ซัมซุงเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง กาแลคซี่ เอส 9 และ เอส 9 พลัส ภายใต้แนวคิด “กล้องไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนเดิม” (The Camera. Reimagined.) แปลกใจก้นไหมว่าทำไมมือถือตัวใหม่จากค่ายที่ขึ้นชื่อว่ามีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากเป็นอันดับต้นๆ ถึงได้กลับมาโฟกัสในเรื่อง ‘ภาพ’ ที่มือถือจากแบรนด์อื่นๆ ใช้เป็นจุดขายมานานแล้ว


 
ก่อนอื่นเรามาดูข้อมูลจำเพาะด้านผลิตภัณฑ์ของ กาแลคซี่ เอส 9 และ เอส 9 พลัส ในส่วนของกล้องกันว่าเป็นอย่างไร โดยในมือถือรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกล้องหลังเลนส์มุมกว้าง เซ็นเซอร์แบบ Super Speed Dual Pixel ความละเอียด 12MP AF รูรับแสงคู่ปรับอัตโนมัติ F1.5 / F2.4 และกล้องหน้า ความละเอียด 8 MP AF รูรับแสง F1.7 ซึ่งในรุ่น เอส 9 พลัส จะมาพร้อมกล้องคู่พร้อมระบบกันสั่นแบบ Optical ทั้ง 2 เลนส์ (Dual OIS) เพิ่มเลนส์เทเลโฟโต้ ความละเอียด 12MP AF รูรับแสง F2.4
 
ถามว่าเลนส์คู่ที่มีรูรับแสงต่ำสุดที่ F1.5 นี้ สร้างความแตกต่างได้อย่างไร
 
มือถือตัวเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของซัมซุงนี้ มาพร้อมคุณสมบัติกล้องที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น
 
  1. กล้องรูรับแสงคู่ (Dual Aperture F1.5 / F2.4) นี้สามารถปรับได้อันโนมัติตามสภาพของแสง ด้วยกลไลการทำงานที่คล้ายกับการขยายและหดตัวของรูม่านตามนุษย์ ทำให้ถ่ายภาพได้สะดวกง่ายดาย และครีเอทภาพได้หลากหลายมากขึ้น


     
  2. เออาร์ อิโมจิ (AR Emoji) ที่ให้ผู้ใช้งานออกแบบอิโมจิเฉพาะจากภาพถ่าย ที่ให้อิโมจิออกมาไม่เหมือนใครในโลก สามารถสร้างเป็นสติ๊กเกอร์หลากหลายรูปแบบแล้วแชร์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook Messenger หรือ แอปพลิเคชันอื่นๆ ได้เกือบทั้งหมด


     
  3. ซูเปอร์สโลว์-โม (Super Slow-mo) วิดีโอในโหมดสโลว์โมชัน ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบช้าสุดๆ ได้ถึง 960 เฟรมต่อวินาที 


ทำไมซัมซุงถึงกลับมาโฟกัสในเรื่องไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับมือถือหลายๆ รุ่น
 
ที่ซัมซุงมาเน้นเรื่องภาพ เนื่องจากผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนจากการใช้โทร เป็นการสื่อสารด้วยภาพมากขึ้น โดยภาพที่ใช้ในการสื่อสารและแสดงออกถึงตัวตนของผู้ใช้งาน เห็นได้จากการแชร์รูปภาพ และส่งสติ๊กเกอร์ให้กันผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ โดยข้อมูลจาก InfoTrend ระบุว่าในปีที่ผ่านมาทั่วทั้งโลกมีการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนถึง 1.2 ล้านล้านภาพ
 
ซัมซุงในฐานะที่เป็นผู้นำทางด้านยอดขายและนวัตกรรมต่างๆ จึงต้องรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดให้ได้ โดยนอกจากจะพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ที่สำคัญยังต้องมอบประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ได้ ดังนั้น กาแลคซี่ เอส 9 และ เอส 9 พลัส จึงมีคุณสมบัติในการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้มือถือเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องด้วยภาพ (Visual Storyteller) ได้อย่างมีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร ผ่านกล้องรูรับแสงคู่ เออาร์อิโมจิ และ ซูเปอร์สโลว์-โม 
 
ซัมซุงก้าวลงสนามนี้ช้าไปหรือไม่
 
ลำพังเพียงแต่กล้องรูรับแสงคู่ ที่แม้จะเป็นกล้องมือถือที่มีรูรับแสงกว้างที่สุด บวกกับเทคโนโลยีรูรับแสงคู่ที่ปรับได้อัตโนมัติ อาจจะยังไม่เพียงพอในการปฎิวัติวงการมือถือครั้งใหญ่ แต่ด้วยระบบ บิ๊กซ์บี้ (Bixby Vision) ที่ติดมาในเครื่อง เป็นผู้ช่วยคนใหม่ที่สามารถแปลภาษาจากกล้องได้โดยตรง (Live Translation) รวมถึงช่วยในการค้นหาสถานที่ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ช่วยมอบประสบการณ์ที่มากกว่ามือถือเรือธงแบรนด์อื่นๆ ทำให้เห็นเทรนด์ในอยาคตที่ซัมซุงกำลังมุ่งไป นั้นคือการทำให้สมาร์ทโฟน เป็นมากกว่าที่เคยเป็น


 
ซัมซุงจึงไม่ได้ก้าวช้าเกินไป เพราะเป็นการเดินหมากที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง เพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนไปเป็นโทรศัพท์มือถือในเจนเนอเรลั่น 4 ที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว ซึ่งเป็นยุคแห่งการ Disruption ที่เทคโนโลยี Predictation กับ Customization เข้ามามีบทบาทเหนือชัวิตเราทุกคน โดยซัมซุงมีความได้เปรียบทั้งในเรื่องชิปประมวลผลของตัวเอง รวมถึงงบในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอด
 
การก้าวครั้งนี้โดยเน้นที่เทคโนโลยีด้านกล้องจึงเป็นการก้าวที่มีความหมายมากกว่าแค่ถ่ายรูปให้สวยใสขึ้นอย่างที่หลายคนเข้าใจ