x

Reasons to Read

  • มิเกล เชอวาลีเยร์ ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกศิลปะดิจิตอล สร้างสรรค์ผลงานด้วยคอมพิวเตอร์มานานถึง 35 ปี
  • “ดิจิตอลอาร์ตไม่ได้จะมาแทนที่ศิลปะชนิดใด ดิจิตอลอาร์ตเป็นศิลปะแห่งศตวรรษที่ 21 งานศิลปะแต่ละแขนงมีช่วงเวลาของตัวเองและสื่ออารมณ์ของศิลปินออกมาในรูปแบบที่ต่างกันเท่านั้น” 

 

หากพูดถึงศิลปะภาพวาดต้องมีชื่อ ลีโอนาร์โด ดาวินชี เจ้าของผลงานโมนาลิซาอันโด่งดัง และหากพูดถึงศิลปะวีดิทัศน์ (Video Art) ต้องพูดถึง ‘นัมจุน แพ็ก’ (Nam Jun Paik) ศิลปินชาวเกาหลีผู้ถูกยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งศิลปะวีดิทัศน์ ความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาทำให้งานศิลปะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันตามยุคสมัยและแรงบันดาลใจของศิลปิน และในศตวรรษที่ 21 งานศิลปะที่เรียกว่า ‘ดิจิตอลอาร์ต’ อาจเป็นศิลปะที่สามารถเข้าถึงและสื่อสารกับผู้คนได้ดีที่สุด

‘มิเกล เชอวาลีเยร์’ เป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกศิลปะดิจิตอล สร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้คอมพิวเตอร์และค้นหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่มีความลึกซึ้ง แม้มิเกลจะเป็นศิลปินจากยุค 80s แต่ความสร้างสรรค์ที่แตกต่างและทันสมัยทำให้เขายังคงเป็นที่ยอมรับ ทีมงาน GM Live มีโอกาสได้สัมภาษณ์สุดพิเศษเกี่ยวกับงานศิลปะ ‘ฟลอร์ แมปปิง’ (Floor Mapping) ที่นำมาจัดแสดงร่วมกับ ‘ไอคอนสยาม’ ในช่วงปีใหม่ที่มีชื่อว่า ‘เมจิก คาเพต แบงคอก’ (Magic Carpet Bangkok) มาฟังไปพร้อมๆ กันว่าศิลปินระดับโลกคนนี้จะพูดถึงงานศิลปะของเขาว่าอย่างไรบ้าง

GM Live : การจัดแสดงงานศิลปะ ‘เมจิก คาเพต แบงคอก’ ในครั้งนี้มีความท้าทายอย่างไรสำหรับคุณไหม

มิเกล : ความท้าทายคือพื้นที่จัดแสดงมีขนาดใหญ่และมีสีเข้ม ทำให้ต้องปรับแสงและสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แถมยังเป็นงานชิ้นใหญ่ที่สุดที่ผมเคยทำมา ซึ่งเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเจอ อีกข้อหนึ่งคือ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามมีนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ การทำงานศิลปะให้คนที่หลากหลายและไม่มีความรู้ด้านศิลปะสามารถเข้าถึงได้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทาย

GM Live : รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมงานกับไอคอนสยาม

มิเกล : รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับไอคอนสยาม และรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามรวบรวมเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยมาไว้ในที่เดียว มีทั้งร้านขายของแบบไทยและร้านหรูหรามากมาย รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นอะไรที่น่าสนใจและน่าประทับใจมาก

GM Live : ผลงานศิลปะ 60 แพตเทิร์นในเมจิก คาเพตครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากอะไร

มิเกล : ผลงาน 60 แพตเทิร์นนี้จะมีลายใหม่ 6 ลายที่ได้แรงบันดาลใจมากจากลวดลายไทย ซึ่งทำออกมาหลายรูปแบบ โดยเน้นสีสันสดใส และรูปแบบที่เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย เพื่อให้คนที่มาชมผลงานรู้สึกมีความสุขและสนุกกับงาน

GM Live : รู้สึกอย่างไรกับลายไทย

มิเกล : เป็นครั้งแรกที่ผมได้ออกแบบลายไทย ซึ่งเป็นลายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนลวดลายดิจิตอลทั่วไป ทำให้ต้องศึกษาแล้วจึงนำมารวมกับรูปแบบภาพเคลื่อนไหวที่เคยทำไว้ การได้ออกแบบลวดลายที่มีความเฉพาะตัวก็เป็นอีกสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับงานนี้ เพราะต้องผสมผสานระหว่างความเป็น Local และ Global เข้าด้วยกัน 

GM Live : ในการสร้างสรรค์ผลงานดิจิตอลอาร์ตมีความแตกต่างจากศิลปะในรูปแบบอื่นอย่างไร

