x

Reason To Read

  • สรุปเหตุการณ์ #SaveHakeem และประเทศไทยจะทำอย่างไรต่อไปในฐานะคนกลางภายใต้แรงกดดันจากทั่วโลก

‘ฮาคีม อัล-อาไรบี’ กำลังกลายเป็นชื่อที่หลายคนทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ รวมถึงแฮชแท็ก #SaveHakeem ที่โลกออนไลน์ใช้จนทำให้เหตุการณ์กักตัวฮาคีมในประเทศไทยกลายเป็นข่าวโด่งดัง ก่อนตามมาด้วยกระแสในแง่ลบเสียมากที่กดดันให้ไทยปล่อยตัวนักเตะบาห์เรนผู้นี้กลับประเทศออสเตรเลียที่เขาอาศัยลี้ภัยแทนการส่งกลับบาห์เรนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน 

ความซับซ้อนและเสียงจากหลายฝ่ายในเหตุการณ์นี้สร้างความสับสนแก่ผู้คนไม่น้อย ดังนั้น ก่อนตัดสินคนผิด เรามาสรุปเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มแรกไปพร้อมๆ กันก่อนดีกว่า

ภาพจาก : The Age

ทำไมถึงมีชื่อ ‘ฮาคีม’ ในหมายแดง

ต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2555 ประเทศบาห์เรน บ้านเกิดของฮาคีม เกิดเหตุการณ์ ‘อาหรับสปริง’ ซึ่งประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล มีการใช้ทั้งกำลังและความรุนแรง ฮาคีมกลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาด้วยคดีทำลายทรัพย์สินของตำรวจ ซึ่งเป็นเหตุให้ถูกจับกุมเป็นเวลา 3 เดือน ฮาคีมบอกว่าขณะถูกคุมขังมีการทำร้ายร่างกายเพื่อให้ยอมรับสารภาพ แต่ฮาคีมมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าขณะเกิดเหตุนั้นเขากำลังแข่งฟุตบอลและมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ด้วย

ฮาคีมถูกปล่อยตัว ทว่าถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในข้อหาเดิม ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจลี้ภัยไปประเทศออสเตรเลีย ก่อนได้รับการยืนยันสถานะผู้ลี้ภัยจากรัฐบาลออสเตรเลียให้อาศัยได้อย่างถาวรในปี พ.ศ. 2560 บาห์เรนจึงแจ้งเรื่องต่ออินเตอร์โพล หรือ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ ทำให้มีชื่อ ‘ฮาคีม’ ในหมายแดงในฐานะผู้มีความผิดตามกฎหมายประเทศบาห์เรน

‘ฮาคีม’ ถูกคุมตัวตามหมายแดง ณ ประเทศไทย

ความวุ่นวายของเหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อฮาคีมและภรรยาเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยในวันที่ 27 พฤศจิกายนของปีที่แล้ว ทำให้ฮาคีมถูกควบคุมตัวทันทีเนื่องจากทางการไทยได้รับแจ้งจากอินเตอร์โพลของออสเตรเลียว่า ฮาคีมคือบุคคลมีชื่อในหมายแดง (คือ หมายจับผู้ร้ายข้ามชาติ) ต่อมาหมายจับนั้นถูกยกเลิกโดยออสเตรเลียเอง เนื่องจากผู้มีสถานะลี้ภัยไม่สามารถมีชื่อในหมายแดงได้

ทว่าคำสั่งนั้นมาช้าไป ฮาคีมถูกทางการไทยจับกุมเพื่อไต่สวนคดี อีกทั้งรัฐบาลบาห์เรนที่ทราบเรื่องก็ส่งคำขอให้ไทยส่งฮาคีมกลับประเทศในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ไทยต้องทนอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างตอนนี้ 

ภาพจาก Twitter @a_mibali

กระแส #SaveHakeem หรือไทยจะเป็น ‘แพะ’

นับตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ก็เป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้วที่ฮาคีมต้องอยู่ในเรือนจำ คนทั่วโลกรวมถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนเริ่มกดดันไทยให้ปล่อยตัวฮาคีมกลับออสเตรเลีย เกิดแคมเปญ #SaveHakeem ที่ใช้เพื่อเรียกร้องอิสรภาพให้นักเตะชาวบาห์เรน ทว่าความยากคือตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการศาล ต้องปล่อยให้ดำเนินไปตามกฎหมาย รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้ อีกทั้งประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของไทยต่อทั้งบาห์เรนและออสเตรเลียอีก

ประเทศไทยไม่สามารถตัดสินใจได้โดยไร้การคิดอย่างถี่ถ้วน และผลการตัดสินจากศาลเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ฮาคีมปฏิเสธการส่งตัวกลับบาห์เรนจึงต้องจำคุกต่อจนถึงการไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 22 เมษายน ทำให้ไทยกลายเป็นดั่งสนามอารมณ์รับแรงกดดันจากหลายฝ่ายจนเกิดแฮชแท็ก #BoycottThailand ขึ้นมา

สุดท้ายประเทศไทยจะจบเรื่องนี้อย่างไร 

ความเห็นจากหลายคนมองว่าสิ่งที่ไทยกำลังทำอยู่ตอนนี้คือการให้นานาชาติเป็นผู้ช่วยตัดสิน เพื่อส่งแรงกดดันให้สองประเทศทำการเจรจาหาทางออกให้เรื่องนี้อย่างชอบธรรม โดยล่าสุดมีข้อความแถลงจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ผ่านเว็บไซต์ http://mfa.go.th ถึงเหตุการณ์นี้ โดยมีใจความสรุปได้ว่า 

ไทยไม่ได้รับประโยชน์ใดจากปัญหานี้และเพียงทำตามหมายที่ได้รับ โดยทั้งสองประเทศคือเพื่อนที่ดีที่เกิดต้องมาแย่งตัวฮาคีมกันในประเทศไทย แต่ทั้งสองควรหาทางออกในปัญหาของตนเองแทนที่จะผลักหน้าที่นั้นมาให้ไทยที่ไม่ตั้งใจอยู่ท่ามกลางปัญหา อีกทั้งยังหวังว่าออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีและจริงใจพอที่จะร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้ และสุดท้ายฮาคีมจะถูกส่งตัวไปประเทศใดนั้นเป็นหน้าที่ศาลในการพิจารณาตามหลักฐาน