x

Reasons to Read

  • ผลงานเรื่องใหม่ล่าสุดของดาราสาว แอล แฟนนิง ภาพยนตร์สร้างพลังใจแห่งปีจากผู้สร้าง La La Land 
  • Teen Spirit เล่าเรื่องราวอันแสนจรรโลงใจในโลกแห่งเสียงดนตรี หนังพูดถึงการเติบโต ความฝันอันยิ่งใหญ่ และการตามหาเส้นทางของตัวเองที่ไม่ว่าใครก็สามารถมีอารมณ์ร่วมได้

ตัวละครเอกใน Teen Spirit คือไวโอเล็ต (รับบทโดย แอล แฟนนิง) วัยรุ่นสาวขี้อายที่มาจากครอบครัวอันแตกร้าวในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอมีความใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินนักร้องชื่อดัง ด้วยความช่วยเหลือจากครูฝึก (ซลัตโก้ บิวริก) ไวโอเล็ตจึงได้ก้าวเข้าสู่โลกของการแข่งขันร้องเพลงระดับประเทศ การแข่งขันที่จะทดสอบความยึดมั่น ความสามารถ และความทะเยอทะยานของเธอ

ตามบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้น แม็กซ์ มิงเกลลา ไม่ได้มองภาพ แอล แฟนนิง ต้องมารับบทนำใน Teen Spirit เลยแม้แต่นิด หนังเล่าเรื่องของ ‘ไวโอเล็ต’  เด็กสาวผู้ไม่มีอะไรโดดเด่น และมีพ่อแม่เป็นชาวโปแลนด์อพยพ เข้าสมัครร่วมแข่งขันรายการที่คล้ายๆ กับ American Idol สำหรับนักแสดงที่จะมารับบทนี้ มิงเกลลาต้องการเด็กสักคนที่พูดภาษาโปลิชคล่อง และที่สำคัญที่สุด ต้องร้องเพลงเพราะ

หลังจากได้ยินข่าวว่ามีการเรียกนักแสดงไปทดสอบบท แอล แฟนนิง ก็ได้ส่งคลิปวิดีโอที่เธอร้องเพลงกับเพื่อน (วูดคิด นักดนตรีชาวฝรั่งเศส) ในงาน มองเทรอซ์ แจ๊ซ เฟสติวัล 2016 ไปให้กับมิงเกลลา แต่แฟนนิงก็ไม่ได้พูดสำเนียง โปลิชให้มิงเกลลาฟัง เธอกลับพูดสำเนียงอังกฤษแทน และมิงเกลลา ก็ตัดสินใจเปลี่ยนบทให้ไวโอเล็ตเป็นเด็กสาวจากอังกฤษแทน “ฉันดีใจ ที่งัดไม้เด็ดมาใช้ได้ทันการณ์” แฟนนิงหัวเราะ

GM : คุณไม่เคยร้องเพลงบนจอหนังมาก่อนเลยใช่มั้ย? ตั้งใจเก็บไว้สำหรับบทที่เหมาะสมหรือเปล่า? 

A : ฉันเคยร้องเพลงนิดหน่อยในหนังเรื่อง How to Talk to Girls at Parties (2017) แต่มันเป็นเพลงพังก์โหดๆ แบบที่ต้องแผดเสียงหน่อยๆ แต่บทในหนังเรื่องนี้เป็นมิวสิคัลเลย คุณต้องร้องให้เพราะ และเพลงในหนัง ก็เป็นส่วนสำคัญในการเล่าเรื่อง ฉันประหม่าจนทุกคนสังเกตได้ ฉันร้องไม่ผิดคีย์ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการแสดงบนเวที แบบที่คนอย่างไวโอเล็ตจะต้องทำ… ฉันต้องระลึกไว้ในใจเสมอว่า เด็กคนนี้เข้ามาประกวดเพื่อเป็นผู้ชนะ ฉันต้องแสดงอะไรสักอย่างออกมาให้น่าเชื่อถือสำหรับผู้ชม ที่จะต้องเห็นด้วยว่า “เด็กคนนี้ชนะแน่” นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกังวล

GM : คุณเตรียมตัวกับบทนี้อย่างไร?

