x

Reasons to Read

  • ทั้งที่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มมึนเมาและเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่ ‘เมาแล้วขับ’ แต่ตัวเลขอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตในฤดูเทศกาลก็ดูเหมือนจะไม่ลดน้อยลง
  • ลองพิจารณาตัวเลขและปัจจัยต่างๆ เพื่อระวังและหาวิธีป้องกันอุบัติเหตุให้ตรงจุด

 

เข้าสู่เทศกาลแห่งการสังสรรค์สิ้นปีที่หลายคนรอคอย หลังจากทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปีก็ถึงเวลาใช้วันหยุดสุดพิเศษนี้ตอบแทนตัวเองก่อนเริ่มต้นศักราชใหม่ หลายคนกำลังเตรียมตัวใช้โอกาสพิเศษนี้เดินทางกลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หรืออาจกำลังนัดกลุ่มเพื่อนสนิทไปเฉลิมฉลองให้หายคิดถึง ฤดูเทศกาลรื่นรมย์เช่นนี้มักมีผู้คนออกมาใช้รถใช้ถนนกันมากกว่าปกติ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

ในทุกปีจะมีการกำหนดระยะ 7 วันอันตราย คือช่วงวันที่มีอุบัติเหตุเกิดบนถนนมากที่สุด มักจะเป็นฤดูเทศกาลอย่างวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ที่กำลังมาถึง ทำให้หน่วยงานต่างๆ ออกมาตรการข้อห้ามเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุซึ่งก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตบนท้องถนน ส่วนสาเหตุหากดูจากสถิติในหลายๆ ปีที่ผ่านมาจะพบว่าส่วนใหญ่นั้นเนื่องมาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือผู้ขับมีอาการมึนเมาจนไม่มีสติในการขับขี่ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมอย่างจริงจังในช่วง 7 วันอันตรายของทุกปี โดยมาตรการหลักๆ มี 4 ข้อคือ

  1. ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันหรือเวลาที่กำหนด
  2. ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  3. ห้ามขายโดยใช้เครื่องอัตโนมัติ หรือเร่ขาย หรือลดราคาเพื่อส่งเสริมการขาย
  4. ห้ามโฆษณาทุกกรณี

ข้อบังคับข้างต้นอยู่ใน ‘พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551’ ตั้งใจลดปัญหาแอลกอฮอล์ที่ส่งผลต่อสังคมและเศรษฐกิจ ส่งเสริมสุขภาพประชาชน และป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มมึนเมาได้ง่าย จึงเน้นไปที่การควบคุมผู้จำหน่ายเป็นหลัก ทว่าหากย้อนดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายของหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนแม้มีการออกกฎและรณรงค์กันทุกปี รวมถึงตัวเลขของผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้ช่วง 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2561 (ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2560 ถึง วันที่ 3 มกราคม 2561) ที่ผ่านมา จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในรอบ 10 ปีคือ 478 ราย แต่หากเปรียบเทียบกับสถิติปีอื่นๆ จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ จะพบว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตรายจนถึงปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน และสาเหตุหลักของหลายๆ ปีก็ยังคงเป็นเรื่องการเมาแล้วขับเช่นเดิม

อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าข้อบังคับใช้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง เนื่องจากแม้มีการควบคุมการจำหน่ายและเพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนกฎเมาแล้วขับ แต่เครื่องดื่มมึนเมาก็ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเวลานี้อยู่เช่นเดิม ทั้งนี้อาจมีสาเหตุจากตัวผู้ขับขี่ที่ไร้ความรับผิดชอบและไม่ทำตามกฎข้อบังคับด้วย ทำให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียเพิ่มขึ้น หากในอนาคตมีการออกกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มมึนเมาและมาตรการที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและเข้มข้นมากพอ ก็อาจทำให้ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุลดน้อยลงอย่างที่ตั้งใจไว้ได้

ทั้งนี้ วิธีลดอุบัติเหตุที่ง่ายและได้ผลดีแน่นอน คือเริ่มต้นที่ตัวเราทุกคน การมีความรับผิดชอบในการดื่ม ไม่ขับขี่บนท้องถนนหากมีอาการมึนเมา หรือหากมีความจำเป็นก็ควรเรียกใช้บริการรถสาธารณะหรือบริการจ้างคนขับเพื่อความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมถนนและตัวคุณเอง

 

FYI

  • สำหรับร่างกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา สามารถอ่านได้ ที่นี่

  • สำหรับโทษของผู้ฝ่าฝืนกฎ ‘เมาแล้วขับ’ จะมีความรุนแรงต่างกันไป โดยหากขับขี่ทั้งที่มึนเมาจะมีโทษคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายจนเสียชีวิตจะมีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น 

 

อ้างอิง :

  • https://voicetv.co.th/read/SJAMNAtQG
  • https://news.thaipbs.or.th/content/269071
  • https://voicetv.co.th/read/rkOrrXoXG
  • https://news.thaipbs.or.th/content/259284