x

รื่อง : ณัฐกร เวียงอินทร์
 
หากคุณโสด, คุณเป็น Loser, คุณคิดว่าคุณไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตแน่ ๆ และที่สำคัญ สังคมรอบข้างเกลียดคุณ
 
แต่ในขณะที่คุณ Underdog เต็มรูปแบบขนาดนั้น วันดีคืนดีกลับมีสาวสวย 5 คนที่ได้รับจดหมายเชิญให้มาอยู่ที่บ้านคุณ และมันดันทำให้ชีวิต – นี่มันเป็นความฝันสำหรับหนุ่ม ๆ มากมายทั่วโลกแน่ ๆ
 
นี่คือสิ่งที่ครึ่งแรกของมินิซีรีส์ Million Yen Women พยายามบำเรอสู่ผู้ชม กับการ Romanticize ให้ชิน มิชิมะ นักเขียนนิยายตกกระป๋องต้องมาอยู่ร่วมกันกับสาวสวยทั้ง 5 คน ได้แก่ มินามิ ชิราคาว่า, ฮิโตมิ ซึกาโมโตะ, ยูกิ โคบายาชิ, มิโดริ ซุซูมูระ และนานากะ เซกิ ซึ่งถูกรับเชิญมาอยู่ที่บ้านของชิน โดยมีกฎว่า ห้ามชินตั้งคำถามต่อการมาของพวกเธอ และเขาจะได้รับเงินค่าเช่าจากสาว ๆ คนละ 1 ล้านเยนต่อเดือน
 
สิ่งที่วางเงื่อนไขให้ Million Yen Women น่าสนใจนั่นก็คือ ภาพของตัวชิน มิชิมะ มันคือภาพตัวแทนของคนชายขอบของสังคมญี่ปุ่น ที่เราจะค่อย ๆ รับรู้ข้อมูลในซีรีส์ว่า เขาคือ Loser ในสังคมที่แท้จริง จากการเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงไม่โด่งดัง ทั้งยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมเพราะพอเขาเป็นนักโทษประหารจากคดีร้ายแรงซึ่งสะท้อนมาจากการที่เขาต้องรับแฟกซ์คำสาปแช่งครอบครัวจากคนภายนอกตลอดเวลา
 
การเป็นผู้แพ้ในสังคมญี่ปุ่น-สังคมที่มีการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเป็นเรื่องที่น่าลำบากอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว 
 
ในสังคมแบบนี้ หากคุณไม่สามารถมีกิจการของตัวเองหรือเป็นซาลารีมัง(Salary Man-มนุษย์เงินเดือน) นองค์กรที่มั่นคงได้ คุณจะประสบความยากลำบากในชีวิตพอสมควร ดังจะเห็นจากกลุ่มคนส่วนหนึ่งถูกผลักออกจากสังคม กลายเป็นคนเก็บตัวอยู่ในบ้าน หรือหนักเข้าก็มีอาการฮิคิโคโมริ(Hikikomori) ซึ่งหมายถึงคนที่หันหลังให้กับสังคมแล้วขลุกตัวแต่ในห้องอันเป็นข่าวดังผ่านสื่อญี่ปุ่น
 
หรือกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า NEET ย่อมาจาก Not in Education, Employment or Training ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ว่างงาน พูดกันตามตรงคือไม่ทำงานแล้วให้ที่บ้านเลี้ยงซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะญี่ปุ่น หรือกลุ่มคนที่ทำงานอิสระที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Freeter ซึ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่สามารถนำตัวเองเข้าไปสู่อาชีพในระบบได้ ทางรัฐก็จะประสบความลำบากในการเก็บภาษีจากพวกเขา
 
 
ที่ว่ามานี่คือภาพจำของ “คนชายขอบ” ที่สังคมญี่ปุ่นวาดภาพให้เป็น ไม่ต่างอะไรกับชินเอง ที่ถูกแปะตราไว้ที่หน้าตั้งแต่อีพีแรก ๆ ของซีรีส์ว่านี่คือผู้แพ้ในสังคมญี่ปุ่น ที่ไม่สามารถผลักดันให้ตัวเองประสบความสำร็จในชีวิตได้ ซ้ำร้าย ภาพของเขาถูกเหยียบซ้ำขึ้นอีก จากการถูกสังคมปฏิเสธเพราะเรื่องร้ายแรงที่เขาไม่ได้ก่อ  จากพ่อเขาซึ่งเป็นฆาตกรร้าย ในสังคมญี่ปุ่นที่ผู้คนค่อนข้างจะใช้ชีวิตแบบคำนึงถึงคนรอบข้าง ในขณะเดียวกัน หากเกิดเรื่องราวร้ายแรง ครอบครัวต้นเหตุมักจะถูกสังคมรอบข้างเกลียดขี้หน้าอย่างหนัก
 