A : มาร์คัส เดอฟรีส์ เป็นมิวสิกซูเปอร์ไวเซอร์ของเรา เขาเคยทำหน้าที่นี้ให้กับหนังอย่าง La La Land และ Romeo & Juliet แล้วก็ Mouling Rouge รวมถึงหนังเพลงดังๆ อีกหลายเรื่อง เขาให้ฉันมีส่วนร่วม ในการเลือกเพลงที่จะร้อง แต่เราก็ไม่ได้มีงบมากมายนัก บางทีฉันซ้อมเพลงบางเพลงไปแล้ว และพวกเขามาบอกว่าต้องยกเลิกเพลงนี้ เพราะราคาแพงเกินไป แต่ค่ายเพลงอินเตอร์สโคปก็ให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้กับเราได้เยอะ

ฉันต้องซ้อมร้องเพลงทุกวันเป็นเวลาสี่เดือนเต็ม ตอนที่ฉันรู้ว่าฉันเล่นบทนี้แล้ว แม็กซ์ก็บอกกับฉันวันนั้นเลยว่า “โอเค คุณเริ่มซ้อมได้เลย” ฉันก็ไปหามาร์คัสที่บ้าน ซึ่งมีห้องอัดเสียงทุกอย่างพร้อม เราจะหัดการใช้เสียงและร้องเพลงทั้งหมดทุกวัน และเขาก็จะอัดเสียงฉันเก็บไว้ทุกครั้งเพื่อเปิดให้ฉันลองฟังเสียงตัวเอง ซึ่งฟังแล้วขนลุกมาก เพราะถ้าเป็นการแสดง ฉันต้องปล่อยตัวเองไปตามธรรมชาติ แต่การร้องเพลงมันไม่ใช่ ฉันก็ถามเขาว่าคุณจะให้ฉันฟังเสียงตัวเองไปทำไม? แต่การฟังเสียงตัวเองนั้นทำให้เรารู้ว่าเราพลาดตรงไหนบ้าง ครูสอนร้องเพลงของฉันชื่อ บ็อบ แกร์เรตต์ เขาอยู่ที่แอลเอ และฉันต้องไปเรียนกับเขา 4 ครั้งต่อสัปดาห์

GM : แล้วเรื่องการเต้นรำล่ะ? คุณเต้นรำเป็นอยู่แล้ว คงไม่ใช่สิ่งที่น่าหนักใจสินะ

A : ตอนเด็กๆ ฉันเคยเรียนบัลเลต์และเคยเรียนเต้นแจ๊ซ ฉันรักการเต้นรำ ในหนังเรื่องนี้ เรามีจอห์นนีและอามีร์มาเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้ พวกเขาเป็นพ่อบุญธรรมของแม็กซ์ ปกติแล้วพวกเขา จะออกแบบท่าเต้นให้กับละครโอเปรา การมาทำงานหนังจึงเป็นสิ่งที่แตกต่างจากงานประจำของพวกเขา เราซ้อมเต้นกันหนักมาก โดยเฉพาะท่าเต้นสำหรับฉากที่ตัวละครของฉันแข่งรอบคัดตัวเต้นยากมากเลยล่ะ แต่ฉันรู้สึกดีมากที่ได้ปลดปล่อยตัวเองไปตามจังหวะของเพลง

ฉันดีใจที่แม็กซ์เขียนให้บทของไวโอเล็ตเป็นคนที่เต้นเก่ง ในบทร่างแรกๆ ไวโอเล็ตไม่ถนัดการเต้นนัก ตอนนั้นฉันกับแม็กซ์ก็คิดว่าทำไมเราถึงกดให้เธอดูด้อยขนาดนี้นะ เธอต้องชนะ และกลายเป็นป๊อปสตาร์ เพราะฉะนั้นเธอต้องมีพรสวรรค์สิ

GM : คุณนำแรงบันดาลใจจากซูเปอร์สตาร์จริงๆ คนไหนบ้าง มาปรับใช้กับการรับบทไวโอเล็ต?

