x

Reasons to Read

  • หากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เรารู้จักใช้เวลาหลายล้านปีในการประมวลผล คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะทำได้ภายใน 3 วันเท่านั้น
  • ปัญญาประดิษฐ์ บล็อกเชน ระบบประมวลข้อมูลอัตโนมัติ เทคโนโลยีเหล่านี้อาจทำงานแทนที่มนุษย์ในอนาคต

 

ปีที่ผ่านมามีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ล้ำๆ ออกมานำเสนอให้เราได้ใช้กันไม่หวาดไหว แม้บางอย่างอาจมีมานานหลายปีแล้วแต่ก็เพิ่งเป็นที่รู้จักและถูกพัฒนาให้เข้ากับชีวิตประจำวันจนกลายเป็นที่นิยมเมื่อไม่นานมานี้ อาทิ เครื่องบินบังคับโดรน (Drone) ที่แรกเริ่มใช้ในทางทหาร แต่ปัจจุบันถูกนำมาใช้ตั้งแต่ด้านการเกษตรไปจนถึงงานบันเทิง หรือเทคโนโลยีเสมือนจริงอย่างเครื่องเล่นวีอาร์ (Virtual Reality) ที่เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นไม่เฉพาะแต่เกม หากถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายแวดวง 

การพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งช่างน่าตื่นเต้นว่าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจและจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตเราอีก อะไรจะมาแรง อะไรจะมาใหม่ มาเตรียมพร้อมรับมือเทรนด์เทคโนโลยีในปี 2019 ไปพร้อมๆ กัน

1. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI)

คาดการณ์ว่าในปีหน้าปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดขึ้นและเก่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการพัฒนาส่วนการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้ได้เองจากการประมวลข้อมูลซ้ำๆ และสามารถตัดสินใจหรือควบคุมตัวเองได้อัตโนมัติ สิ่งที่อาจได้เห็นกันในเวลาอันใกล้นี้ อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ โดรนที่ประมวลผลได้เองอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์ที่มีระบบความคิดเสถียรมากขึ้นจนคล้ายมนุษย์

2. การวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติ (Augmented Analytics)

เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลมีความน่าสนใจเพราะอนาคตโลกของเราจะมีข้อมูลจำนวนมากขึ้นอย่างมหาศาล การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจึงทำได้ยากขึ้น เพราะอาจคำนวณพลาดหรือมองข้ามจุดสำคัญไป เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลจะเข้ามาช่วยสรุปผลและอาจทำให้เราได้ผลลัพธ์ในมุมใหม่ ที่สำคัญคือระบบคอมพิวเตอร์ ‘ไม่มีอคติ’ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลนั้นเชื่อถือได้ เทคโนโลยีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือบริษัทที่ใช้ข้อมูลเชิงลึกในการวางแผนทำงาน เว็บไซต์ Gartner ได้ทำนายไว้ว่าภายในปี 2020 ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กว่า 40 เปอร์เซ็นต์จะถูกคำนวนด้วยระบบอัตโนมัติแทนมนุษย์

3.คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม (Quantum Computing)

อาจไม่คุ้นหูสำหรับบางคนเพราะเทคโนโลยีนี้ยังใหม่และอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา แต่ถ้าวันหนึ่งพัฒนาถึงขั้นพร้อมใช้งานแล้วล่ะก็ โลกที่เรารู้จักจะเปลี่ยนไปจนตามกันไม่ทัน คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เรารู้จัก ความล้ำคือสามารถประมวลข้อมูลได้เร็วอย่างมหาศาล องค์การนาซ่ากล่าวให้เห็นภาพไว้ว่า “หากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เรารู้จักใช้เวลาหลายล้านปีในการประมวลผล คอมพิวเตอร์เชิงควอนตัมจะทำได้ภายใน 3 วันเท่านั้น” เนื่องจากคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ใช้คุณสมบัติของอนุภาคอะตอมซึ่งมีขนาดเล็กทำให้ประมวลผลได้เร็ว ประโยชน์ที่โลกจะได้จากเทคโนโลยีนี้ก็เช่น ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานได้เร็วขึ้น การทดลองทางการแพทย์ที่แม่นยำและลึก หรือการรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์ที่แน่นหนากว่าเดิม โดยมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีชนิดนี้จะพร้อมให้ใช้งานอย่างแพร่หลายภายใน 2025

4.เทคโนโลยีความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต (Digital Security and Privacy) 

นับแต่วินาทีที่เข้าสู่โลกออนไลน์ ข้อมูลส่วนตัวของเราก็เป็นอันตรายและอาจถูกจับตามองโดยไม่รู้ตัว ช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินข่าวองค์กรต่างๆ ทำข้อมูลส่วนตัวลูกค้าหรือผู้ใช้งานรั่วไหล สร้างความไม่มั่นใจให้ผู้ใช้ว่าระบบความปลอดภัยขององค์กรที่เราไว้ใจให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวนั้นแน่นหนาพอที่จะเก็บความลับของเราจริงหรือ ไม่ใช่เพียงบัญชีออนไลน์ต่างๆ แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมได้ผ่านอินเทอร์เน็ตล้วนมีความเป็นไปได้ที่จะถูกเข้าถึงหรือควบคุม อาทิ กล้องวงจรปิดหรือประตูบ้าน ทำให้มีการคาดเดาว่าในปี 2019 นี้อาจมีปัญหาเรื่องระบบรักษาความเป็นส่วนตัวออกมาให้เห็นกันเรื่อยๆ ผู้ผลิตจึงต้องรีบอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยให้น่าเชื่อถือและเรียกความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน

5. ระบบการเก็บข้อมูลไร้ซึ่งตัวกลาง (Blockchain)

เทคโนโลยีที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นตัวสำคัญในอนาคต บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเก็บบัญชีหรือข้อมูลใส่ไว้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และปลอดภัย ยากต่อการปลอมแปลง สามารถแบ่งปันข้อมูลต่อกันเป็นทอดๆ เหมือนห่วงโซ่ ทำให้ทุกคนเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและเชื่อถือได้แม้ไม่มีคนกลางตรวจสอบ โดยเริ่มมีการนำมาใช้ในวงการธุรกรรมให้เห็นกันบ้างแล้ว ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดคือผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องไปธนาคาร เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถตรวจสอบกันและกันได้เอง หากในอนาคตมีการนำไปใช้ในทางอื่นก็จะสร้างความสะดวกให้ชีวิตขึ้นมาก อาทิ การเก็บข้อมูลผู้ป่วยไว้ที่เดียว ทำให้ไม่ว่าเราไปโรงพยาบาลใดก็สามารถดึงประวัติมาดูได้ หรือการบันทึกทรัพย์สินที่ครอบครองลงในเครือข่ายทำให้สามารถตรจสอบความโปร่งใสได้

และนี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของเทคโนโลยีน่าสนใจที่จะได้เห็นกันในปีหน้าเท่านั้น ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตสบายขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพดีกว่ามนุษย์ในบางมุม และแม้จะมีโปรแกรมเรียนรู้ด้วยตัวเองแต่เทคโนโลยีก็ยังขาดความรู้สึกและจิตสำนึกในแบบที่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถจะทำได้

 

อ้างอิง :

  • https://www.gartner.com/smarterwithgartner/gartner-top-10-strategic-technology-trends-for-2019/
  • https://interestingengineering.com/5-technology-trends-to-watch-in-2019