนิงตัน” ชิโนดะ ตัดสินใจไม่หันหลังให้กับ “ดนตรี” เลือกนำมาใช้มันบำบัดความเศร้าที่มีแทน   นั่นจึงเป็นที่มาของอัลบั้ม “Post Traumatic”
 
 “ชีวิตของผมในช่วงที่ผ่านมามันเหมือนกับนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ งานศิลป์คือสิ่งที่ผมชอบทำ เมื่อยามที่ผมต้องการ ที่ระบายความสับสน และยุ่งยากในหัวผม ผมไม่รู้ว่าเส้นทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ผมยินดีนะ ที่จะแชร์สิ่งเหล่านี้กับพวกคุณ”  ชิโนดะ พูดถึงอัลบั้มนี้ที่เขาอุทิศน์ให้กับเพื่อนรัก เชสเตอร์
 
ชิโนดะ ถือเป็นคนดนตรีมากความสามารถ นอกเหนือจากฝีม้ายลายมือแล้ว เขายังแสดงความ “น่ารัก” ให้เราได้เห็นในการมาเยือนบ้านเราในครั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นโชว์ที่สองของการทัวร์รอบโลกของชิโนดะ ซึ่งนี่ยังเป็นการมาเยือนประเทศไทยครั้งที่ห้าของเขาอีกด้วย (มาในนาม Linkin Park 3 ครั้ง Fort Minor 1 ครั้ง)
 
ชิโนดะเปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยเพลง Welcome ซิงเกิลจากโปรเจกต์ Fort Minor ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2015 นี่ถือเป็นเพลงที่หนุ่มชิโนดะ ใช้เทคนิคการแร็ปที่แตกต่างออกไปจากผลงานอื่น นี่ไม่ใช่การเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ ปืน, ยาเสพติด หรือผู้หญิง แต่มันเป็นการพยายามเล่าถึงสาเหตุที่เขาหายไปนานจากโปรเจกต์นี้ นับตั้งแต่อัลบั้มล่าสุด “The Rising Tied” ปี 2005
 
“Fort Minor” คือโปรเจกต์ส่วนตัวที่ชิโนดะ ใช้ passion ที่เค้ามีต่อดนตรีฮิปฮอปสร้างสรรค์ผลงานออกมา แต่นี่ก็เป็นผลงานที่มีทั้งคนวิจารณ์ในแง่บวกและลบ
 
 
ต่อเนื่องด้วย Place to Start และ Watching as I Fall สองเพลงแรกที่ถูกปล่อยออกมาหลังหนุ่มเชสเตอร์เสียชีวิต Place To Start คือแทร็คที่มีการใส่วอยซ์เมล เข้าไปในเพลง ซึ่งเสียงวอยซ์เมลเหล่านี้มาจากเสียงของแฟนเพลงที่ส่งมาให้กำลังใจเขา ในช่วงเวลาหลังจากเชสเตอร์เสียชีวิต 
 
ชิโนดะดึงผลงานจาก Linkin Park มาร้องให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันไม่ว่าจะเป็น Castle of Glass, When They Come for Me และ Roads Untraveled ก่อนกลับมาที่เพลงจากอัลบั้ม Post Traumatic กับเพลง Ghosts และ Crossing a Line ต่อเนื่องด้วยเพลงจาก Fort Minor อย่าง Kenji เป็นการจบช่วงต้นได้อย่างดี
 
Waiting for the End  จากอัลบั้ม A Thousand Suns ของ ​Linkin Park ถูกหยิบขึ้นมาร้องก่อนเข้าเพลงฮิตอย่าง Where'd You Go เรียกเสียงร้องตามจากแฟน ๆ ลั่นห้างดังย่านราชประสงค์ Sorry for Now เพลงดังจากอัลบั้ม One More Light เพลงที่หนุ่มชิโนดะชอบมากที่สุดเพลงนึง หนุ่มไมค์เคยเล่าให้ฟังว่า เพลงนี้เค้าแต่งให้กับ ลูกชายของตัวเองที่ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อต้องไปทัวร์ไกล ๆ แม้ปากจะบอกว่าเสียใจที่ต้องจากไปแต่จริง ๆ เขาก็ไม่เคยเสียใจ เพราะตัวเองได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และเป็นโอกาสที่หลาย ๆ คนไม่ได้ทำ 
 
