x

ปรากฎการณ์ถล่มบล็อกออฟฟิศของภาพยนตร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดจากจักรวาลมาร์เวลอย่าง Black Panther กำลังถูกพูดถึงในแง่เบื้องหลังความสำเร็จที่มาจากการรวมพลังจากคนผิวสีทั่วทั้งฮอลลีวูด ตั้งแต่ทีมงานนักแสดงไปจนถึงคนออกแบบเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงพลังจากผู้ชมผิวสีทั่วอเมริกา


 
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Black Panther เปิดตัวอย่างสวยงามด้วยรายได้ประมาณ 192 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดสำหรับภาพยนตร์ที่มีนักแสดงผิวสีแสดงนำ และติดอันดับที่ 5 ของภาพยนตร์ที่มีรายได้เปิดตัวสูงสุดจากทั่วสหรัฐอเมริกา รวมถึงมากเป็นอันดับสองถ้าเทียบหนังจากค่ายมาร์เวลด้วยกันเอง ความสำเร็จนี้เป็นการเปิดประตูให้กับนักแสดง และผู้ผลิตภาพยนตร์ผิวสี ให้ได้มีโอกาสในฮอลลีวูดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง “A Wrinkle in Time” หนังทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญสหรัฐเรื่องแรกที่ได้ผู้กำกับเป็นผู้หญิงชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ซึ่งดิสนีย์มีแผนจะเข้าฉายในเดือนหน้า
 
ส่วนรายได้จากทั่วโลก Black Panther ก็กวาดรายได้ไปได้มากกว่า 361 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่อันดับสองของโลก ที่หนังมีกำหนดจะเข้าฉายในวันที่ 9 มีนาคมที่จะถึงนี้
 
ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการที่ทางสตูดิโอนำเสนอความสนุกตื่นเต้นใหม่ๆ ให้กับคนดูได้ ซึ่งกรณีนี้หมายถึงนักแสดงและธีมเรื่องที่ก้าวข้ามการผูกขาดฮีโร่ของคนผิวขาวอย่าง Black Panther ที่ได้ แชดวิค โบสแมน และ ไมเคิล บี จอร์แดน สองนักแสดงผิวสีมารับบทบาทเจ้าชายที'ชัลล่า แห่งอาณาจักรวากานดา และ อีริค คิลมองเกอร์ ตัวร้ายสุดเท่ 


 
นอกจากทีมนักแสดงผิวดำแล้วภาพยนตร์ฮีโร่เสือดำเรื่องนี้ยังได้ทีมงานหลักๆ ที่มีเชื้อสายแอฟริกาเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น
 
ไรอัน คูกเลอร์ ผู้กำกับหนุ่มวัย 31 ปีที่กำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ต่อจาก “Fruitvale Station” และ “Creed” โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ  San Francisco Chronicle ว่าได้ใส่ตัวตนและวัฒนธรรมของเขาลงไปในภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความเป็นแอฟริกาได้ทางหนึ่ง 
 
Hannah Beachler ผู้กำกับศิลป์ ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างอาณาจักร์วากานดา โดยเธอเคยฝากผลงานระดับโลกมาแล้วอย่างการร่วมงามกับบียอนเซ่ ในอัลบั้ม Lemonade เธอถูกยกย่องว่าเป็นผู้หญิงผิวสีคนเดียวในวงการโปรดักชันดีไซน์ งานที่ส่วนใหญ่ถูกจับจองด้วยผู้ชายผิวขาว 
 
Joe Robert Cole นักเขียนบทร่วมที่มีส่วนสำคัญในงานเขียนที่เคารพเนื้อหาของคอมมิคเรื่องนี้ให้ปรากฎสู่สายตาของผู้ชมตรงตามที่แฟนๆ คาดหวังไว้
 
Ruth E. Carter นักออกแบบเครื่องแต่งกายที่เป็นตำนานจากการฝากผลงานในภาพยนตร์คลาสิคมากกว่า 10 เรื่อง ซึ่งเธอเป็นหัวใจหลักของเครื่องแต่งกายที่ปรากฎในเรื่อง Black Panther ที่เธอยอมรับว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแต่งกายของชนเผ่าต่างๆ ในแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่ามาไซ เผ่าโดกอน (Dogon) ในประเทศมาลี และ ชนเผ่าอินคาโบราณอย่าง ชากาน่า โดยเติมกลิ่นอายความเป็นแอฟริกาลงไปเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์อย่างที่เราได้เห็นในภาพยนตร์


 
Nate Moore โปรดิวเซอร์หนุ่มที่ทำงานกับมาร์เวลมาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันภายนตร์ฮีโร่ผิวสีเรื่องนี้ จากแนวคิดที่ว่าชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ในประเทศสหรัฐอเมริกากำลังหาฮีโร่ใหม่ๆ นอกจากยอดมนุษย์ผิวขาวที่เห็นกันจนเบื่อแล้ว เป็นที่มาของเจ้าชายเสือดำอย่าง ที'ชัลล่า 
 
Camille Friend จะบอกว่าหัวของนักแสดงทุกคนในเรื่องผ่านมือเธอมาแล้วก็ไม่ผิด เพราะเธอคือช่างทำผมประจำกองถ่าย ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบทรงผม ซึ่งถ้าไม่ทำเองก็มีส่วนในการกำกับดูแลทรงผมของนักแสดงที่จะปรากฎตัวหน้ากล้อง แน่นอนว่าทรงผมยอดนิยมที่เธอคัดสรรให้นักแสดงในเรื่องจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากทรงแบบแอฟริกันนั่นเอง


 
Douriean Fletcher ความแวววาวของเครื่องประดับภายในเรื่องนี้ต้องยกประโยชน์ให้กับเธอคนนี้ เพราะหน้าที่ของเธอคือการออกแบบเครื่องประดับและชุดเกราะต่างๆ ให้กับนักแสดงในเรื่อง ซึ่งเธอทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Ruth E. Carter เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
 
อีกสิ่งที่ต้องยอมรับความกระแสการตอบรับของภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผู้ชมผิวดำทั่วสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการชมฮีโร่ที่เป็นคนผิวสีเช่นเดียวกันตนเอง โดย ศาสตราจารย์ Darnell Hunt จาก UCLA ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานได้ให้ข้อมูลว่า เรื่องเชื้อชาติและผิวสีในเรื่องนี้มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลสำรวจก็เป็นเช่นนั้น โดยคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกากว่า 74% ระบุว่ามีแผนจะไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เทียบกับสถิติสูงสุดของภาพยนตร์ในจักรวาลมาร์เวลที่เคยสำรวจคือ The Incredible Hulk ที่คนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาแค่กว่า 44% เท่านั้นที่บอกว่ามีแผนจะไปชม 
 
แต่สำหรับคนผิวขาวแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรของมาร์เวลก็ให้ตัวเลขที่ไม่แตกต่างกันคืออยู่ที่ประมาณ 49% 


 
สรุปแล้วปรากฎการณ์รายได้ถล่มบล็อกออฟฟิศของ Black Panther มาจากพลังของคนผิวสีที่แม้จะถือเป็นคนกลุ่มน้อยคือมีอยู่ประมาณ 12.5% ของประชากรในสหรัฐอเมริกา แต่ชนกลุ่มน้อยที่มีจุดร่วมกันนี้ถ้ารวมกันได้กลับมีพลังมากขนาดทำให้ยอดรายได้เปิดตัวของหนังเรื่องนี้สูงเป็นอันดับสองในบรรดาภาพยนตร์จากจักรวาลมาร์เวลทั้งหมด