x

Reasons to Read

  • เด็กกลุ่มตัวอย่าง 47% มีประสบการณ์ 'ความไม่มั่นคงทางด้านอาหาร' ในครัวเรือน ที่หมายความรวมถึงการอดอาหาร การกินน้อยลงเมื่อจำเป็น และการที่ครอบครัวไม่มีเงินพอที่จะหาอาหารมาไว้บนโต๊ะกินข้าว
  • ความไม่มั่นคงทางด้านอาหารในทุกวัยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนรู้ มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าคะแนนสอบที่ต่ำลงของเด็กและวัยรุ่นตอนต้นอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และสุขภาพในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งบุคคลและเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

 

การวิจัย 'ความไม่เท่าเทียมในการเรียนรู้ของวัยรุ่น: ช่วงเวลาและการคงอยู่ของความไม่มั่นคงทางอาหารในบ้านมีความสำคัญหรือไม่?' โดย ดร. เอลิซาเบตทา ออริโน (Dr.Elisabetta Aurino) จากอิมพีเรียล คอลเลจ (Imperial College) กรุงลอนดอน ดร. แจสมิน เฟลดเดอร์โยแฮน (Dr. Jasmine Fledderjohann) นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแลนแคสเตอร์ (Lancaster University) ประเทศอังกฤษ และดร. สุกุมาร์ เวลลักคัล (Dr. Sukumar Vellakkal) จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเบอร์ลา ในรัฐกัว ประเทศอินเดีย ที่ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เปิดเผยข้อมูลที่ทีมนักวิจัยได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับ 'ความไม่เท่าเทียมในการสัมฤทธิ์ทางการเรียน' ของเด็กอายุ 12 ขวบ โดยการตรวจสอบคะแนนสอบ จากนั้นก็สำรวจว่า 'ความไม่มั่นคงทางด้านอาหาร' (Food Insecurity หรือการที่ประชากรไม่มีอาหารเพียงพอกับความต้องการ ไม่มีเสถียรภาพ และไม่สามารถเข้าถึงได้) ที่บ้านตอนอายุ 5 ขวบ 8 ขวบ และ 12 ขวบนั้น เชื่อมโยงกับคะแนนสอบที่ต่ำกว่าเมื่อเด็กมีอายุ 12 ขวบหรือไม่

ผลการสำรวจพบว่า เด็กกลุ่มตัวอย่าง 47% มีประสบการณ์ 'ความไม่มั่นคงทางด้านอาหาร' ในครัวเรือน ซึ่งหมายความรวมถึงการต้องอดอาหาร การกินน้อยลงเมื่อจำเป็น และการที่ครอบครัวไม่มีเงินพอที่จะหาอาหารมาไว้บนโต๊ะกินข้าว ซึ่งเกิดขึ้นในบางช่วงระหว่างการสังเกต

แต่ความไม่มั่นคงทางด้านอาหารไม่ใช่เรื่องของความยากจน เพราะแม้แต่ 18% ของครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในการศึกษาครั้งนี้ก็ประสบกับความไม่มั่นคงเช่นกัน

ทั้งนี้ ความไม่มั่นคงทางด้านอาหารในทุกวัยเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ มีข้อมูลแสดงให้เห็นคะแนนสอบที่ต่ำลงของวัยรุ่นตอนต้น เกี่ยวกับการเรียนรู้คำศัพท์ การอ่าน คณิตศาสตร์ ภาษาท้องถิ่น (ภาษาเตลูกู) และภาษาอังกฤษ

ส่วนในเด็กที่ประสบกับความไม่มั่นคงด้านอาหารตั้งแต่อายุ 5 ขวบ หรือประสบความไม่มั่นคงด้านอาหารติดต่อกันเป็นเวลานาน พบว่ามีคะแนนต่ำสุดในทุกผลลัพธ์ ซึ่งการเผชิญความไม่มั่นคงทางด้านอาหารตั้งแต่เด็กและต่อเนื่องยาวนานนั้น เป็นตัวทำนายที่สอดคล้องกันมากที่สุดของทักษะการเรียนรู้ที่บกพร่องในเด็กอายุ 12 ปี โดยเฉพาะการอ่านและการพัฒนาคำศัพท์

ขณะเดียวกันก็พบว่าความไม่มั่นคงด้านอาหารในวัยเด็กและวัยรุ่นตอนต้นมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการเรียนคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

เพราะทุกก้าวทุกกิโลเมตร ของคุณคือความหวังของพวกเขา 

สำหรับวิชาต่างๆ เช่น การอ่าน คำศัพท์ และการสร้างทักษะพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญมากและความไม่มั่นคงทางด้านอาหารในชีวิตช่วงต้นอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างทักษะพื้นฐานเหล่านี้ ส่วนในวิชาอื่นๆ เช่น คณิตศาสตร์ ที่ต้องเรียนรู้แบบไต่ระดับ โดยใช้ความรู้เดิมเป็นพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจความรู้ในเรื่องที่ยากขึ้นนั้น หากเด็กมีความไม่มั่นคงด้านอาหารในช่วงเวลาใดก็ตาม ก็อาจทำให้เกิดการตกหล่นในการเรียนรู้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างเหล่านี้ว่า อิทธิพลของความไม่มั่นคงด้านอาหารไม่ได้มีผลตลอดวัยเด็ก แต่ด้วยระดับการเรียนรู้ที่ต่ำลง ความไม่มั่นคงด้านอาหารในวัยเด็กอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และสุขภาพในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งบุคคลและเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

งานวิจัยชิ้นนี้นับเป็นเอกสารชุดแรกที่ศึกษาความแตกต่างในการเรียนรู้ของวัยรุ่นและความไม่มั่นคงของอาหารในครัวเรือนของเด็กสามช่วงวัย ได้แก่ เด็กเล็ก เด็กโต และวัยรุ่น ในประเทศอินเดีย

ทีมวิจัยหวังว่าผลการศึกษาของพวกเขาจะเป็นการแจ้งข่าวไปยังโครงการด้านการศึกษาต่างๆ ที่กำหนดเป้าหมายเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อความไม่มั่นคงด้านอาหาร ทั้งในพื้นที่ของชนเผ่า ชุมชนแออัดในเมืองใหญ่ และพื้นที่ห่างไกล และให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่พวกเขา

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังต้องการให้การค้นพบของพวกเขาถูกนำไปใช้ประโยชน์ในโครงการด้านอาหารและการคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ เพื่อกำหนดหนทางที่เป็นไปได้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ให้เร็วยิ่งขึ้น