Eric Clapton : Life in 12 Bars ภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปินผู้เป็นตำนาน “อีริค แคลปตัน” มือกีตาร์ยอดฝีมือที่ได้รับสมยาว่า "Mr. Slowhand" ที่พร้อมเปิดเผยเรื่องราวเบื้องลึกตัวตน แง่มุมชีวิตความเป็นมาที่จะทำให้ผู้ชมทั้งทึ่งและอึ้งในเวลาเดียวกัน
 
กับเรื่องราวก่อนที่เขาจะเป็นตำนานมือกีตาร์ที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตรงกันข้ามชีวิตของเขาไม่ต่างอะไรกับโศกนาฏรรม จนกลายเป็นศิลปินสุดยอดกีตาร์ฮีโร่มือหนึ่งที่โลกไม่เคยลืม 
 
ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เปิดฉายในเทศกาลต่างๆมาแล้วมากมาย อาทิ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต, เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติอัมสเตอร์ดัม รวมไปถึงฉายในรอบพิเศษตามสถานที่ต่างๆ จนกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนๆทั่วโลกไม่ควรพลาด
 
วันนี้เราจะพาทุกคนไปชม Timeline ของสุดยอดมือกีตาร์ ระดับตำนานคนนี้กัน
 
1945 สุดยอดมือกีตาร์ถือกำเนิด
แพทริเซีย แคลปตัน ให้กำเนิด อีริค แพทริค แคลปตัน เกิดที่ ริปลีย์, เซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ ที่เขากลายเป็นมือกีตาร์ร็อค แอนด์ โรล ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลกตลอดกาล แต่ด้วยความที่แพทริเซียยังเด็กเกินไปกว่าที่จะดูแลลูกเธอได้ เธอให้เลยส่งอีริคให้คุณยายเป็นคนเลี้ยง
 
 
1958 สัมผัสเครื่องดนตรีชิ้นโปรด
สำหรับวันเกิดครบรอบ 13 ปี แคลปตันของกีตาร์เป็นของขวัญและเขาก็ได้มันสมใจวัง มันเป็นกีตาร์อคูสติคสายโลหะสุดห่วย และเมื่อการหัดเล่นกับสายโลหะมันไม่ใช่เรื่องง่าย เขาละความสนใจจากมันทันที จนอีก 2 ปีต่อมาเขาถึงเริ่มหัดเล่นอย่างจริงจัง
 
1961 ออกจากโรงเรียน
อีริคออกจากโรงเรียนไปเข้าวิทยาลัย Kingston College of Art แต่ถูกไล่ออกเพราะมัวสนใจแต่กีต้าร์มากกว่าการบ้าน ฝีมือการเล่นกีตาร์ของอีริครุดหน้ามาก แม้เขาจะอายุแค่ 16 แต่ก็เริ่มมีชื่อเสียงแล้ว
 
1962 โชว์สดครั้งแรก
หลังออกจากโรงเรียน เขาเริ่มตระเวนไปทั่วคิงสตันและริชมอนด์ เขาเริ่มแสดงในผับเล็กๆ แถวเซอร์เรย์ ร่วมกับนักดนตรีบลูส์อีกคนชื่อ เดวิด บร็อค ปีต่อมา เขาเข้าวงดนตรีวงแรก เป็นวงแนว R&B ชื่อThe Roosters ซึ่งเขาอยู่กับวงนี้ถึงเดือนสิงหาคม 1963
 
1963 “The Yardbirds”
ในเดือนตุลาคม 1963 แคลปตัน เข้าร่วมวงร็อคแอนด์โรลกลิ่นอายบลูส์ The Yardbirds และอยู่กับวงนี้จนถึงเดิอนมีนาคม 1965  มีเพลงฮิตชื่อ "For Your Love"
 
 
1966 วง Cream ถือกำเนิด
อีริค แคลปตัน ตั้งวงซุปเปอร์กรุ๊ป Cream โดยเขาเล่นกีตาร์และรักน้อง แจ็ค บรูซ เล่นเบส และ จินเจอร์ เบเกอร์ มือกลอง 
 
1967 “แคลปตันคือพระเจ้า”
หลังจากเปลี่ยนกีต้าร์จาก เฟนเดอร์ เทเลแคสเตอร์ และแอมป์ ว็อกซ์ เอซี30 มาใช้ กิ๊บสัน เลส พอล สแตนดาร์ด และแอมป์มาร์แชล ท่วงทำนองจากกีต้าร์ของเขาทำให้เกิดสโลแกนระดับตำนาน Clapton is God พ่นโดยแฟนเพลงที่กำแพงที่อิสลิงตัน แคลปตันไม่ได้ชื่นชมกับสโลแกนนั้นเท่าไหร่นัก
 
1968 
ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต The Rolling Stones Rock and Roll Circus พร้อมกับ จอห์น เลนนอน และ The Who
 