A : ฉันทำการบ้านด้วยการดูวิดีโอของ เคที เพร์รี และ เทย์เลอร์ สวิฟต์ พวกเธอเป็นคนที่ ‘มีของ’ เก่งกาจไร้ที่ติ แม่นยำราวกับเครื่องจักร ฉันพยายามศึกษากิริยาท่าทางต่างๆ ตัวฉันเองเป็นแฟนดนตรีป๊อป คอนเสิร์ตแรกที่ฉันไปดูคือคอนเสิร์ตของ เกวน สเตฟานี ในบูดาเปสต์ ตอนนั้นฉันอายุแค่ 9 ขวบเอง

ช่วงการแสดงตอนท้ายเรื่อง คนที่ฉันนึกถึงคือ คานเย เวสต์ (หัวเราะ) ฉันไม่ได้นึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเขา แต่ฉันพยายามใส่ความเป็นฮิปฮอปบางอย่างลงไปในตัวไวโอเล็ต เพราะเธอจะดุดันขึ้น เธอถึงได้ชนะการแข่งขัน เธอมีความกล้าบางอย่าง ซูเปอร์สตาร์ทุกคนจะมีความกล้าหาญบางอย่างในตัว

ฉันนึกถึงริฮานนาด้วย ฉันไปดูคอนเสิร์ตของเธอตอนวันเกิดอายุครบ 13 ปี การแสดงครั้งนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก ฉากการแสดงครั้งสุดท้ายไม่มีการซักซ้อมท่าเต้น ฉันจึงต้องนึกในใจว่า “ริฮานนาจะแสดงฉากนี้ออกมาอย่างไร"

GM : อย่างพวกรายการ The X-Factor หรือ American Idol คุณรู้จักเกมโชว์แข่งขันพวกนี้ดีแค่ไหนก่อนจะมารับบทในหนังเรื่องนี้?

A : ฉันเคยดูทุกรายการเลย ตอนเด็กๆ ฉันดู American Idol ทุกซีซัน ฉันกดโหวตด้วยนะ เป็นพวกคนดูที่กดคะแนนโหวต ฉันจำอารมณ์ตอนนั้นได้ดี ฉันดูรายการ The X-Factor ด้วย ฉันเป็นพวกติดยูทูบ และชอบดูคลิปคนประกวดร้องเพลง ก่อนนอนฉันชอบดูคลิปพวกนี้ มันทำให้ฉันอารมณ์สงบ

ฉันรู้แหละว่ามันมีการบิลด์ ของจริงมันไม่ได้สวยงาม เหมือนที่คลิปปรุงแต่งให้ดูดีหรอก สุดท้ายแล้วมันก็คือรายการทีวี มีอยู่รายการหนึ่ง น่าจะเป็น The Voice Kids UK มันออกอากาศตอนเรากำลังถ่ายหนังอยู่ ตอนนั้นเป็นการแข่งรอบชิง เด็กหญิงคนที่ชนะ เธอแสดงอาการดีใจออกมาด้วยการยกมือขึ้นอุดปาก ฉันส่งวิดีโอนี้ให้แม็กซ์ดู แล้วบอกเขาว่า “ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจดีเนอะ” มันเป็นรายการเรียลิตี้ และชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจริงๆ

GM : คุณอินไปกับบทบาทของไวโอเล็ตขนาดไหน?