ไฮไลท์ของเพลงอยู่ที่การโซโล่กลองในท่อนกลางของหนุ่ม แดน มาโย่ มือกลองประจำทัวร์ แต่งานนี้มีการผิดพลาดเสียงของเชสเตอร์ ที่ต้องมาโผล่ในท่อนแยก ดันโผล่มาก่อนงานนี้ชิโนดะ แอบเล่นมุกแก้เขิลกลับไปว่า “นี่มันเป็นความผิดผมเอง อย่าไปโทษนักดนตรีเลย... โถ่ไม่เอาน่านี่เป็นโชว์ครั้งที่สองเอง” 
 
 
และแล้วก็มาถึงช่วงไฮไลท์ของโชว์ ชิโนดะได้พูดถึงเพื่อนซี้เชสเตอร์ เบนนิงตัน ก่อนเข้าเพลง In The End
 
“ผมขอพูดอะไรซีเรียสสักแปปเดียว เพราะเพลงนี้ค่อนข้างซีเรียส และเป็นเพลงที่สำคัญสำหรับผม และผมว่ามันสำคัญกับเราทุกคน...
 
ผมโตขึ้นมาพร้อมกับเทศกาลที่ชื่อ OBON ในลอสแองเจลิส คุณพ่อของผมชอบพาผมไปที่งานนั้น มันเป็นเทศกาลของคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ที่ทุกคนจะมาร่วมเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของคนที่เรารัก ตอนเด็ก ๆ ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่างานนี้มันคืออะไร หรือมีเพื่ออะไร ตอนนั้นผมมักจะชอบเล่นแต่เกม แต่มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกดีใจมากที่เคยได้ไปงานนั้น ผมซาบซึ้งมากกับความคิดและสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อคนรักของเราที่จากไป แม้จะจากไปแล้วแต่เราก็ยังแสดงถึงความรักได้เสมอ เราควรจะสรรเสริฐพวกเขา อย่าทำให้ทุกอย่างมันกลายเป็นเรื่องเศร้า เราควรจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องที่น่ายินดี... ขอเสียงทุกคนให้กับ เชสเตอร์ เบนนิงตัน 
 
พวกคุณห้ามลืมเด็ดขาดว่า เชสเตอร์ เบนนิงตัน คือหนึ่งในนักร้องร็อกที่ดีที่สุดตลอดกาล ผมกับเค้าเราอยู่วงเดียวกันมาตลอด แต่ผมแทบไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนผมคนนี้เป็นนักร้องที่โคตรเจ๋ง และดีที่สุดตลอดกาล มันบ้ามาก ๆ แต่มันคือเรื่องจริง”
 
 
เพลง About You ชิโนดะมาพร้อมเสียงโวโคเดอร์ในท่อนอินโทร ก่อนส่งเข้าเพลง Over Again ซึ่งร้องเพียงท่อนเวิร์สสองและต่อด้วยเพลงสุดมัน ที่ชวนให้นึกถึงตอน Linkin Park ดังมากๆ อย่าง Papercut 
 
มาถึงช่วงท้าย ๆ ของคอนเสิร์ต กับเพลง Make It Up as I Go เพลงที่ชิโนดะเขียนให้กับเชสเตอร์โดยมีเนื้อหาที่ว่าด้วยการจากไปของเชสเตอร์ ทำให้เค้าไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่แทนที่จะล้มจนลุกไม่ขึ้นหลังการตายของเชสเตอร์ ดนตรีกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง ชิโนดะเลือกปิดโชว์ด้วยสองเพลงจาก Linkin Park อย่าง Good Goodbye และ Bleed It Out เป็นการจบโชว์
 
แต่ถ้าไฟยังไม่เปิดหมด encore มันต้องมี ! 
 
โย่ว ! ชิโนดะขนเพลงฮิปฮอปสุดมันทั้ง Petrified, I.O.U. และ Remember the Name มาร้องในช่วง encore ก่อนจบคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยเพลง Running from My Shadow เป็นอันจบคอนเสิร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ 
 
 
ขอขอบคุณภาพจาก Live Nation BEC Tero