x

เช้าวันที่ฝนตกหนักกลางฤดูหนาว และฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน เรามีนัดพูดคุยกับป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ถึงทิศทางของธุรกิจ Showbiz ในประเทศไทย และงานเฟสติวัลล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง YAK Fest (ที่เขียนด้วยตัวใหญ่เพราะงานนี้มันยักษ์มากจริง ๆ)


 
“ขอโทษเรื่องฝนครับ” เจ้าพ่อแห่งวงการโชว์บิสเมืองไทยกล่าวทักทายก่อนจะพูดถึงภาพรวมของธุรกิจโชว์บิส
“โชว์บิสในเมืองไทยขายบัตรราคาเดิมมา 10 กว่าปีล่ะ ส่วนคอนเสิร์ตจากเมืองนอกราคาบัตรแพงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างคอนเสิร์ตมาดอนน่าบัตรก็ 7,000 บาท ที่เป็นแบบนี้เพราะศิลปินไทยโตไม่ทันความต้องการ ศิลปินหน้าใหม่ที่ดัง ๆ ก็มีน้อยเกินไป เราเลยได้ดูแต่วงเดิม ๆ บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ อย่างงาน Big Mountain ที่ผมจัดมาเป็น 10 ปี ก็จะมีแต่วงซ้ำ ๆ งานคอนเสิร์ตสมัยนี้เลยไม่มีอะไรพิเศษที่คนจะยอมเสียเงินหลายพันไปดูเหมือนศิลปินต่างชาติ” 
ป๋าเต็ดได้ความเห็นทางออกของปัญหานี้ว่า
“ศิลปินไทยที่ดัง ๆ บางวงมีโชว์เกือบทุกวัน ผมเลยอยากให้ศิลปินไทยรับงานกันน้อยลงสักหน่อย แล้วอัพค่าตัวขึ้นอีกนิดหน่อยชดเชยให้ได้รายได้เท่าเดิม อย่างแทนที่จะโชว์ปีละ 300 งาน ก็เหลือแค่ 100 งานพอ แต่ได้เงินเท่าเดิมมันจะดีกับตัวศิลปินมากกว่า ลองดูอย่างมาดอนน่าก็ได้ถ้ามาจัดคอนเสิร์ตที่บ้านเราทุกวัน ตั๋วจะขายแพงได้เท่านี้ไหม ทางแก้อีกอย่างคือเราต้องสร้างความแตกต่างให้กับงานโชว์ ที่จะทำให้คนอยากมางานนี้ให้ได้”


 
เป็นที่มาของงาน YAK Fest งานโชว์ระดับยักษ์งานแรกที่บริษัท แก่น 555  จำกัด เป็นผู้จัดงานอย่างเต็มตัว หลังจากฝากผลงานไว้มากมายในฐานะสปอนเซอร์ร่วม ซึ่ง ป๋าเต็ดได้ให้นิยาม YAK Fest ว่าไม่ใช่ Music Festival แต่เป็น Lifestyle Festival ที่ตัวดึงดูดผู้ร่วมงานเปลี่ยนจากดนตรีเป็นกิจกรรมในงาน โดยในงาน YAK Fest ครั้งนี้ ได้มีกิจกรรมอินเทรนด์กว่า 5 กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ 
 
  1. TALK VILLAGE หมู่บ้านคนขี้เล่า เป็นเวทีสำหรับการพูดคุยที่ได้ ทีมที่อยู่เบื้องหลังงาน TEDxBangkok มาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ ได้ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ มาเล่าเรื่องหนัง รวมถึงวง LIPTA และ มาโนช พุฒตาล ที่จะมาพูดคุยสนุก ๆ ไปพร้อมกับเล่นดนตรีสด ๆ 
     
  2. RAP VILLAGE รวมเหล่าแร็ปเปอร์จาก Rap is Now และศิลปินรุ่นพี่อย่าง THAITANIUM, FUKKING HERO มาสร้างความมันสุดขั้ว พร้อมทั้งมีกิจกรรมน่าสนใจอย่าง โซน สอน ราม (RHYME) ที่แชมป์แร็ปจะมาสอนการเขียน Rhyme ให้มีสกีลติดตัวไว้เผื่อได้ Battle กันตัวต่อตัว
     
