x

ถ้าถามคนรอบตัวสักสิบคนว่าเวลาพักผ่อนชอบทำอะไร เชื่อว่า 8 ใน 10 คนจะตอบว่าชอบดูหนังฟังเพลง เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นกิจกรรมบันเทิงที่มาควบคู่กัน ซึ่งในยุคสตรีมมิ่งแม้จะมีผู้ให้บริการดูหนังและฟังเพลงออนไลน์หลายราย แต่ส่วนใหญ่จะแยกกันให้บริการ ทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ ต้องเสียค่าบริการซ้ำซ้อนอยู่ทุกเดือน จะดีแค่ไหนถ้าทั้งสองอย่างนี้มัดรวมเหมาจ่ายไปทีเดียวได้ทั้งดูหนังฟังเพลง
 
นั่นเป็นโจทย์สำคัญให้ Spotify ผู้นำด้านบริการมิวสิคสตรีมมิ่งระดับโลก มาจับมือกัน Hulu ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ โดยทำโปรโมชั่นพิเศษ เหมาจ่ายรายเดือนเพียงแค่ 13 เหรียญสหรัฐ (12.99 ถ้าจะเป็นตัวเลขแบบเป๊ะๆ นะ) แล้วได้เพ็กเกจพรีเมียมจาก Spotify และดูวิดีโอคอนเทนต์จาก Hulu แบบ Limited Commercials ที่มีคอนเทนต์ให้เลือกรับชมกันอย่างจุใจมากกว่า 75,000 รายการ ซึ่งแพ็คแซนด์วิชสุดคุ้มนี้ช่วยนักดูหนังฟังเพลงประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ 5 เหรียญสหรัฐต่อเดือนเลยทีเดียวล่ะ 


 
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่า Hulu คืออะไร 
 
Hulu คือ ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอออนดีมานด์ (SVOD) รายใหญ่รายหนึ่งของโลก เป็นการร่วมทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง The Walt Disney Company (ถือหุ้น 30%) 21st Century Fox (ถือหุ้น 30% รวมกับ Disney เป็น 60%) Comcast (30%) Time Warner (10%) เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2007 ซึ่งจากการที่มีผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ทำธุรกิจบันเทิงจำนวนมากทำให้ Hulu มีคอนเทนต์ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ จาก NBC, ABC, A&E, Big Ten Network, Bravo, E!, Fox Sports 2, FX, PBS, NFL Network, Oxygen, RT America, Fox Sports 1, Esquire Network, SundanceTV, Syfy, NBCSN และ Onion News Network ซึ่งซีรีส์เรื่องเด่นๆ ของ Hulu ก็คือ The Handmaid’s Tale ซีรีส์ดีสโทเปียจากนิยายของ Margaret Atwood ที่ไปกวาดรางวัลใหญ่จาก Emmy Awards ทั้งซีรีส์ดราม่ายอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Elisabeth Moss) และผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (Bruce Miller)


ภาพ ซีรีสื The Handmaid's Tale
 
ที่ผ่านมา Spotify กับ Hulu เคยทดลองให้บริการร่วมกันมาแล้วในแพ็คเกจสำหรับนักศึกษาเมื่อปีที่แล้ว โดยคิดค่าบริการ 5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีทำให้ Hulu ขยายการโปรโมชั่นนี้ไปยังผู้ใช้บริการทั่วไป โดยจะเริ่มให้บริการเร็วๆ นี้ 
 
แต่น่าเสียดายว่าตอนนี้ Hulu ที่มีผู้ใช้บริการมากกว่า 17 ล้านรายนี้ ยังคงจำกัดการให้บริการแค่ในสหรัฐและญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งถ้า Hulu ขยับตัวมาตีตลาดในเอเซียนเมื่อไหร่รับรองว่าเจ้าตลาดมีหนาวแน่นอน เพราะ Hulu คงหนีบพันธมิตรอย่าง Spotify มาด้วยอย่างแน่นอน
 
 
ที่มา :