การมีสาวสวยเข้ามาอยู่ที่บ้านถึง 5 คนนี้ แรกเริ่มเลย แน่นอนว่า หากจะพูดกันตรง ๆ ผู้ชายหลายคนก็ต้องคาดหวังอยากเห็นเซอร์วิสของสาว ๆ ในการนำเสนอความแฟนตาซีของเรื่องเซ็กซ์ ที่ลุ้นกันห้าบาทสิบบาทก็เอา แต่นั่นคือความน่าสนใจน้อยที่สุดของ Million Yen Women  แล้วล่ะ
 
เพราะหัวใจหลักของซีรีส์เรื่องนี้คือ การพยายามเสนอภาพของการยืนหยัดในเชิง “คุณค่า” ที่ตัวชินนั้นเป็น ซึ่งมันเหมือนการวิพากษ์กรอบการมองของสังคมญี่ปุ่นที่เล่ามาในข้างต้นได้อย่างน่าสนใจ?
 
“คุณค่า” ดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านเนื้อหานิยายที่เขาเขียน ไปจนถึงปรัชญาชีวิตของตัวเขาเอง ชินมองว่าตัวเองเจอความรุนแรงในครอบครัวมาแล้วจากสิ่งที่พ่อเขาทำ เขาจึงไม่อยากให้ในนิยายของเขา ตัวละครในเรื่องต้องไม่มีใครตาย นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดแน่นหนาในนิยายของเขา
 
แม้โลกภายนอกนิยายจะโหดร้ายเพียงใด แต่โลกในนิยายของเขา ผู้คนจะต้องมีความหวัง แม้ว่านิยายที่เขาเขียนจะไม่ได้รับความนิยมก็ตาม
 
และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ในขณะที่สังคมมอง “คุณค่า” ผ่านมาตรวัดต่าง ๆ และเมื่อมองไปที่ชิน อย่างที่บอก เขาคือ Loser แต่ชินไม่เคยเขียนนิยายบนพื้นที่ที่ว่าให้เรื่อง “คุณค่า” เป็นเรื่องที่ให้คนอื่นกำหนด แต่ตัวเขากลับเลือกที่จะกำหนดคุณค่าเสียเอง อธิบายอย่างง่าย ๆ คือ งานเขียนของชิน ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่โด่งดังเพราะเขียนเพื่อเอาใจมหาชน แต่มันเป็นงานเขียนที่เขาอยากเขียน เพื่อจะกำหนดให้มันเป็นไปในทิศทางที่อยากเป็น การที่เขาจะต้องดวลผลงานกับนักเขียนชื่อดังอย่าง ยูสุ จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างคมคายในซีรีส์เรื่องนี้
 
ในขณะที่ยูสุ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้งานตัวเองโด่งดัง คนมองเห็นคุณค่า แต่ตัวชินเองเลือกที่จะเขียนงานในแบบที่ตนเองอยากให้เป็นมากกว่า นี่คือการสร้างความ contrast ในเรื่องพร้อมกับโยนคำถามที่น่าสนใจในเชิงปรัชญามาว่า
 
ตกลงเราหรือสังคม เป็นคนกำหนด “คุณค่า” ให้กับตัวเราเอง?
 
และความฝันของพระเอกดังกล่าวนี้ มีผู้หญิง 5 คนที่อยู่ในบ้านนั่นล่ะ เป็น muse หรือแรงบันดาลใจให้ตัวชินเองก้าวเข้าสู่การพิสูจน์ตัวเองในสังคมตามแบบที่เขาตั้งใจ ซึ่งดูไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่ารายละเอียดของตัวละครผู้หญิงในบ้านของชินน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียดเพราะจะเป็นการสปอยล์กันไปมากกว่านี้ ก่อนที่ซีรีส์จะเข้าสู่ครึ่งหลังแล้วมีการหักมุมกันแบบหลังแอ่น
 
Million Yen Women จึงกลายเป็นโลกแฟนตาซีผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชิน เนื้อหาในนิยายของชิน อันนำมาสู่คำถามที่มีต่อคุณค่าของชีวิตได้อย่างงดงาม