x

Reasons to Read

  • เราทราบกันดีว่า ติ้ว-วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ คือศิลปินเซรามิกและเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของ เถ้า ฮง ไถ่ โรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา ผู้มีส่วนผลักดันและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดราชบุรี
  • ทว่าอีกมุมที่หลายอาจไม่รู้ เขามีงานอดิเรกเป็นการถ่ายภาพเพื่อบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนราชบุรี ผ่านมุมมองอันเฉียบคมของศิลปินศิลปาธร สาขาการออกแบบ
  • ‘Lastburi เลือนลาง กระจ่างชัด’ จึงเป็นการแสดงผลงานภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรกของวศินบุรี ซึ่งจัดแสดง ณ พื้นที่แสดงงาน โรงงานเถ้าฮงไถ่ ไปจนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2562 

มันเป็นกระบวนการตามปกติที่การย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกันในพื้นที่หนึ่งๆ ของคนจากหลากหลายพื้นเพ ที่มา แนวคิด และทัศนคติ ผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ที่จะค่อยๆ หลอมรวมนำไปสู่อัตลักษณ์อันเป็นลักษณะเฉพาะตามสภาวะและปัจจัยแวดล้อม ไม่ว่าจะด้วยการสืบสายเลือด ภาษา ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ไม่มีที่ใดที่จะเหมือนกัน ไม่มีแห่งใดที่จะซ้ำสอง 

แต่ในปัจจุบัน ความเป็นเมือง (Urbanization) ที่กำลังแผ่กิ่งก้านสาขากระจายตัวออกมาตามแนวทางพัฒนาและปฏิรูป กำลังลดทอนอัตลักษณ์และนำชุมชนไปสู่วิวัฒนาการ ท้าทายความเปลี่ยนผ่านและปรับตัวครั้งใหม่ ที่จะบ่งชี้ว่าชุมชนนั้นๆ จะสามารถคงอยู่ได้ต่อไป หรือจะถูกทำให้ ‘เลือนหาย’ จนกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขาน 

และสำหรับ คุณติ้ว-วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ อีกหนึ่งศิลปินศิลปาธร สาขาการออกแบบ ผู้มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพและเติบโตมากับชุมชน ในครอบครัวผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งจังหวัดราชบุรี ได้นำเสนอการต่อสู้ที่ถูกซ่อนเอาไว้ในเงาของการพัฒนา ผ่านผลงานแสดงภาพถ่ายชุด ‘Lastburi : เลือนราง กระจ่างชัด’ ที่นำเสนอความเปลี่ยนแปลงผ่านภาพถ่ายสามชุดหลักด้วยกัน ที่ดูราวกับจะสะท้อนให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงจังหวัดราชบุรี...

หากแต่รวมไปถึงความเป็นเมืองที่เยื้องย่างคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ ที่เราไม่รู้ตัว 

สวยงามตามกำหนด ปลดสิ้นซึ่งตัวตน

ภาพชุดแรก ‘ราชบุรีสวยมาก’ เป็นการรวมภาพการพัฒนาจังหวัดราชบุรีตามแนวทางโครงการพัฒนาท้องที่ของรัฐบาลท้องถิ่น ที่ได้รับคำสั่งจากส่วนกลาง ที่ภายนอกดูสวยงาม เป็นระเบียบ แต่ซุกซ่อนด้วยปัญหาภายในที่มีหลายปัจจัยไม่สามารถทำตามไปได้ถึงเป้าหมาย กลายเป็นความสับสน ไม่ว่าจะด้วยการปะทะระหว่างสิ่งใหม่ที่เลือนราง หรือตัวตนเก่าที่เริ่มจางตามวิสัยทัศน์ของการพัฒนา เป็นผลพวงจากการกำหนดนโยบายที่ไม่ผ่านการศึกษาบริบทของท้องถิ่น จนกลายเป็นเพียงความ ‘สวยงาม’ ที่แหว่งวิ่น ขาดตอน 

