1. GREUBEL FORSEY
Tourbillon 24 Seconds Vision Platinum
เผยโฉมมาพร้อมตัวเรือนแพลทินัม 950 ขนาด 43.5 มิลลิเมตร คู่หน้าปัดน้ำเงินผ่านการลงยากรองด์เฟอ แยกหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาทีระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานด้วยมือ พร้อมจักรกลตูร์บิญองเอียงทำมุม 25 องศา หมุนรอบภายใน 24 วินาที ผ่านการจดสิทธิบัตร สำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง ประกอบเข้ากับสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน
2. IWC
Da Vinci Chronograph Edition 'Laureus Sport for Good Foundation'
ผลงานรุ่นพิเศษที่นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายไปช่วยเหลือเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยฝาหลังตกแต่งด้วยรูปวาดฝีมือเด็กชาวจีนที่ชนะการแข่งขัน ส่วนด้านหน้ามาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงิน ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 89361 สำรองพลังงานได้นาน 68 ชั่วโมง ประกอบเข้ากับสายหนังจระเข้สีดำจาก Santoni
3. ULYSSE NARDIN
Classico Manufacture 
ดูสง่างามและร่วมสมัยในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40.0 มิลลิเมตร คู่หน้าปัดลงยาแบบกรองด์เฟอสีน้ำเงินแกะสลักลายกิโยเช่อย่างประณีต แยกหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาทีพร้อมเจาะช่องวงกลมแสดงวันที่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา ภายในบรรจุกลไกอัตโนมัติ Calibre UN-320 ออกแบบและผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเองทั้งหมด สำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมงและกันน้ำได้ลึก 30 เมตร
4. HUBLOT
Big Bang One Click Italia Independent 
สะดุดตาด้วยตัวเรือนผลิตจากเซรามิกดำ ขนาด 39.0 มิลลิเมตร ผสานขอบตัวเรือนขัดเงาและเคลือบดำ เสริมความหรูหราด้วยการประดับเพชรจำนวน 42 เม็ดรอบขอบตัวเรือน คู่หน้าปัดน้ำเงิน จัดวางเพชรในตำแหน่งบอกค่าเวลา เจาะช่องแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre HUB1710 สำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง ตัวเรือนควงแขนคู่สายผ้ากำมะหยี่ 
5. ROGER DUBUIS
Excalibur 36 Automatic 
เรือนเวลาสุดหรูที่มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบดีแอลซีขนาด 36.0 มิลลิเมตร เติมรายละเอียดด้วยขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยแซพไฟร์สีน้ำเงิน สอดรับกับหน้าปัดน้ำเงินที่คงเอกลักษณ์ด้วยตัวเลขโรมันขนาดใหญ่ แยกหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาทีและวันที่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre RD830 สำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมง ดูลงตัวด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน 
6. HARRY WINSTON
Midnight Diamond Drops 
ถ่ายทอดศิลปะและเทคนิคการประดับอัญมณีลงบนตัวเรือนนาฬิกาที่ผลิตจากทองขาว 18K ขนาด 29.4 มิลลิเมตร หนา 7.7 มิลลิเมตร ดูหรูหราด้วยการประดับเพชรจำนวน 64 เม็ดรอบขอบตัวเรือน คู่หน้าปัดน้ำเงิน ตกแต่งด้วยเพชรคล้ายหิมะโปรย แสดงเวลาแบบ 2 เข็ม ที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre HW2010 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 40 ชั่วโมง 
 
7. MONTBLANC
STAR LEGACY Automatic Chronograph
นาฬิกาโครโนกราฟจับเวลารุ่นคลาสสิก ตัวเรือนและหน้าปัดสีขาว ตัดกับเข็มบอกเวลารูปทรงใบไม้สีน้ำเงิน รับคอนเซ็ปต์ใหม่ BLUE IS THE NEW BLACK ประณีตด้วยการตกแต่งลวดลายโลโก้ มงต์บลองค์ บนหน้าปัดจับเวลาที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เสริมความคลาสสิกยิ่งขึ้นด้วยตัวเลขอารบิกสีดำ เม็ดมะยมทรงหัวหอมพร้อมตราสัญลักษณ์ มงต์บลองค์ ขณะที่สเกลนาทีออกแบบมาให้เหมือนรางรถไฟล้อมรอบหน้าปัดและหน้าปัดย่อยจับเวลา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการออกแบบที่สมบูรณ์ที่สุดอันเป็นมรดกที่สืบทอดมายาวนานนับ 160 ปี ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 25.02 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 46 ชั่วโมง ตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร จับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน แม็ตช์กับเข็มสตีลสีน้ำเงินสง่างาม