x

       หลังจากใช้เวลาในการซุ่มพัฒนารถยนต์คันทดสอบเป็นระยะทางเกินกว่า '15,000 กิโลเมตร' ในวันนี้ก็ถึงเวลาที่ทาง 'Ferrari' จะออกมาเผยตัวรถยนต์ 'Production Car' ที่ได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพเหนือชั้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา และนั่นก็คือ 'FXX-K Evo' อีกทั้งการปรากฏกายในครั้งนี้ ก็นับเป็นการออกมาเฉลิมฉลองครบรอบ '70 ปี' ของตำนานแห่งเมือง 'Maranello' แบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน
 
 
       สำหรับ 'Ferrari FXX-K Evo' รุ่นดังกล่าว เรียกว่าเป็นการต่อยอดมาจากรถยนต์ 'Hyper Car' เรือธงคันล่าสุดของ 'Ferrari' อย่าง 'LaFerrari' ให้มีสมรรถนะที่สุดขีดขึ้นไปอีกขั้น โดยได้รับการปรับปรุงจากใน 'LaFerrari' รุ่นปกติในหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ 'Aero Part' ด้านนอกตัวรถ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการเกาะถนนให้มากขึ้นกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 75% รวมถึงเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ ซึ่งเบากว่าในรุ่นเดิมอย่าง 'FXX-K' เข้ามาติดตั้ง เพื่อลดน้ำหนักตัวลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
 
       นอกจากนี้ระบบกันสะเทือนยังได้รับการปรับแต่ใหม่เช่นเดียวกัน รวมทั้งติดตั้งพวงมาลัยรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถสั่งการควบคุมระบบ 'KERS' ได้เพียงปลายนิ้ว และมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 'TFT ขนาด 6.5 นิ้ว' ซึ่งแสดงผลได้อย่างหลากหลาย มากไปกว่านั้นทาง 'Ferrari' ได้ปรับปรุงในเรื่องของ ระบบการอ่านค่าสถานะต่างๆของตัวรถ ให้ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
 
 
       และมาถึงพระเอกของเราใน 'Ferrari FXX-K Evo' คันนี้ก็คือ ขุมกำลังเครื่องยนต์ 'เบนซิน 6.3 ลิตร V12 พ่วงระบบ Hybrid' ซึ่งได้รับการอัพเกรดความแรงขึ้นกว่า 'LaFerrari' คันเดิม โดยผลิตฝูงม้าออกมาได้ทั้งหมดถึง '1,050 แรงม้า' พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ '900 นิวตันเมตร' จับคู่กับชุดเกียร์ 'คลัชท์คู่ 'F1-DCT 7 จังหวะ' ถ่ายทอดกำลังลงสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โดยมียางสลิคของ 'Pirelli P-Zero' คอยจิกพื้นถนนไว้อย่างหนึบแน่น
 
       อย่างไรก็ดี 'ตระกูล XX' ในคราบของ 'FXX-K Evo' ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นขีดสุดของรถยนต์ 'Ferrari' จะตกไปอยู่ในมือของมหาเศรษฐีขาซิ่งคนไหนกันบ้าง? เราก็อาจจะได้รู้กัน เพราะว่า มันจะถูกผลิตออกมาแค่หลักสิบคันบนโลกนี้เท่านั้น..