x

Reasons to Read 

  • วิดีโอภาพถ่ายในมุมสูงสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่หาชมได้เฉพาะที่ GMLive เท่านั้น

  • ความทรงจำของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก่อนจะกลายเป็นเพียงชื่อที่ถูกจารึกไว้ในตำนานแห่งการบริการในวันที่ 5 มกราคม 2562

ณ หัวมุมถนนสีลมตัดกับถนนพระรามสี่ คือที่ตั้งของ ‘โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ สถานที่ซึ่งเป็นตำนานแห่งการบริการและเป็นดั่งทูตสันถวไมตรีแห่งสยามประเทศ ด้วยการทำหน้าที่เป็นสถานที่รับรองแขกวีไอพีในระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 48 ปี คนดังในระดับโลกอย่าง มาร์กาเรต แทตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีเจ้าของฉายา ‘หญิงเหล็ก’ แห่งสหราชอาณาจักร,โรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 40, วิตนีย์ ฮิวสตัน ราชินีเพลงป๊อปชาวอเมริกัน ผู้มียอดขายแผ่นเสียงสูงสุดตลอดกาล กระทั่งซูเปอร์จูเนียร์ วงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีใต้ ฯลฯ ต่างก็เคยเป็นแขกคนสำคัญที่ร่วมสร้างตำนานให้กับดุสิตธานีทั้งสิ้น 

 

ทว่าก่อนที่จะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มกราคม 2562 นี้ GM Live ขอนำคุณย้อนอดีตผ่านความทรงจำมากมายของ ‘ดุสิตธานี’ ผ่านภาพวิดีโอในมุมสูงสุดเอ็กซ์คลูซีฟและเรื่องราวมากมาย ณ สถานที่อันเปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งความทรงจำบนถนนสายนี้

 

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ถือกำเนิดขึ้นจากปณิธานอันแรงกล้าของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เมื่อปี พ.ศ. 2513 ที่ต้องการสร้างโรงแรมห้าดาวที่ได้มาตรฐานระดับโลก โดยนำประสบการณ์การบริหารงานโรงแรมปริ๊นเซส บนถนนเจริญกรุง มาสร้างมาตรฐานใหม่ของการให้บริการธุรกิจโรงแรมในยุคนั้น ด้วยการนำเอาวัฒนธรรมความอ่อนช้อยแบบไทยๆ มาผสมผสานกับมาตรฐานของการให้บริการที่เป็นสากล แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็น ‘บ้านศาลาแดง’ ของเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) โดยใช้ชื่อ ‘ดุสิตธานี’ ซึ่งแปลว่า ‘เมืองสวรรค์’ ตามชื่อเมืองจำลองของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามที่เคยมีพระราชประสงค์ที่จะสร้าง ‘เมืองแห่งประชาธิปไตย’ อีกทั้งยังเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 จากการที่พื้นที่ตั้งของโรงแรมตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินีซึ่งมีพระบรมรูปของพระองค์ประดิษฐานอยู่

 

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพฯ เพราะเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยในช่วงยุค 70s มาก่อน โดยอาคารรูปทรงแปลกตา ความสูง 22 ชั้น เป็นผลงานออกแบบของ ‘โยโซะ ชิบาตะ’ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่เคยฝากผลงานชิ้นโบว์แดงเอาไว้อย่าง New Otani Hotel โดยนำเอาสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์เข้ากับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ทำให้ตัวอาคารมีฐานกว้างและค่อยๆ เรียวสอบและมียอดแหลมบนเรียวอาคารในลักษณะที่คล้ายเจดีย์ การตกแต่งภายในใช้ความเป็นไทยมาผสมผสานกับความนําสมัยแบบสากล เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์และความงาม รวมถึงความสะดวกสบายและหรูหรา 

 

ความทันสมัยในแบบสากล คืออัตลักษณ์หรือดีเอ็นเอที่สร้างการจดจําให้แก่ผู้คนมากมาย นับเป็นสถานที่ในความทรงจำของคนไทยตลอดจนแขกผู้มาเยือนในระดับนานาชาติ ดุสิตธานีเปรียบเสมือนทูตสันถวไมตรีที่ร้อยเรียงความหลากหลายทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันทั้งเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยนำเอาวัฒนธรรมความอ่อนช้อยแบบไทยๆ ผสมผสานกับมาตรฐานของการให้บริการที่เป็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการให้บริการที่มาจากหัวใจ ล่าสุดกับเป็นสถานที่เก็บตัวของเหล่าสาวงามจาก 95 ประเทศทั่วโลกในการประกวด Miss Universe 2018 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 3 (ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2535 ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2548) โดยมีโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ รับหน้าที่อันทรงเกียรติเคียงคู่ประเทศไทยมาทุกครั้ง และนั่นคือการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญครั้งสุดท้ายของโรงแรมซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของผู้คนมากมาย

 
 

ภายหลังการรูดม่านปิดฉากลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มกราคม 2562 ที่กำลังมาถึง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะร่วมทุนกับ CPN หรือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เพื่อทำการพลิกโฉมและเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘Mixed-use Project’ มูลค่ากว่า 36,700 ล้านบาท อันประกอบด้วยโรงแรม, อาคารที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก (Retail) โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566

 

GM Live อยากชวนคุณร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ภาพถ่ายเก่า หากคุณเคยมีความทรงจำดีๆ กับชื่ออันคุ้นเคยของสถานที่อย่างห้องนภาลัย, ห้องอาหารเบญจรงค์, เทียร่า, เดซอง, 22 Kitchen & Bar, บับเบิ้ลส์, My Bar, เทวารัณย์สปา เพื่อรำลึกถึงห้วงแห่งความประทับใจ ณ โรงแรมแห่งนี้ไปพร้อมกับเรา