x

** DISCLAIMER: การเปรียบเทียบความนิยมระหว่างยอดขายล้านตลับกับจำนวนวิวในแพลตฟอร์มยูทูบ เป็นเพียงการอ้างอิงจากข้อมูลเพื่อเทียบเคียงวิเคราะห์ความเป็นไปได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้ตัดสินในเชิงคณิตศาสตร์ได้จริง **
 
20th MOS-TATA CONCERT หรือ คอนเสิร์ตครบ 20 ปี ของคู่จิ้นแห่งยุค มอส-ทาทา ถือเป็นคอนเสิร์ตดักแก่อีกงานหนึ่งในปีนี้ เพราะกลุ่มฐานแฟนๆ ที่จะมาชมคอนเสิร์ตส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 30+ รวมถึงตัวสองศิลปินเองที่อยู่ในวัยหอบลูกมาร่วมร้องเพลงได้อย่างน่ารักกลมกลืน จากกระแสตอบรับที่ดีของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เชื่อว่าวัยรุ่นในยุค 4.0 อาจจินตนาการไปไม่ถึงว่า เมื่อสองทศวรรษที่แล้วลุงป้าคู่นี้ฮอตฮิตกันขนาดไหนทำไมถึงมีแฟนๆ อยากดูคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เราจึงพยายามหาข้อมูลเพื่อให้เห็นความนิยม โดยเทียบยอดขายตลับเทปคาสเซ็ท (อันนี้ก็ดูแก่) กับจำนวนยอดวิวยูทูบ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับการยอมรับสำหรับการวัดความนิยมของศิลปินในสมัยนี้
 
ก่อนอื่นขอออกตัวว่า การเปรียบเทียบความดังของศิลปินสองยุคสมัยที่ห่างกันกว่า 20 ปี เป็นสิ่งที่ยากมากเพราะคิดแล้วเรื่องใหญ่อยู่เหมือนกันที่จะนำเอาบริบทต่างๆ ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่พัฒนาไปมาก การตลาดสมัยใหม่ และจำนวนศิลปินในปีนั้น ทำให้ไม่ต่างอะไรกับการเอา ตำนานหมายเลข 10 ดิเอโก้ มาราโดนา ไปเทียบฝีแข้งกับ เลียวเนล เมสซี เจ้าของเบอร์ 10 ยุคปัจจุบัน หรือ การดวลหมัดระหว่าง เขาทราย กับ บัวขาว ซึ่งมวยคู่หยุดโลกนี้เกิดขึ้นได้แค่ในความฝันไม่ก็เกมคอมพิวเตอร์โดยการนำข้อมูลสถิติที่เคยเกิดขึ้นจริงมาวิเคราะห์เท่านั้น


 
มอส-ทาทา ดังขนาดไหนเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว
 
ก่อนจะรับบท ผู้กองมานะ ในซีรีส์ผู้กองเจ้าเสน่ห์ มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงวัยรุ่นสังกัด พจน์ อานนท์ ในภาพยนตร์กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ และละครซิตคอม 3 หนุ่ม 3 มุม ก่อนจะมาจับไมค์ออกอัลบั้มเดียวชุด Mos เอ้อเฮอ ในปี 2536 จนโด่งดังที่สุดในปี 2537 จากอัลบั้ม Mr.Mos ไม่รัก...ไม่ได้แล้ว ที่ขายได้มากกว่า 1.5 ล้านชุด ครองตำแหน่งอันดับ 14 ของอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของแกรมมี่
 
ส่วนสาวดูม ดูม อมิตา ทาทา ยัง ในอดีตได้ฉายาสาวน้อยมหัศจรรย์ จากการประกวดร้องเพลงระดับชาติเมื่ออายุ 11 ปี แล้วเซ็นสัญญาเป็นนักร้องอาชีพเมื่ออายุ 14 ปี มีผลงานอัลบั้มแรกคือ “อมิตาทาทายัง” ในปี 2538 ที่ขายได้ถึง 1.3 ล้านชุดภายในเวลาเพียง 5 เดือน ทำให้เกิดอัลบั้ม ทาทาวันมิลเลียนกอปปีส์เซเลอเบรชัน ตามมาซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงขายได้ถึง 1 ล้านชุด ซึ่งอัลบั้มแรกของทาทา ติดอันดับ 7 ของอัลบั้มที่ขายดีตลอดกาลของแกรมมี่ นอกจากนี้ความดังของสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ยังยืนยันได้จากวัยรุ่นทั้งประเทศที่พร้อมใจกันตัดผมทรงสับปะรดโดยมิได้นัดหมาย แถมยังแต่งกางเกงยีนขากว้างที่เรียกว่า “กางเกงทาทา” กันแทบทุกคนอีกด้วย