มิเกล : ผมเองก็เหมือนกับศิลปินทั่วไปที่ล้วนมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวอยู่ และพัฒนาผลงานของตัวเองมาเรื่อยๆ ซึ่งดิจิตอลอาร์ตเป็นศิลปะที่ไม่เหมือนศิลปะชนิดอื่น อาทิ ภาพวาด ที่ผู้ชมไม่สามารถสัมผัสได้ ทำให้มีระยะห่างระหว่างผลงานและผู้ชม แต่ดิจิตอลอาร์ตเปิดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้ อย่างเช่นเมจิก คาเพตที่เป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จชิ้นหนึ่ง เพราะผู้ชมสามารถมีส่วนร่วม รวมถึงสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ

GM Live : เอกลักษณ์งานศิลปะของ มิเกล เชอวาลิเยร์

มิเกล : เป็นงานศิลปะที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมได้ มีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการถ่ายทอดเหมือนงานศิลปะมีชีวิต เช่นเมื่อฉายภาพศิลปะดิจิตอลที่เขาสร้างขึ้นมาและมีคนมายืน ภาพนั้นจะเคลื่อนไหวอย่างมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล

GM Live : จุดเริ่มต้นในการทำงานศิลปะดิจิตอล 

มิเกล : ตั้งแต่เริ่มสร้างผลงานช่วงปี 1980 ผมก็มีความสนใจในศิลปะอาวองต์ การ์ด (avant garde art) หรือศิลปะที่ล้ำสมัย ในตอนนั้นดิจิตอลเป็นเรื่องใหม่และคิดว่าสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ผลงานได้ ซึ่งเป็นการทดสอบความเป็นศิลปินของตัวผมเองด้วย

GM Live : ความรู้สึกตอนได้เจอคอมพิวเตอร์ครั้งแรก

มิเกล : ตอนเริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์ ผมกำลังเรียนอยู่โรงเรียนศิลปะเอกอล นาซิยงนาล ซูเปเรเออ เดส โบซ์ อาร์ (École nationale supérieure des Beaux-Arts) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งคอมพิวเตอร์ในตอนนั้นเป็นสิ่งใหม่และไม่มีโปรแกรมมากมายเหมือนในปัจจุบัน แต่ผมก็เริ่มเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง สั่งสมประสบการณ์ด้านการทำงานดิจิตอล จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 35 ปีแล้ว

GM Live : รู้สึกอย่างไรกับวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไป

มิเกล : ตั้งแต่ได้รู้จักคอมพิวเตอร์ก็ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ได้ใช้ศาสตร์แห่งตัวเลขมาสร้างผลงานศิลปะดิจิตอล ถือเป็นการพัฒนาด้านศิลปะ และการทำให้ผู้คนเข้าถึงอารมณ์ของศิลปะได้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

GM Live : ในมุมมองของคุณ คิดว่าศิลปะคืออะไร และมีไว้เพื่ออะไร

มิเกล : ศิลปะเป็นสิ่งที่ซับซ้อน เพราะเป็นสิ่งที่สามารถมองได้ด้วยสายตา และมีการแสดงออกทางอารมณ์ผ่านชิ้นงาน ซึ่งผลงานศิลปะดิจิตอลที่ทำมาตลอด 35 ปีของผมก็เป็นการแสดงอารมณ์ผ่านงานศิลปะที่มีความเฉพาะตัว

GM Live : ทำไมทุกคนควรมาชมงานศิลปะในครั้งนี้

มิเกล : ไอคอนสยามเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมหลายอย่าง รวมถึงงานศิลปะ ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติและตั้งใจอย่างมากกับการจัดแสดงในครั้งนี้ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาชมและมีส่วนร่วม

GM Live : คิดว่าในอนาคต ดิจิตอลอาร์ตจะเข้ามาแทนศิลปะแบบดั้งเดิมได้หรือไม่

มิเกล : ดิจิตอลอาร์ตไม่ได้จะมาแทนที่ศิลปะชนิดใด แต่ดิจิตอลอาร์ตเป็นศิลปะแห่งศตวรรษที่ 21 งานศิลปะแต่ละแขนงมีช่วงเวลาของตัวเอง และศิลปินแต่ละคนก็มีความถนัดต่างกันไป อาทิ ‘นัมจุน แพ็ก’ ที่ถนัดด้านศิลปะวีดิทัศน์ (Video Art) แม้เวลาจะผ่านไปแต่วิดีโอก็ยังคงอยู่ ไม่ได้มีอะไรมาแทนที่ แต่เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่แสดงอารมณ์ของศิลปินในรูปแบบที่ต่างกันเท่านั้น

การแสดงศิลปะพรมวิเศษ หรือ ‘เมจิก คาเพต แบงคอก’ ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ศิลปิน ‘มิเกล เชอวาลิเยร์’ เคยรังสรรค์มา จัดแสดงที่ไอคอนสยาม บริเวณริเวอร์พาร์ก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 ธันวาคม 2561 และวันที่ 5-31 มกราคม 2562  และที่สำคัญคือห้ามพลาดไฮไลต์สุดพิเศษในวันคริสต์มาสประจำเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้