x

Reason to Read

  • หากสงกรานต์นี้ยังเล่นสนุกไม่สะใจ ลองมาดู 5 เทศกาลที่รับรองว่า ยิ่งเลอะ ยิ่งสนุกจากหลายประเทศที่กำลังรอให้คุณจองตั๋วบินตามไปร่วมสนุกให้หายอยาก

 

อากาศที่ร้อนอบอ้าวของเดือนเมษายนเป็นสัญญาณที่บอกเราได้อย่างดีว่าตอนนี้ฤดูร้อนมาถึงแล้ว ซึ่งอาจเป็นเรื่องน่ายินดีของหลายคนที่กำลังตั้งตาคอยเทศกาลสงกรานต์ ที่จะได้เล่นน้ำให้คลายร้อน อีกทั้งเป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศทั่วโลกตั้งใจเดินทางมาเพื่อร่วมสนุกอีกด้วย ทว่าเวลาเพียง 3 วันอาจยังไม่พอสำหรับหลายคน วันนี้เราจึงรวม 5 เทศกาลที่ยิ่งเลอะ ยิ่งสนุก จากหลายประเทศมาให้เลือกกัน จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างตามมาดู

1. เทศกาลสาดไวน์ (San Vino Wine Fight Festival) เมืองฮาโร ประเทศสเปน

เทศกาลนี้จัดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อโฮโรของประเทศสเปน ส่วนวิธีการเล่นก็ไม่ต่างจากสงกรานต์ของบ้านเราเท่าไหร่นัก เพียงแค่เปลี่ยนจากน้ำธรรมดาเป็นไวน์องุ่นเท่านั้นเอง ดังนั้น เราจะได้เห็นชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเพื่องานเทศกาลนี้ถือขัน ถังน้ำ หรือปืนฉีดน้ำบรรจุไวน์องุ่น เพื่อใช้สาดไวน์ใส่กันจนทุกคนถูกอาบไปด้วยไวน์องุ่นสีแดง แต่ไม่ต้องเสียใจว่าไวน์ที่นำมาใช้จะเสียประโยชน์ เพราะไวน์ที่ชาวบ้านใช้ในเทศกาลนี้เป็นไวน์ไร้คุณภาพซึ่งไม่สามารถบรรจุลงขวดได้ แถมไวน์ที่สาดกันแล้วก็จะไหลลงภูเขากลายเป็นปุ๋ยในไร่องุ่นต่อไปด้วย โดยกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนของทุกปี อีกทั้งในคืนก่อนถึงวันเทศกาลจะมีการออกมาดื่มและเต้นรำกันบนท้องถนนจนกระทั่งเช้าด้วย

2. เทศกาลสาดโคลน (Boryeong Mud Festival) เมืองโพ-รยอง ประเทศเกาหลีใต้

เทศกาลนี้เริ่มเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะเราจะได้เลอะและสนุกอย่างสมใจ งานนี้จัดขึ้นช่วงฤดูร้อน บริเวณชายหาดแดจอนซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ โดยจุดประสงค์ของงานนี้ก็เพื่อส่งเสริมและโปรโมต ‘โคลน’ ของเมืองโพ-รยอง ซึ่งนิยมนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ และเป็นการให้ผู้คนได้ลองมาพิสูจน์ประโยชน์ของโคลนที่ดีต่อผิวด้วยตัวเอง ในงานจะมีโซนหลากหลายให้เล่นสนุกจนผิวทุกอณูถูกพอกด้วยโคลนสีเทา อาทิ บ่อโคลน สไลเดอร์โคลน เรือนจำโคลน และการแข่งสกีโคลน เทศกาลสาดโคลนนี้จัดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หากสนใจก็อย่ารอช้า รีบจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปพอกผิวที่เทศกาลโคลนกันให้พร้อม

3. เทศกาลปามะเขือเทศ (La Tomatina) เมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน

หากดูเผินๆ อาจน่ากลัวไปเสียหน่อย แต่ก็มีการยืนยันหลายเสียงว่าเทศกาลที่ถนนจะเต็มไปด้วยผลมะเขือเทศสีแดงสดนี้สนุกจนห้ามพลาด จุดเริ่มต้นของเทศกาลปามะเขือเทศก็เริ่มจากในอดีตมีเด็กชายคนหนึ่งได้เข้าร่วมเดินขบวนพาเรด ทว่าจู่ๆ กลับเกรี้ยวกราดและทำร้ายคนร่วมขบวน ชาวบ้านละแวกนั้นจึงปาผักผลไม้ใส่ และสุดท้ายก็เกิดเป็นเทศกาลปามะเขือเทศที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเทศกาลดึงดูดนักท่องเที่ยวของประเทศไปโดยปริยาย ในวันเทศกาลจะมีรถบรรทุกขนมะเขือเทศหลายสิบกิโลมาให้ และทันทีที่รถบรรทุกเทมะเขือเทศเหล่านั้นลงบนพื้น ก็เท่ากับเป็นสัญญาณว่าสงครามมะเขือเทศได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมในทุกปี

4. เทศกาลแห่งสีสัน (Holi Festival) ประเทศอินเดีย

เทศกาลโฮลี หรือเทศกาลสาดสีจัดขึ้นเป็นประจำช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี โดยส่วนมากจะพบได้ในประเทศที่มีชาวฮินดูอาศัยอยู่มาก เช่น อินเดียหรือเนปาล เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งเชื่อว่าเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไปด้วยการปาผงสี โดยในวันเทศกาล ผู้คนจะออกมาตามท้องถนน สวนสาธารณะ หรือกระทั่งตามวัดวาอาราม ก่อนจะปาผงสีหรือลูกโป่งบรรจุน้ำผสมสีใส่กันตั้งแต่เช้าลากยาวจนถึงบ่าย ก่อนตอนเย็นจะเป็นการกินข้าวสังสรรค์กับครอบครัว และไม่ต้องกังวลว่าผงสีที่ปาใส่กันเหล่านั้นจะเป็นอันตราย เนื่องจากเป็นสีที่ได้โดยการสกัดจากธรรมชาติ

5. เทศกาลปาส้ม (Battle of the Oranges) เมืองอีฟเรีย ประเทศอิตาลี

ตำนานต้นกำเนิดเทศกาลปาส้มนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งเล่าขานกันมาว่า เกิดจากขุนนางคนหนึ่งพยายามล่วงเกินหญิงสาว ทว่ากลับถูกหญิงคนนั้นฆ่าด้วยการตัดศีรษะเสียก่อน เมื่อชาวบ้านทราบเรื่องก็บุกไปก่อจลาจลที่วังของขุนนางผู้นั้น และเกิดการปะทะกันระหว่างชาวบ้านกับทหารของขุนนางในวัง จนเกิดเป็นการสังหารหมู่ที่กินเวลานานถึง 3 วัน และด้วยเหตุการณ์นั้นจึงเกิดเป็นเทศกาลปาส้ม ที่มีการแต่งตัวแบ่งฝ่ายว่าใครจะเป็นชาวบ้านหรือเป็นทหาร โดยมีผลส้มเป็นอาวุธในศึกครั้งนี้ โดยเทศกาลจะมีขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ที่เมืองอีฟเรีย (Ivrea) เท่านั้น แต่หากใครสนใจเทศกาลนี้ เราขอเตือนก่อนว่าผลส้มไม่ได้นิ่มเหมือนลูกโป่งหรือมะเขือเทศ ดังนั้น งานนี้จึงมีคนบาดเจ็บกันไม่น้อยทุกปี

ถ้าหากใครมีโอกาสก็ต้องลองไปร่วมเทศกาลเหล่านี้ให้ได้สักครั้ง เพราะนอกจากจะน่าสนุกแล้วก็ยังมีที่มาที่ไปซึ่งน่าสนใจไม่น้อย แถมยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่หาไม่ได้จากการเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปด้วย