1970 จุติใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยว
แคลปตันปล่อยอัลบั้มโซโล่ "Eric Clapton" มีเพลงเด็ดๆ ได้แก่ After Midnight, Blues Power, และ Let It อัลบั้มนี้ติดชาร์ตอันดับ 13  หลังจากปล่อยอัลบั้มนี้ เขาเริ่มอัดเพลงกับวงใหม่ของเขา Derek and the Dominoes พวกเขาอัดอัลบั้ม "Layla... and Other Assorted Love Songs" แค่ในเวลา 10 วัน แต่มันกลายเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
 
 
1970 สูญเสียเพื่อนรัก
แคลปตันโศกเศร้าเมื่อรู้ข่าวการตายของ จิมมี่ เฮนดริกซ์ 8 วันก่อนหน้าวงดนตรีของเขาเพิ่งคัฟเวอร์ "Little Wing" เพื่อเป็นเกียรติแก่เฮนดรีกซ์  ในวันที่ 17 กันยายน 1970 แคลปตันซื้อกีต้าร์เฟนเดอร์ สตราโตแคสเตอร์ เวอร์ชั่นมือซ้ายกะว่าจะให้เป็นของขวัญเฮนดริกซ์
 
1971 พักเบรคทางดนตรี
ติดเฮโรอีนอย่างหนักจนเริ่มส่งผลต่ออาชีพนักดนตรี เขาต้องหยุดพักหลังจากที่เขาหมดสติในงานคอนเสิร์ตเพื่อบังคลาเทศ แต่สามารถฟื้นมาแสดงต่อให้จบได้
 
1974 หวนกลับมาอีกครั้ง
แคลปตันอยู่กินกับ แพตตี้ บอยด์ อดีตภรรยาของเพื่อนสนิทอย่างจอร์จ แฮร์รืสันแห่ง The Beatles (แม้ทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกันจนกระทั่งปี 1979) และเลิกใช้เฮโรอีนเด็ดขาด (แต่หันมาดื่มหนักแทน) หลังจากลาขาดกับเฮโรอีน เขากลับมาสู่สายตาสาธารณะชนอีกครั้งกับผลงานที่ติดชาร์ตอันดับหนึ่งเพลงแรก"I Shot The Sheriff", จากอัลบั้ม 461 Ocean Boulevard
 
1977 “Mr. Slowhand”
อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของแคลปตันในยุค 70 ประกอบไปด้วยเพลงฮิต "Lay Down Sally" ติดชาร์ตอันดับ 3 "Wonderful Tonight" ติดชาร์ตอันดับ 16 และเพลงคลาสสิคขึ้นหิ้ง "Cocaine"
 
 
1988 ปีแห่งการจากลาและเริ่มต้น
หลังจากแต่งงานกันในปี 1989 อีริค แคลปตันหย่าขาดกับแพตตี้ บอยด์ หลังจากทั้งสองพยายามมีลูกด้วยกันมาหลายปีแต่ใม่สำเร็จ แถมอีริค ยังแอบไปมีอะไรกับนางแบบสาวอิตาเลียน ลอรี่ เดลซานโต้ จนมีลูกชายชื่อคอนนอร์เป็นสักขีพยาน
 
อีริค แคลปตันออกอัลบั้มรวมผลงานของเขาจากทุกวง มีเพลงที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน ในอัลบั้ม “Crossroads” อัลบั้มนี้บรรจุไปด้วย 72 เพลงคุณภาพ ทำยอดขายได้ถึง 2 ล้านชุด
 
1990-1991 ปีแห่งโศกนาฏกรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 1990 ตำนานเพลงบลูส์และเพื่อนร่วมทัวร์ของแคลปตัน สตีวี่ เรย์ วอห์น เสียชีวิตประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างทัวร์กับแคลปตันโดยตัวเขาเองเกือบตั้งเป็นคนที่ขึ้นเฮลิค็อปเตอร์ลำนั้น ยิ่งไปกว่านั้น วันที่ 20 มีนาคม 1991 ลูกชายวัยสี่ขวบของแคลปตันผลัดตกจากตึกอพาร์ตเมนต์สูง 53 ชั้นในนิวยอร์กเสียชีวิต
 
 
1992 ใช้ดนตรีเป็นเครื่องเยียวยา
แคลปตันระบาบความโศกเศร้าผ่านบทเพลง "Tears in Heaven" ที่เขาร่วมเขียนกับ วิล เจนนิ่ง ที่งานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 35 แคลปตันชนะ 6 รางวัล จากซิงเกิ้ล "Tears in Heaven" และ อัลบั้ม Unplugged ที่เขาแสดงต่อหน้าคนดูกลุ่มย่อมเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1992 อัลบั้มนี้ขึ้นอันดับหนึ่ง Billboard 200 ทำยอดขายถล่มทลายกว่า 10 ล้านก็อปปี้
 
2000 ขึ้นทำเนียบตำนาน
เอริค แคลปตัน เป็นศิลปินคนเดียวที่มีชื่อเข้าทำเนียบ Rock and Roll Hall of Fame ถึง 3 ครั้ง ทั้งในฐานะศิลปินเดียว และสมาชิกวง The Yardbirds และ Cream