  3. ORGANIC VILLAGE บ้านรักษ์โลกอย่างมีอรรถรส โดย Thailand Young Farmers ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ให้ลองทำเกษตร พร้อมชิมอาหารจากร้านออร์แกนิครสชาติดีชื่อดัง เคล้าเสียงเพลงจากศิลปินรักษ์โลกอย่าง Greasy Cafe, RASMEE ISAN SOUL, The Paradise Bangkok Molam International Band
     
  4. BITCHY LAND แดนแพศยา บ้านเพศทางเลือกนำโดยตัวร้ายของวงการอย่าง Trasher Bangkok, เจนนี่ ปาหนัน, GENE KASIDIT ฟังแค่ชื่อก็การันตีความแรงของบ้านนี้ได้เป็นอย่างดี
     
  5. B VILLAGE บ้านสุดท้ายที่คนรัก B ห้ามพลาด ซึ่งในบ้านนี้จะเป็นสวรรค์ของชาว B ที่จะมีทีม Stone Head Thai Craft Beer ขน CRAFT B มาให้ชิมเกือบ 40 ยี่ห้อ ทั้งแบบชวดและ TAP โดยมีศิลปินอย่าง BIG ASS, SEASON FIVE และ BOOM BOOM CASH สร้างความบันเทิงตลอดทั้งงาน
 
“ที่มาของชื่อ YAK Fest มาจากตุ๊กตาเป่าลมขนาดยักษ์ทั้ง 9 ตัวที่ได้ศิลปินแนวหน้าของประเทศมาช่วยกันสร้างสรรค์ ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีคนอยากมาถ่ายรูปกับเจ้าตุ๊กตายักษ์พวกนี้ ส่วนคนอีกกลุ่มที่จะมางานนี้คือกลุ่มที่ชอบเดินทางออกนอกพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง หาอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ รวมไปถึงกลุ่มแฟนของคอมมูนิตี้ที่เราเลือกมาทั้ง 5 กิจกรรม ซึ่งน่าจะมีผู้มาร่วมงานประมาณ 10,000 คน งาน YAK Fest ครั้งนี้ผมยังไม่คาดหวังกำไร แต่อยากให้คนส่วนใหญ่เข้าใจคอนเซ็ปของงานก่อนว่าคืออะไร เพราะความยากของงานนี้คือการสื่อสารว่า YAK Fest คืออะไร ซึ่งถ้าได้มาที่งานจะเข้าใจและสนุกไปกับมันเอง แล้วปีต่อ ๆ ไปก็จะอธิบายง่ายหน่อย ทำให้เราลองเพิ่มกิจกรรมอื่น ๆ ไปได้อีก ที่เราเลือกจัดงานในเดือนกุมภาพันธ์เพราะเป็นช่วงที่อากาศเหมาะสมที่สุด จริง ๆ ผมก็อยากให้คนไทยเหมือนคนอังกฤษที่ชินกับฝนตก ขนาดเชียร์บอลกลางฝนได้สบาย ๆ จะได้มีตัวเลือกในการจัดงานมากขึ้น” ผู้บริหาร บริษัท แก่น 555 จำกัด กล่าวอย่างอารมณ์ดี
 
เจ้าพ่อ Showbiz ของไทยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้นแบบของ YAK Fest คืองาน Burning Man ที่ให้คนแสนคนมาใช้ชีวิตกันกลางทะเลทราย Black Rock City เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งงานนี้ได้ปรับรูปแบบให้เข้ากับพฤติกรรมของคนไทยมากขึ้นผ่านการระดมความคิดที่ให้แต่ละหมู่บ้าน หรือ ผู้นำกิจกรรมทั้ง 5 กิจกรรมเสนอไอเดียจนอาจกล่าวได้ว่า เป็นไลฟ์สไตล์เฟสติวัลแรกของไทยที่ใช้วิธี User-Generated Content สร้างความแปลกใหม่และแตกต่างได้จริง ๆ 
 