เลือนหาย กลายเป็นเพียงรอยจาง 

ปี พ.ศ. 2530 ประเทศไทยได้สนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่แต่ละจังหวัดพยายามจะคัดเลือกคำขวัญที่เป็นตัวแทนของจังหวัดนั้นๆ และยังคงถูกใช้มาจนถึงปัจจุบัน กระนั้น ภาพถ่ายในชุด ‘ราชบุรีเลือนหาย’ ก็กลายเป็นเครื่องหมายปรัศนีย์ที่ยังคงตกค้าง ว่าหนทางการสนับสนุนแบบเหมารวม และการส่งต่อนโยบายจากส่วนกลางนั้น มันได้สะท้อนถึงจิตวิญญาณและตัวตนของจังหวัดราชบุรีจริงหรือไม่ หรือมันได้เลือนหายกลายเป็นเพียงรอยจางในเงาคำขวัญที่ถูกคิดและเลือกโดยปราศจากการพิจารณาอย่างรอบด้านไปแล้ว...

ถมทับด้วยความหยาบ เพื่อให้ภาพที่ชัดเจน

บางครั้งความงดงามก็อาจจะต้องเดินผ่านความหยาบกระด้าง ร่อนจนตกตะกอนออกมาเป็นเม็ดแท้แห่งตัวตน ซึ่งงานในชุด ‘ราดบุรี’ นี้ น่าจะจัดได้ว่าแรงในภาพสัมผัส เพราะคัดเลือดจากงานชุด Mud ในปี พ.ศ. 2553 กับการสาดโคลนใส่ตัวแบบที่มาร่วมสร้างสรรค์ ประหนึ่งการรับมือกับสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลง ความท้าทายการเปลี่ยนผ่าน อุปมาราวกับการต่อสู้ของคนราชบุรี ที่รับมือกับหลายสิ่งที่กระทบเข้ามา ไม่ว่าจะทั้งชีวิต และตัวตนของจังหวัด ยืนหยัดอย่างห้าวหาญ ยืนกรานในการอนุรักษ์แนวทางดั้งเดิม ที่จะเพิ่มเติมในการเดินไปสู่อนาคตที่สิ่งเก่าและใหม่สามารถไปด้วยกัน และสิ่งที่เลือนหายนั้น ได้กลับมากระจ่างชัด...อีกครั้ง 

FYI

งานนิทรรศการภาพถ่ายชุด Lastburi : เลือนลาง กระจ่างชัด นี้ เริ่มจัดแสดงแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา และจะแสดงไปจนถึงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ พื้นที่แสดงงาน โรงงานเถ้าฮงไถ่ จังหวัดราชบุรี อันเป็นที่ที่ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ได้ถือกำเนิดและใช้เวลาของชีวิตช่วงหนึ่งไปกับมัน... 

ประวัติศิลปิน

วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ เกิดและเติบโตในครอบครัวผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่และมีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรี (โรงงานเถ้าฮงไถ่) ใช้ชีวิตวัยเด็กคลุกคลีกับงานปั้นและเครื่องเคลือบ จนเดินทางไปศึกษาต่อที่ Universität Gesamthochschule สถาบันเทคโนโลยีสำหรับเครื่องเคลือบดินเผา เมือง Landshut ประเทศเยอรมนี และระดับปริญญาโทที่ Kassel 

 

ด้วยความผูกพันกับเครื่องปั้นดินเผาและแนวคิดที่พร้อมต่อยอดสู่การประยุกต์ ทำให้วศินบุรีสร้างสรรค์ผลงานจำนวนมาก ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับสากล อาทิ นิทรรศการศิลปะในถ้ำ : สภาวการณ์-มนุษย์-เมือง : บทสนทนาในถ้ำ (Metro-Sapiens: Dialogue in the Cave), งานแสดงชุด Poperomia, งานแสดงชุด BURIUM ณ RMA Institute (เป็นการผสมของสองคำคือ Buri จากราชบุรี และ Arium ภาษาละตินที่แปลว่า ภาชนะใส่ของ) 

ปัจจุบัน นอกจากจะดำรงตำแหน่งศิลปินศิลปาธร ประจำปี พ.ศ. 2553 สาขาการออกแบบแล้ว วศินบุรียังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธุรกิจเถ้าฮงไถ่ ดูแลงานเครื่องปั้นดินเผา รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันต่างๆ อีกด้วย