A : แน่นอน แต่คนละแบบกันนะ ฉันเริ่มเป็นนักแสดงตอนอายุได้แค่ 2 ขวบเองมั้ง  ฉันจำการต้องไปออดิชันเพื่อเล่นหนังโฆษณาได้ดี มันสาหัสมาก ฉันไม่ค่อยได้งานหรอก เพราะพวกเขาชอบมองว่าฉันเป็นเด็กต่างดาว เวลาฉันเดินเข้าไปทดสอบบท พวกเขามักจะพูดว่า “ฉันว่าเธอขายตุ๊กตาบาร์บี้ไม่ได้แน่” ฉันโดนปฏิเสธบ่อยมาก

ฉันคิดว่าฉันเข้าใจความทะเยอทะยานของไวโอเล็ตนะ ซึ่งทุกคนก็มีสิ่งนี้ มันเหนื่อยยากแต่มีคุณค่า ฉันยังคงมีสิ่งนั้นในตัวเอง มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่ฉันเองก็ยังไม่ได้ทำ และสิ่งที่ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะทำ เราทุกคนพยายามไขว่คว้าเป้าหมายของตัวเอง เราฝันเฟื่องว่าเราจะเป็นที่ 1 ในแวดวงงานที่เราทำอยู่ เราต่างฝันที่จะไปถึงจุดสุดยอดของความสำเร็จ เหมือนไวโอเล็ต

GM : หนังเรื่องนี้เป็นการกำกับครั้งแรกของผู้กำกับ แม็กซ์ มิงเกลลา ทำงานร่วมกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

A : เขาเป็นทาสดนตรีป๊อปเลยล่ะ เขารักเพลงป๊อปมาก ฉันว่าเขาเขียนบทหนังเรื่องนี้เพราะเขาชอบหนังทีวีเรื่อง High School Musical นะ เขาบอกว่า “เออ ผมรู้น่าว่ามันไม่ได้เลิศเลออะไร แต่มันดูสนุกมากนะ แล้วเพลงก็เพราะมากๆ” ซึ่งฉันเห็นด้วย เขาอยู่กับบทหนังเรื่องนี้นานมาก และมีภาพชัดในหัวเป็นช็อตๆ เลย เขาละเอียดมาก ตั้งใจฟังเสียงในหูฟังว่าเพลงในแต่ละเทกมันเข้ากับการเคลื่อนกล้องไหม

ผู้กำกับที่ดีที่สุดคือผู้ที่สามารถทำบรรยากาศให้ศิลปินได้สร้างงานออกมา แม็กซ์เป็นผู้ร่วมงานที่ยอดเยี่ยมมาก เขารู้ดีว่าเวลาไหนที่ฉันยังลังเลไม่แน่ใจ และฉันต้องการกำลังใจ เขาเป็นคนที่อ่อนไหว และใส่ใจความรู้สึกของทีมงานทุกคน

FYI :

  • เมื่อปี 2013 แอล แฟนนิง เคยได้เข้าชิงรางวัล Critics’ Choice Award จากการแสดงในหนังเรื่อง Ginger & Rosa ของ แซลลี พอตเตอร์ เธอเคยรับบทเป็นเจ้าหญิงนิทราใน Maleficent ประกบคู่กับ แองเจลินา โจลี ซึ่งทำรายได้เกิน 750 ล้านดอลลาร์ฯ ทั่วโลก ผลงานเรื่องเด่นๆ ของเธอยังประกอบด้วย Super 8 ของผู้กำกับ เจเจ อับรามส์, Somewhere ของ โซเฟีย คอปโปลา, Neon Demon ของ นิโคลัส วินดิง เรเฟิน ซึ่งได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อปี 2016 นอกจากนั้นยังมี Live By Night ของ เบน แอฟเฟล็ก, 20th Century Women ของ ไมค์ มิลส์, The Beguiled ที่เธอกลับมาร่วมงานกับ โซเฟีย คอปโปลา อีกครั้ง และผลงานชิ้นล่าสุดของเธอคือ Galveston ผลงานการกำกับของ เมลานี โลร็องต์ และ Teen Spirit เรื่องนี้ของผู้กำกับ แม็กซ์ มิงเกลลา
  • กำหนดเข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 1 พฤษภาคม 2562