“ผมไม่ได้ใช้จุดแข็งที่เคยจัดคอนเสิร์ตมาก่อนลงไปคิดดีเทลทุกอย่าง แต่คิดร่วมกับแต่ละหมู่บ้าน เลยกลายเป็นงานคอมมูนิตี้ไม่ใช่งานของผมคนเดียว เป็นแค่คนเริ่มไอเดีย หาพื้นที่แล้วให้คนมาใส่ไอเดียลงไป”
 
จากประสบการณ์อันยาวนานในแวดวง Showbiz ป๋าเต็ดได้ให้ความเห็นว่าธุรกิจนี้ในเมืองไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก อยู่ที่ผู้จัดแต่ละรายต้องมองหาโอกาสให้เจอ ซึ่งป๋าเต็ดได้สรุปแนวทางสำหรับการทำธุรกิจ Showbiz ไว้ดังนี้
 
  1. ราคาบัตรต้องเหมาะสม
    กำลังซื้อไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กรุงเทพเท่านั้น แต่มาจากต่างจังหวัดด้วย ผู้จัดโชว์จำเป็นต้องหาจุดพอดีว่าบัตรควรจะเป็นเท่าไหร่ เพื่อให้มีทั้งผู้เข้าชมและไม่ขาดทุนไปในเวลาเดียวกัน
     
  2. ต้องการสิ่งที่แปลกแตกต่าง
    ที่ผ่านมามีงานฟรีคอนเสิร์ตเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะต่างจังหวัด ผู้จัดต้องทำการบ้านมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนดูเชื่อว่างานที่จัดนั้นคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทั้งความหลากหลายของศิลปิน ความแปลกใหม่ของกิจกรรมภายในงาน
     
  3. สัดส่วนรายได้จากการขายบัตรควรจะเพิ่มขึ้น
    Showbiz ควรมีรายได้หลักมาจากการขายบัตรมากกว่ารายได้จากสปอนเซอร์ สัดส่วนที่เหมาะสมคือ 70/20 ส่วนอีก 10 มากจากรายได้อื่น ๆ เช่นการขายอาหาร ของที่ระลึก เพื่อให้งานโชว์นั้นเติบโตได้จากตัวงานและผู้มาร่วมงานจริง ๆ
     
  4. ดนตรียังจำเป็นอยู่ 
    ดนตรีเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจง่าย แต่บางครั้งอาจไม่ใช่พระเอกของงาน เพราะแม่เหล็กดึงดูดเปลี่ยนไปอยู่ที่กิจกรรมและตัวทีมผู้จัดงานมากกว่าที่ต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงจนผู้บริโภคเชื่อมั่นว่าจะได้ประสบการณ์ที่ดีจากงานที่เข้าร่วม
     
  5. การจัดการที่ดี
    ปัจจุบันผู้บริโภคมีประสบการณ์กับงานคอนเสิร์ตมากขึ้น เลยมีความต้องการที่เหนือไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่เพียงตัวศิลปินในงานว่าเป็นใคร แต่เป็นองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นสถานที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ห้องน้ำ ร้านอาหาร ความปลอดภัย เป็นต้น
     

“ผมอยากให้ทุกคนได้มา YAK Fest ที่ลองแล้วจะยักษ์ แถมยังอาจได้ดูอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแร็ปเปอร์ MAIYARAP จาก RAP is now ไปแบทเทิลกับแก๊งค์ Trasher ถึงบ้าน คิดแค่นี้ก็อยากไปดูแล้วว่าไหม" ป๋าเต็ดพูดทิ้งท้ายที่ทำให้เรารู้สึกว่างานนี้เป็นอีกงานที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด


FYI :

  • YAK Fest จัดขึ้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ THE OCEAN เขาใหญ่
  • ราคาบัตร 2,000 บาท โปรโมชั่น ซื้อ 5 ใบ ฟรี 1 ใบ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2561
  • ซื้อบัตรได้ที่ thaiticketmajor.com
  • ข้อมูลเพิ่มเติม http://yakfestival.com/blog/activities