 
ทั้งคู่โคจรมาพบกันในงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง จักรยานสีแดง ในปี 2540 ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง จักรยานแดงในรั้วเขียว ของดำรงค์ อารีกุล นี้ทำรายได้ไปถึง 49 ล้านบาท และได้รับรางวัลเพลงนำยอดเยี่ยม ในรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 7 โดยทั้งคู่ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม รายการตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 29 อีกด้วย จากผลงานการแสดงในเรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่จิ้นของวงการบันเทิง ตามมาด้วยอัลบั้มพิเศษของทั้งคู่ในปีเดียวกัน คือ MOS&TATA มีเพลงฮิตอย่าง ทิ้งกันได้ไง และ เพียงเพื่อน รวมไปถึงเพลงประกอบภาพยนตร์จักรยานสีแดง


 
เปรียบเทียบความนิยมกับจำนวนยอดวิวยูทูบ
 
ในสมัยที่การฟังเพลงต้องลงทุนซื้อ Physical Formats อย่างเทป หรือ ซีดี มูลค่า 100 บาท ของราคาเฉลี่ยเทปในปี 2540 เทียบกับปี 2560 ได้ประมาณ 61.61% หรือหมายความว่าวัยรุ่นและแฟนเพลงสมัยนั้นมากกว่า 1 ล้านคน ยอมจ่ายเงินถึง 161 บาท เพื่ออุดหนุนผลงานของทั้งคู่ ซึ่งเป็นที่มาของรายได้ของศิลปิน ซึ่งถ้าเราคำนวณอย่างหยาบๆ ว่าเทปหนึ่งม้วน ถูกเปิดวันละ 2 ครั้ง (เช้าเย็น) ตลอดช่วงเวลา 3 เดือนที่ซื้อมา
 
  • อัลบั้ม “Mr.Mos ไม่รัก...ไม่ได้แล้ว” ขายได้ 1.5 ล้านชุด เท่ากับถูกเปิดฟัง 270 ล้านครั้ง
  • อัลบั้ม “อมิตาทาทายัง” ขายได้รวม 2.3 ล้านชุด เท่ากับถูกเปิดฟัง 414 ล้านครั้ง
 
ซึ่งมากกว่ายอดวิวของ MV เพลงไทยอันดับหนึ่งของปี 2560 ที่มียอดวิวอยู่ประมาณ 300 ล้านวิว ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมถึงตัวเลขประชากรศาสตร์ในปี 2560 ที่มากกว่าปี 2540 อยู่ถึง 8.3% และจำนวนเพลงที่ถูกบรรจุลงในเทปหนึ่งตลับว่ามีมากกว่า 10 เพลง เทียบกับการเปิดจากยูทูบที่ฟังแค่เพลงเดียว 
 
มาแล้วยังดีกว่ามาช้า
 
จริงๆ แล้วการเทียบมันทำได้ยากมากเพราะยอดวิวเป็นหนึ่งในดัชนีที่ค่อนข้างเป็นกระแสที่ไม่ยั่งยืนหรือจับต้องได้ และการเปรียบเทียบที่ใช้ 1 อัลบั้มที่มีเพลงประมาณ 10 เพลง กับ 1 เพลงในยูทูบ ไม่นับว่าสมัยนี้การฟังเพลงในยูทูบเกือบจะเป็นบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากค่าใช้จ่ายแฝง รวมถึงความซับซ้อนในธุรกิจเพลงที่พัฒนาไปมากกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ผู้ฟังเพลงมีไม่กี่ช่องทางในการเข้าถึงศิลปิน และความดังของศิลปินในสมัยนี้ยังสามารถวัดได้จากหลายช่องทางเช่น ยอดดิจิทัลดาวน์โหลด จำนวนผู้ฟังผ่านสตรีมมิ่งค่ายต่างๆ ทั้ง Apple Music, Spotify, JOOX ฯลฯ รวมไปถึงแฟนเพจ Facebook ความถี่ในการออกทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ศิลปินเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้รับความนิยมมากกว่าศิลปินในสมัยนี้อาจเป็นเพราะในสมัยนั้นจำนวนศิลปินยังไม่หลากหลายเท่าในยุคปัจจุบันที่มีศิลปินนักร้องเกิดขึ้นใหม่มากมาย และมีช่องทางให้ผู้ฟังเลือกเสพได้เยอะขึ้น


 
สำหรับคนที่อยากรู้จริงๆ ว่าสมัยก่อน มอส X ทาทา ดังแค่ไหนนั้น เราอยากให้ลองเข้าไปชมคอนเสิร์ต 20th MOS-TATA CONCERT ในวันที่ 21 เมษายนที่จะถึงนี้ แล้วไปฟังกันว่าเสียงกรี๊ดของแฟนเพลงรุ่นใหญ่ที่ตั้งหน้าตั้งตารอมานานกว่า 20 ปี จะดังสู้เสียงเชียร์ในคอนเสิร์ตสมัยนี้ได้หรือไม่ 
 
 
ที่มา :